หลังคืนน้ำค้างพรม ปุยฝ้ายใยขาวเริ่มฟูฟ่อง เมื่อต้องแสงแดดอุ่นในหมู่บ้านนาหนองบง จังหวัดเลย ชุมชนที่ต่อต้านการทำเหมืองแร่ทองคำมาร่วม ๑๐ ปี ฝ้ายและการทอผ้าถูกนำกลับมาเป็นกิจกรรมเพื่อการฟื้นฟูเยียวยาบาดแผลหลากมิติจากการต่อสู้
ตำหูกฟื้นฟูภูเขา
ศิลปะผ้าทอกับเหมืองแร่ทองคำร้าง
เรื่อง : บำเพ็ญ ไชยรักษ์
ภาพ : เริงฤทธิ์ คงเมือง
บ่ายคล้อยใกล้ค่ำ ตะวันค่อย ๆ ราแสงลงเหนือริ้วเขาที่สลับซับซ้อนของเทือกเขารอยต่อระหว่างภาคเหนือและภาคอีสาน
อากาศอ้าว ชื้นฝน ภูกระดึง ภูหอ ภูหลวง ภูเรือ ล้วนเป็นภูเขาลือชื่อในดินแดนแห่ง “ทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม” จังหวัดเลย
ภูซำป่าบอน ภูเขาลูกเล็กลดหลั่นจากภูหลวง ล้อมรอบหมู่บ้านในตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย บรรดานักเรียนทอผ้าหน้าใหม่ที่เพิ่งมีผลงานผ้าทอ ๑๐ เมตรแรกในชีวิต นำผู้มาเยือนชมศิลปะในผ้าทอ ผลงานของ “โรงเรียนทอผ้าฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติชุมชน” ซึ่งตั้งขึ้นโดย “กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด” กลุ่มประชาชนผู้สู้กับเหมืองแร่ทองคำมาร่วม ๒๐ ปี เพื่อ “ปิดเหมืองถาวรฟื้นฟูภูเขาคืนมา”
การต่อสู้นี้เริ่มขึ้นหลังกระทรวงอุตสาหกรรมให้ประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำแก่บริษัททุ่งคำ จำกัด เพื่อทำเหมืองแบบเปิดในพื้นที่ ๑,๒๘๘ ไร่ เมื่อปี ๒๕๔๕ เสียงระเบิดภูเขาเปิดเหมืองดังสนั่น
“ตอนมาทำเหมืองอ้างอำนาจกฎหมาย มาตรฐานสิ่งแวดล้อม พอเหมืองก่อมลพิษกระจายออกมาปนเปื้อนไร่นา ทำคนเจ็บป่วย กลับนิ่งเฉย”
โรงงานถลุงแร่ทองคำถูกรื้อขายภายหลังบริษัททุ่งคำแพ้คดีก่อนที่บริษัทจะแจ้งล้มละลายในเวลาต่อมา ขณะที่มลพิษจากการทำเหมืองจำนวนมากยังคงตกค้างในพื้นที่ชุมชน
เสียงระเบิดยิ่งดังเท่าไร การต่อสู้ก็ทวีความเข้มข้นเท่านั้น ชาวชุมชนใช้วิธีการต่อสู้มากมาย ตั้งแต่เขียนหนังสือร้องเรียน ยื่นหนังสือคัดค้าน ติดป้ายคัดค้าน ชุมนุม ประท้วง ทำบุญภูเขา ร้องเพลง เล่นละคร สร้างกำแพงป้อมค่ายอยู่ยามเฝ้าทางเข้าออกหมู่บ้านตลอด ๒๔ ชั่วโมง ประชุมเจรจาต่อรอง ฟ้องร้องดำเนินคดีในชั้นศาล หรือกระทั่งนอนขวางรถบรรทุกไม่ให้ผ่าน แม้ถูกทำร้ายร่างกาย ข่มขู่เอาชีวิต และถูกฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อปิดปากกว่า ๒๗ คดี จนต้องไปศาลบ่อยกว่าไปทำมาหากินในไร่นา
“ตำหูกสู้เหมือง” หรือทอผ้าเพื่อสู้กับเหมืองแร่ คือปฏิบัติการหนึ่งในการ “ต่อสู้” ของชุมชนหกหมู่บ้านรอบเหมืองแร่ทองคำ
นักเรียนโรงเรียนทอผ้ามุ่งมั่นและตื่นเต้นไปกับการเรียนรู้ และทดลองเทคนิคการย้อมผ้าจากสีธรรมชาติขั้นสูง จนกลายเป็นลวดลายศิลปะบนผ้าทอ
บัดนี้เหมืองปิดไปแล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ เพื่อฟื้นฟู หน่วยงานรัฐยังนิ่งราวกับลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่งเคยอ้างอำนาจ กฎหมาย มาตรฐาน เทคโนโลยี เพื่ออำนวยให้เปิดเหมืองแร่บนยอดเขา “พื้นที่ต้นน้ำหรือแหล่งน้ำซับซึม” ที่มีความเสี่ยงต่อการกระจายมลพิษสูง
พื้นที่เหมืองร้างที่เคยเป็นบ่อเก็บกากแร่ กองหินทิ้ง และขุมเหมือง ยังคงทิ้งมลพิษ ไม่มีการจัดการ หลังบริษัทชิงล้มละลาย ขณะที่ศาลจังหวัดเลยมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๑ ตามที่ประชาชนกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้าน จำนวน ๑๖๕ คน ยื่นฟ้องบริษัททุ่งคำ จำกัด ว่าละเมิดต่อกฎหมาย พ.ร.บ. ส่งเสริมและคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ และ พ.ร.บ. การสาธารณสุข หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ฟ้องฟื้นฟู”