Image

เรื่อง : สุเจน กรรพฤทธิ์

scrollable-image

ย่ำรุ่ง, ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕--ย่านตำบลดุสิต, พระนคร

เสียงตีนตะขาบรถหุ้มเกราะลำเลียงพลดังกระหึ่มทั่วถนน พันตรี หลวงพิบูลสงคราม (แปลก ขีตตะสังคะ) ในเครื่องแบบนายทหารปืนใหญ่ใช้ความคิดอยู่ในที่นั่งตอนหนึ่งของรถ

เมื่อไม่กี่อึดใจที่ผ่านมา เขาเพิ่งแยกจากกองกำลังส่วนใหญ่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า จากนั้นก็กระโดดขึ้นรถรบมาพร้อมกับพันโท พระประศาสน์พิทยายุทธ (วัน ชูถิ่น) ผู้อำนวยการโรงเรียนเสนาธิการทหารบก หนึ่งในสี่ทหารเสือคณะราษฎรและกำลังนักเรียนนายร้อยร่วม ๕๐ คน มุ่งหน้าไปยังวังบางขุนพรหม (ปัจจุบันคือธนาคารแห่งประเทศไทย) เพื่ออัญเชิญจอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต มาเป็นองค์ประกันที่พระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงการปกครองดำเนินไปอย่างราบรื่น

หลวงพิบูลฯ ทราบดีว่าเจ้านายพระองค์นี้เป็น “เบอร์ ๒” รองจากในหลวงรัชกาลที่ ๗ ด้วยทรงมีอำนาจควบคุมทั้งทหารและตำรวจในฐานะผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร (ขณะรัชกาลที่ ๗ แปรพระราชฐานประทับอยู่ที่วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) และแน่นอนว่าที่วังบางขุนพรหมย่อมมีการป้องกันแน่นหนา

เมื่อไปถึงทางเข้า เขาได้ยินเสียงปืน

ยานเกราะที่หลวงพิบูลฯ นั่งอยู่ปราดเข้าไปที่ประตูวังและอยู่ในสถานะพร้อมยิงสนับสนุน

ท่ามกลางสถานการณ์คับขัน หลวงพิบูลฯ จำได้ว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ เรื่องราวทั้งหมดเริ่มขึ้นเมื่อหลายปีก่อนในย่านการ์ตีเยลาแต็ง กรุงปารีส

เมื่อคนหนุ่มเจ็ดคนตัดสินใจทำให้เช้าวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์

Image

Image

ราว ๓๕ ปี ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในสมัยรัชกาลที่ ๕--๑๔ กรกฎาคม ๒๔๔๐

ที่เรือนแพบนแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าปากคลองบางเขน ซึ่งฉากหลังเป็นสวนทุเรียนแน่นขนัด “แปลก” บุตรคนที่ ๒ ของนายขีตกับนางสำอางถือกำเนิดในช่วงย่ำรุ่ง

Image