Image

ประเพณีไหลเรือไฟเกิดขึ้นตามคติความเชื่อเรื่องการบูชารอยพระพุทธบาทเมื่อครั้งเสด็จแสดงธรรมโปรดเหล่าพญานาค เรือไฟต่อโครงสร้างไม้ไผ่แขวนตะเกียงน้ำมัน บริเวณแม่น้ำโขง จังหวัดนครพนม
ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์

นาคคติ :
สัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนผ่าน
รอยต่อของชีวิตและศรัทธาในอีสาน

เรื่อง : จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์
ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง

“เจ้าเซื่อเรื่องพญานาคบ่”

ประโยคเด็ดและดังที่ติดปากผู้คนในสังคมไทยนี้มาจากตอนที่คำแก้วกล่าวกับทศพลในฉากที่ระลึกชาติได้ว่าตนมีภพภูมิหลังเป็นพญานาค ในละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทางไทยทีวีสีช่อง ๓
ปี ๒๕๕๙ จนกลายเป็นมีม (meme) หรือมุกตลกที่ใช้เล่นกันขบขัน

นาคหรือนาคา (naga) ในภาษาบาลีสันสกฤตหมายถึงสัตว์จำพวกงูใหญ่หรือพญางู ความเชื่อเรื่องนาคในภูมิภาคเอเชียจำแนกออกเป็นสองลักษณะสำคัญ คือ

๑. นาค หมายถึงคนในฐานะกลุ่มชาติพันธุ์ คือกลุ่มคนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บริเวณเทือกเขานาคาทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย กระจัดกระจายในรัฐอรุณาจัลประเทศ รัฐอัสสัม และรัฐนาคาแลนด์ ตลอดจนพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมียนมา เช่น เขตสะกายและรัฐชิน นอกจากนี้ยังมีข้อสันนิษฐานว่า “นาค” อาจเกี่ยวข้องกับภาษาตระกูลอินโด-ยูโรเปียน ที่มีความหมายว่า “เปลือย” นาคในบริบทนี้จึงถูกใช้ในเชิงการเหยียดชนชั้นและชาติพันธุ์เพื่อสื่อถึงกลุ่มคนที่ไร้อารยธรรม

๒. นาคในฐานะสัญลักษณ์ทางความเชื่อและศาสนาที่หมายถึงพญางู อันเกิดขึ้นมาจากวิวัฒนาการทางความเชื่อและสังคมที่ซับซ้อน ความเชื่อดั้งเดิมของชาวทมิฬในอินเดียใต้เดิมทีถือว่างูเห่าหรือนาคเป็นสัตว์อาถรรพ์ที่นำพาความโชคร้ายมาสู่มนุษย์ได้ จึงเกิดเป็นพิธีกรรมเซ่นสังเวยเพื่อขอขมางูมาอย่างช้านาน เมื่อชาวอารยันเข้ามาปกครองในดินแดนนี้ยังคงมีความเชื่องูอยู่ แต่เปลี่ยนให้นาคเป็นตัวแทนของน้ำ ซึ่งเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างดิน ฟ้า สวรรค์ และไฟ ในคัมภีร์ทางศาสนาทั้งพุทธ พราหมณ์-ฮินดู และเชน จึงปรากฏนาคในฐานะผู้ปกปักรักษาศาสนาและผู้รับใช้เทพเจ้า (อำพล สัมมาวุฒธิ และคณะ, ปี ๒๕๖๕, หน้า ๑๖-๒๙)

ความเชื่อเรื่องนาคในกลุ่มไท-ลาว 
และนาคในที่ทางพุทธศาสนาอีสาน

นาคผูกพันอยู่ในคติความเชื่อของผู้คนลุ่มแม่น้ำโขงอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะในฮีต ๑๒ หรือพิธีกรรม ๑๒ เดือน  “ส. พลายน้อย” (ปี ๒๕๔๓, หน้า ๒๐๔) กล่าวว่า “เดือนสิบสองส่วงเฮือบูชาอุสุภนาค ๑๕ ตระกูล (ในเอกสารบางเล่มบอกมีเพียง ๗ ตระกูล) พิธีกรรมนี้ท้าวพญาต้องเป็นผู้จัดทำด้วยโดยกำหนดพิธีกรรมในวันขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๒ ต้องใช้เรือแห่และเป็นพิธีร่วมไปกับการลอยกระทง”

ในจักรวาลวิทยาของชาวอีสาน นาคเป็นมากกว่าตำนานหรือเรื่องเล่าพื้นบ้าน นาคถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเชื่อมผู้คน ธรรมชาติ และสิ่งเหนือธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่น โดยถูกมองว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกปักรักษาแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นทรัพยากรหลักของวิถีชีวิตแบบเกษตรกรรม มีสถานะเป็นทั้งผู้ให้คุณและให้โทษด้านความอุดมสมบูรณ์และควบคุมความสมดุลของธรรมชาติ ความเชื่อนี้แทรกซึมอยู่ในร่องรอยทางวัฒนธรรมหลากหลาย เช่น พิธีบวชนาคที่เป็นการเปลี่ยนผ่านชีวิตจากฆราวาสสู่เพศบรรพชิต ประเพณีบุญบั้งไฟที่เชื่อมโยงสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อเรื่องฝนและ
ความอุดมสมบูรณ์ หรือการไหลเรือไฟที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและสายน้ำ

ในพื้นที่ทางความเชื่อ นาคทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างโลกมนุษย์กับโลกเหนือธรรมชาติ เป็นตัวแทนของรอยต่อระหว่างภพภูมิ และดำรงอยู่ร่วมกับผู้คนทั้งในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นความเชื่อพื้นฐานในชีวิตอย่างแนบแน่น 

นาคจึงเป็นทั้งสัญลักษณ์เชิงศาสนา โครงสร้างความคิด ความศรัทธา และวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมอีสานที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน ปรากฏในรูปแบบศิลปกรรม เช่น ลวดลายสถาปัตยกรรมตามวัดวาอาราม ประติมากรรม ศิลปะพื้นบ้าน

scrollable-image

Image

0