Image

น้ำเงิน เขียว แดง เป็นสีของรองเท้าแตะช้างดาวรุ่นแรก ๆ ที่ผลิตจำหน่าย จนปัจจุบันมีมากกว่าแปดสีในท้องตลาด

แตะช้างดาว
รองเท้าของคนไทย

เมด อิน ไทยแลนด์

เรื่อง : นนท์พิเชษฐ์ชาญ ชัยหา
ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์

มากกว่าหลายร้อยล้านคู่หรือคือ ๒๐๐ ล้านข้างกับอีกหลายร้อยล้านก้าว ที่รองเท้าแตะนันยางตราช้างดาวประทับรอยใต้ฟ้าแผ่นดินไทยนับแต่ออกจำหน่ายเมื่อกว่า ๗๐ ปีก่อน 

พื้นยางสีน้ำเงินขาวเป็นภาพคุ้นตา ตามด้วยสีเขียวและแดงก็เป็นที่นิยม แม้ภายนอกจะดูธรรมดา แต่ขึ้นชื่อเรื่องความคงทน ใส่ง่าย สบายเท้า จนเรียกกันติดปากว่า “รองเท้าแตะช้างดาว” 

Image

โฆษณานันยางตราช้างดาว “ทุกคนนิยมแต่ผลิตภัณฑ์นันยาง ตราช้างดาว กรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงอุตสาหกรรม รับรองคุณภาพ” 
(ภาพจากหนังสือ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ระเบียบวิธีปฏิบัติราชการ และกฎ ก.พ. พ.ร.บ. จัดระเบียบข้าราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ฯลฯ พ.ศ. ๒๕๐๗)

แตะแผ่นดินไทย

ย้อนกลับไปสมัยรัชกาลที่ ๖ หรือเมื่อ ๑๐๐ กว่าปีก่อน ซูถิงฟาง เด็กหนุ่มชาวจีนฮกเกี้ยนวัย ๑๕ ปี จากมณฑลฝูเจี้ยน ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน เดินทางข้ามน้ำผ่านทะเลพร้อมบิดามาแสวงหาความก้าวหน้าในชีวิตยังดินแดนสยาม พร้อมมีชื่อใหม่ว่า วิชัย ซอโสตถิกุล

วิชัยเริ่มทำงานเป็นคนขายเหล็กในโรงงานของคุณอาที่เข้ามาลงหลักปักฐานอยู่ก่อนหน้า จนเขาเติบโตในหน้าที่การงานได้เป็นหลงจู๊หรือผู้จัดการ ดูแลงานในโรงไม้จินเส็ง ใกล้วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร ย่านหัวลำโพง

ในปี ๒๔๗๘ วิชัยได้ก่อตั้งบริษัทฮั่วเซ่งจั่น จำกัด ทำธุรกิจซื้อมาขายไป โดยเช่าตึกสามชั้นหลังใหญ่ใกล้เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้าหรือสะพานพุทธ ฝั่งพระนคร เป็นที่ตั้งสำนักงาน ได้รับการเรียกขานในหมู่คนงานว่านายห้างวิชัย

หลังช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจและสร้างความเสียหายต่อพระนครอย่างมาก โดยเฉพาะย่านสะพานพุทธ ในปี ๒๔๙๑ นายห้างวิชัยจึงย้ายที่ตั้งสำนักงานไปย่านตลาดน้อย พร้อมตั้งบริษัทวัฒนสินพาณิชย์ จำกัด มีการขยายธุรกิจ ติดต่อค้าขาย นำเข้าและส่งออกสินค้ามากมายกับต่างประเทศอย่างจริงจัง

หนึ่งในนั้นคือหนำเอี๊ย ยี่ห้อรองเท้าผ้าใบจากเกาะสิงคโปร์ ซึ่งรู้จักกันในชื่อรองเท้าตราช้าง (Elephant Brand) มีเอกลักษณ์ที่คุณภาพพื้นรองเท้าซึ่งผลิตจากยางพารา พืชเศรษฐกิจที่ปลูกมากในคาบสมุทรมลายู

แม้ช่วงแรกธุรกิจจะขาดทุน แต่หลังจากนั้น ๒ ปี รองเท้าหนำเอี๊ยที่ขึ้นชื่อเรื่องความคงทนกลายเป็นสินค้าติดตลาด โดดเด่นกว่าสินค้านำเข้าประเภทอื่น นายห้างวิชัยจึงตัดสินใจเน้นลงทุนขายรองเท้าผ้าใบอย่างเดียวโดยเจรจาซื้อกิจการรองเท้าผ้าใบหนำเอี๊ยกับเจ้าของชาวสิงคโปร์เพื่อมาเปิดฐานการผลิตในไทย พร้อมเปลี่ยนชื่อยี่ห้อหนำเอี๊ย จากสำเนียงจีนแต้จิ๋ว ซึ่งมีความหมายว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็น “หนันหยาง” ตามสำเนียงจีนกลาง ก่อนจะเรียกติดปากในหมู่คนไทยว่า “นันยาง”

Image

จากผู้ใช้รองเท้าแตะช้างดาวตอนวัยเด็ก วันนี้ จักรพล จันทวิมล หลานตาของนายห้างวิชัย ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัทนันยาง มาร์เก็ตติ้ง จำกัด

Image

0