Image

ไร่ชาอัสสัม
อาณานิคม พรหมบุตร 
และกลิ่นมอลต์

ไร่ชา Story

เรื่องและภาพ : วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง

หลังอังกฤษเข้ายึดครองและใช้พื้นที่แถบอัสสัมเป็นแหล่งปลูกชา ตั้งแต่ ค.ศ. ๑๘๓๕ ชาก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในระบบเศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของอินเดีย โดยมีศูนย์กลางการเพาะปลูกอยู่แถบเมืองทิบรูครห์ ฝั่งด้านเหนือของแม่น้ำพรหมบุตร ซึ่งมีไร่ชาขนาดใหญ่แผ่ความเขียวขจีอยู่ริมเทือกเขาสีทึมเทา

เป็นที่รู้กัน อัสสัมเป็นดินแดนแห่งชา

ชาเกือบทั้งหมดที่คนอินเดียดื่มล้วนมาจากรัฐอัสสัม  คนต่างถิ่นหากมาถึงจะต้องได้เห็นสวนชา

ที่เราได้ไปเห็นอยู่เกือบสุดแดนตะวันออก ย่านระหว่างเมืองทิบรูครห์กับเมืองตินซูเกีย ซึ่งมีไร่ชาขนาดใหญ่แผ่ความเขียวขจีริมเทือกเขาสีทึมเทา

แถบชานเมืองนาฮาร์กาเทียในเมืองทิบรูครห์ มีสวนชาที่ใส่ใจต่อคนและสิ่งแวดล้อม

“ชาเป็นสิ่งที่คนอินเดียต้องดื่มทุกวัน เราต้องทำชาที่ดีสุดให้เขา” ราเกซ ดุ๊กลา ผู้จัดการสวนชาสัตยะนารยัน (Satyanarayan) พูดถึงหลักการที่เขายึดกุมมาตลอด “ชาของเราปลอดพิษตั้งแต่การปลูกจนถึงแปรรูปซึ่งมีระบบควบคุมที่ดี”

การปลูกและการดื่มชาใส่นมในอินเดียเริ่มแพร่หลายเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ หลังอังกฤษเข้ายึดครอง และใช้พื้นที่แถบอัสสัมเป็นแหล่งปลูกชาตั้งแต่ ค.ศ. ๑๘๓๕  ชาจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งในระบบเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของอินเดีย

Image

ชาอัสสัมยังเก็บด้วยมือคนเท่านั้น  หญิงชาวเมืองนาฮาร์กาเทียรายนี้เป็น ๑ ในคนงาน ราว ๑,๕๐๐ คน ของไร่ชาสัตยะนารยัน  เธอเก็บยอดชาได้ราว ๒๓ กิโลกรัมต่อวัน แลกกับค่าแรง ๑๐๐ รูปี

Image