Image

“๒๔๗๕ ไม่ใช่แค่เรื่อง
ของคนหนุ่ม ๗ คน”
สัมภาษณ์ ผศ.ดร. ศรัญญู
เทพสงเคราะห์

อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์
คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

สัมภาษณ์และภาพ : สุเจน กรรพฤทธิ์

“เจ็ดคนที่ประชุมกันที่ปารีสเป็นจุดเริ่มต้นของคณะราษฎร แล้วมาหาเครือข่ายต่อ ปัญหาคือกลุ่มผู้ก่อการไม่ได้เขียนบันทึกไว้ ภายหลังก็เล่าไม่ตรงกัน ผมมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ละคนก็บอกว่าตนเองมีบทบาทนำ บางทีก็ปกปิดตั้งใจลืม เน้นบางเรื่อง บางเรื่องก็จำผิดบ้างถูกบ้าง แต่ถ้าดูแกนเรื่องจะสอดคล้องกัน

“คนรุ่นใหม่ยุคนั้นมองว่าระบอบเก่าไปไม่รอด พวกเขาไปเห็นประเทศที่ระบอบการเมืองเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม รู้ว่าโลกข้างนอกเปลี่ยนไปอย่างไร บางคนโดนเอารัดเอาเปรียบในต่างประเทศ

“กรณีการเป็นแกนนำเรียกร้องเรื่องค่าครองชีพให้นักเรียนสยามของปรีดีสมัยเรียนที่ฝรั่งเศส ก็คล้ายกิจกรรมสหภาพนักเรียน คือการไม่ยอมรับประเพณีดั้งเดิมที่เจ้านาย ข้าราชการผู้ใหญ่มีอำนาจเหนือกว่า มีความขบถในวิธีคิดของนักเรียนนอกสมัยนั้นอยู่แล้ว เพียงแต่ปรีดีคือแกนนำที่ออกหน้า

“ประเทศสยามก็มีเชื้อของการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว ผ่านเหตุการณ์กบฏ ร.ศ. ๑๓๐ มาแล้ว ไม่อย่างนั้นต่อให้เคลื่อนไหวอย่างไรก็คงไม่ประสบความสำเร็จ  ปรีดียังบันทึกว่าหาพวกได้ง่าย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ นักเรียนกฎหมาย ที่ไม่พอใจกับสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ ความไม่เป็นธรรมในสังคม ต้องไม่ลืมว่าคนเหล่านี้อ่านหนังสือพิมพ์ซึ่งในยุคนั้นคือสื่อหลักนำเสนอข่าวความเคลื่อนไหวจากทั่วโลก แน่นอนว่ามีข่าวเรื่องปฏิวัติจากหลายประเทศด้วย

“ข้อหาที่ว่าคนเหล่านี้ไม่ได้เตรียมตัวหลังได้อำนาจ เป็นการมองจากสายตาคนยุคปัจจุบันว่าถ้ามีอำนาจรัฐแล้วต้องทำ หนึ่ง สอง สาม สี่ แต่ในยุคนั้นพวกเขาไม่มีตัวอย่าง ภารกิจ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ คือการรวมตัวของคนหลากหลายที่มีภารกิจร่วมกัน คือทำให้สยามมีรัฐธรรมนูญมีระบอบใหม่ภายใต้หลัก ๖ ประการ ใครมีมุมมองแบบขวา ซ้าย ฯลฯ เป็นเรื่องธรรมดา แล้วหลังจากปฏิวัติสำเร็จยังต้องอาศัยข้าราชการและเจ้านายที่เคยมีประสบการณ์ในระบอบเก่า
มาร่วมมือขับเคลื่อนระบอบใหม่ให้ดำเนินไปได้ โดยเฉพาะ
เรื่องสำคัญอย่างการร่างรัฐธรรมนูญถาวร หรือการปรับโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน

“เจ็ดคนที่กลับเมืองไทยแล้วขยายเครือข่ายได้มากคือ ปรีดี พนมยงค์ กับ ประยูร ภมรมนตรี  ประยูรดึงพระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) เข้ามาร่วมได้ผ่านน้องชายพระยาพหลฯ คือจมื่นสุรฤทธิ์พฤฒิไกร (ฝั่ง พหลโยธิน) คนนี้ก็น่าสนใจมาก เพราะหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองไม่ได้ยุ่งกับการเมืองและไม่มีทายาท ไม่อยู่ในบัญชีคณะราษฎร อัฐิเก็บอยู่ที่หอระฆัง วัดแคนอก จังหวัดนนทบุรี

Image

0