Image

รูป “พ่อ” (มาลัย ชูพินิจ) ที่ ขนิษฐา ณ บางช้าง (บุตรสาว) พกติดตัวเอาไว้มาจนถึงปัจจุบัน 
(ปี ๒๕๖๙)

Image

เรื่อง : สุเจน กรรพฤทธิ์

ในปี ๒๕๖๙ ลองถามคนทั่วไป อาจแทบไม่มีใครรู้จักชื่อ มาลัย ชูพินิจ

แต่ถ้าบอกว่านี่คือนามผู้ประพันธ์ ชั่วฟ้าดินสลาย, ทุ่งมหาราช, แผ่นดินของเรา และบทละครวิทยุที่ต่อมากลายเป็นชุดนวนิยายอย่าง ล่องไพร หลายคนอาจเริ่มนึกออก--พร้อมนามปากกาอย่าง “เรียมเอง” “แม่อนงค์” “ม. ชูพินิจ” “น้อย อินทนนท์” ฯลฯ

ทั้งหมดมาจาก มาลัย ชูพินิจ

ผู้เกิดที่ริมคลองสวนหมาก เมืองกำแพงเพชร ในปี ๒๔๔๙ พออายุ ๑๐ ขวบเดินทางเข้าพระนครมาเรียนต่อ ฉายแววเขียนหนังสือ เคยประกอบอาชีพครู ก่อนผันตัวเป็นนักหนังสือพิมพ์-นักเขียน ในยุคที่บรรณพิภพไทยกำลังก่อร่างสร้างตัว ร่วมกับเพื่อนคณะ “สุภาพบุรุษ” วางรากฐานการทำหนังสือพิมพ์ ยึดอาชีพสื่อมวลชน เขียนงานได้ทุกประเภท ผ่านเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ สงครามมหาเอเชียบูรพา ภาวะข้าวยากหมากแพงหลังสงคราม แล้วก็ลับหายในยุคสงครามเย็น และช่วงพีกที่สุดของระบอบเผด็จการทหาร จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในปี ๒๕๐๖

ในฐานะ “นักเขียนไทยคนสำคัญ” เรื่องราวของ มาลัย ชูพินิจ เคยได้รับการเอ่ยถึงบ้างแล้ว ในวาระครบ ๑๐๐ ปีชาตกาล เมื่อปี ๒๕๔๙ แต่ก็เป็นวงแคบ มีคนรับรู้ไม่มากนัก

ในวาระ ๑๒๐ ปีชาตกาล มาลัย ชูพินิจ สารคดี ชวนผู้อ่าน “ทบทวน-อ่านใหม่” เรื่องราวของท่านผู้นี้อีกครั้ง เพราะเรื่องของมาลัยไม่ใช่แค่เรื่องของนักเขียน-นักหนังสือพิมพ์

แต่เป็น “บทเรียน” และ “ส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองไทย” อย่างแยกไม่ออก

Image

ภาพสเกตช์ใบหน้า มาลัย ชูพินิจ คาบบุหรี่ โดย “เนรมิตร์” หรือ พนม สุวรรณะบุณย์ จิตรกร-นักวาดภาพประกอบถูกใช้บ่อยในยุคหลังเมื่อเขียนถึงครูมาลัย
(ผู้สืบค้นที่มา : จีรนันทน์ วีรวรรณ)

มาลัย ชูพินิจ จากโลกนี้ไปเมื่อวันอังคารที่ ๒๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๐๖-ห้าสิบเจ็ดปี หลังจากลืมตาดูโลก ผ่านชีวิตนักเขียน นักประพันธ์ นักหนังสือพิมพ์ และมรสุมการเมืองอย่างโชกโชน

ที่วัดมกุฏกษัตริยารามวรวิหาร ร่างของเขานอนสงบอยู่บนเตียงไม้ ญาติและเพื่อนต่างทำใจไม่ได้ การล้มป่วยกะทันหันช่วงต้นเดือนสิงหาคม ไม่มีใครคาดว่าจะเป็นเหตุแห่งการสิ้นนักหนังสือพิมพ์นามอุโฆษ

สด กูรมะโรหิต เพื่อนนักเขียนของมาลัยเล่าว่า เขาไปร่วมงานรดน้ำศพ “บรรจงรินน้ำอบลงบนมือขวาที่เหลืองและซีด มือที่หยุดเขียนหนังสือเป็นการแน่นอนนับตั้งแต่นี้ไป...คุณมาลัยหลับตาสงบ มีความสุข จากเรา-จากทุกสิ่งทุกอย่างในโลกอันวุ่นวายเพราะความไม่รู้จักพอของมนุษย์ทั้งปวงไปแล้ว...”

มาลัย ชูพินิจ จากไปแล้ว ! ในห้วงขณะที่โลกทั้งใบอยู่ในบรรยากาศสงครามเย็น การเผชิญหน้าของมหาอำนาจค่ายโลกเสรี-สหรัฐอเมริกากับค่ายคอมมิวนิสต์-สหภาพโซเวียต, จีน กำลังเขม็งเกลียว เขาจากไปในปีเดียวกับผู้นำทางการเมืองทยอยสิ้นสุดการเดินทางบนโลก ไม่ว่าประธานาธิบดีโงดิ่งห์เสี่ยมแห่งเวียดนามใต้ (๒ พฤศจิกายน) ประธานาธิบดีเคนเนดีแห่งสหรัฐฯ (๒๒ พฤศจิกายน) และจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ (๘ ธันวาคม)

มาลัย ชูพินิจ จากไปแล้ว ! หนังสือพิมพ์ลงข่าวหน้า ๑ ว่า “นักหนังสือพิมพ์ นักเขียนบทความ และนักประพันธ์ที่เลื่องชื่อ...ถึงแก่กรรมแล้วด้วยโรคมะเร็งในปอดเมื่อ ๑๗.๔๕ น. ณ ตึกวชิราวุธ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์...” (สยามนิกร ๒๒ สิงหาคม ๒๕๐๖)

มาลัย ชูพินิจ จากไปแล้ว ! แต่ “เสียง” ของเขายังปรากฏในบทความ เรื่องสั้น เรื่องสั้น-สั้น (งานเขียนที่สั้นกว่าเรื่องสั้น) นิยาย สารคดี ฯลฯ ไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ ชิ้น กระจัดกระจายตามหนังสือพิมพ์รายวัน รายสัปดาห์ ตลอดจนในความทรงจำของมิตรและลูกศิษย์ลูกหา

ในคริสต์ศตวรรษที่ ๒๑ ปีที่ ๑๒๐ (หากมาลัยยังมีชีวิตอยู่) สิ่งที่ดังยิ่งกว่านามของเขาคงเป็นนิยาย ชั่วฟ้าดินสลาย, แผ่นดินของเรา, ทุ่งมหาราช และงานชุด ล่องไพร ซึ่งโดดเด่นกว่างานวางรากฐานวงการหนังสือพิมพ์ไทยที่เขาและเพื่อนอย่าง กุหลาบ สายประดิษฐ์ (“ศรีบูรพา”) บุกเบิกไว้

นอกเหนือไปจากนั้นสังคมไทยแทบไม่มีความทรงจำเหลือถึงเขา

มาลัยเคยบอกเพื่อนฝูงว่า “เมื่อผมมีเรื่องที่จะเขียนแล้วผมก็เขียน ไม่ได้นึกถึงอะไรทั้งนั้น ผมซื่อสัตย์ต่อคนคนเดียวคือตัวของผมเอง และรับผิดชอบต่อตัวละครของผม แล้วผมก็เขียนไปตามนั้น ด้านประชาชนผมไม่ได้นึกถึงเลย เช่นว่าประชาชนจะชอบหรือไม่ ผมไม่ได้เก็บเอามาคิด ผมเขียนเพื่อความพอใจของผมคนเดียว”

ร้อยยี่สิบปีที่แล้ว เรื่องราวของ มาลัย ชูพินิจ เริ่มขึ้นที่กำแพงเพชร ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางเหนือประมาณ ๓๕๐ กิโลเมตร

ณ ตำแหน่งที่คลองสวนหมากไหลมาจบกับแม่น้ำปิง

Image

ปากคลองสวนหมาก มองจากทางบ้านผู้ใหญ่วัน
(ภาพ : สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ / ภ.หวญ. ๕๗๑/๓๒)

เด็กคลองสวนหมาก

ปลายปีพุทธศักราช ๒๕๖๘

ระหว่างที่ผมซ้อนมอเตอร์ไซค์ของ มนัส สอนตน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๓ บ้านปากคลองใต้ อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อตามหา “บ้านเกิด” ของ มาลัย ชูพินิจ เขาเล่าให้ฟังว่า ในสมัยรัชกาลที่ ๕ พื้นที่แถบนี้ผู้คนเบาบางกว่านี้ และบ้านเกิดของมาลัยก็เป็นเรื่องที่คนท้องถิ่นรับรู้กันทั่วไป เพียงแต่หลายคนอาจสับสนตำแหน่ง

Image

รัชกาลที่ ๕ ทรงฉายพระรูปกับผู้ตามเสด็จประพาสต้นเมืองกำแพงเพชร ปี ๒๔๔๙
[ภาพ : สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ / ภ.หวญ. 8-2 (8).jpg]

Image

0