Image

ย่านวังบูรพา ปี ๒๕๖๙ ร้านหนังสือโอเดียนสโตร์กับร้านรวมสาส์นตั้งอยู่ติดกันบนถนนภาณุรังษี

Image

INDEPENDENT
BOOKSTORES
 ในกรุงเทพฯ

คนวัยทำงานรุ่นปัจจุบันจำนวนมาก
พูดตรงกันว่า พวกเขาแทบจะไม่รับรู้เลยว่าย่านวังบูรพามี “ร้านหนังสือ” เก่าแก่หลายร้าน

ในปี ๒๕๖๙ ร้านเหล่านี้เหลือเพียงสี่ร้าน ประกอบด้วย “คลังวิทยา” “รวมสาส์น” “โอเดียนสโตร์” และ “บูรพาสาส์น”  ถ้าใครสักคนลองไปสังเกตการณ์ตลอด ๑ วันทำการ จะพบว่าภายในร้านส่วนมากเงียบเหงาร้างไร้ผู้คน แม้อยู่ใกล้ทางเข้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสามยอดไม่ถึงช่วงตึก

สำหรับเด็กที่โตในคริสต์ทศวรรษ ๑๙๙๐ (ปี ๒๕๓๓-๒๕๔๒) ความทรงจำเกี่ยวกับย่านนี้ก็มีเพียงเรื่องของ “สะพานเหล็ก” ย่านรวม “ร้านของเล่น-ร้านเกม” ที่สร้างรุกลงไปคร่อมคลองโอ่งอ่าง ขายของราคาถูก เพราะเป็นของเถื่อนหรือเครื่องเกมที่โดนเจาะระบบให้เล่นแผ่นเกมเถื่อนได้

แต่หากย้อนเข็มนาฬิกากลับไปช่วงพุทธทศวรรษ ๒๔๙๐-๒๕๐๐ ซึ่งตรงกับช่วงกึ่งพุทธกาล ภาพของ “ย่านวังบูรพา” และ “ร้านหนังสือ” เหล่านี้จะต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง

กำเนิด “ชุมทางร้านหนังสือ” วังบูรพา

“เวลามีอาจารย์พานักศึกษามาทัศนศึกษา ผมมักเล่าว่าเรื่องทั้งหมดเริ่มขึ้นช่วงที่ทายาทผู้ดูแลวังบูรพาภิรมย์ (อดีตวังที่ประทับของสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช) ขายพื้นที่วัง และ โอสถ โกศิน นักธุรกิจยุคนั้นได้พัฒนาพื้นที่” ปิติ ทวีวัฒนสาร กรรมการผู้จัดการ ร้านหนังสือ “รวมสาส์น (๑๙๗๗) จำกัด” อธิบายจุดเริ่มต้นที่ทำให้ร้านหนังสือหลายร้านมาอยู่รวมกันที่วังบูรพาในช่วงกึ่งพุทธกาล

บทความ “เบื้องหลังซื้อขาย ‘วังบูรพา’ จากวังสู่ห้าง มรดกทำเลทองย่านการค้ากลางกรุงที่จำต้องขาย” ของ เอนก นาวิกมูล ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนกันยายน ๒๕๔๓ ยังบอกเราว่า เมื่อรื้อตัววังออกแล้ว พื้นที่ส่วนหนึ่งถูกสร้างเป็นโรงภาพยนตร์ อีกส่วนสร้างตึกแถวแบ่งขายหลายสิบคูหา และเปิดใช้งานช่วงปลายทศวรรษ ๒๔๙๐

Image

บรรยากาศเก่า ๆ ที่ยังน่าค้นหาภายในร้านรวมสาส์น

ตรงกับที่ปิติเล่าว่าเดิมร้าน “คลังวิทยา” “แพร่พิทยา” “รวมสาส์น” “ก้าวหน้า” “ผดุงศึกษา” และ “บูรพาสาส์น” เคยอยู่กระจายย่านเขตบางรัก แต่ต่อมาเจ้าของร้านรุ่นนั้นรวมถึงคุณพ่อเขาก็ตกลงย้ายมาเปิดสาขาที่นี่แล้วอยู่รวมกันในย่านใหม่ซึ่งได้รับการพัฒนาเป็นศูนย์การค้าสำคัญของกรุงเทพฯ ตามวิสัยทัศน์ของนักธุรกิจอย่างโอสถ

“สมัยนั้นกรุงเทพฯ มีศูนย์การค้าไม่กี่แห่ง ก่อนยุควังบูรพาคือถนนเยาวราช คนมีเงินน้อยหน่อยก็จะไปสนามหลวง เล่นว่าว ปูเสื่อนอน กินเมี่ยงคำ พอย่านวังบูรพาเกิดขึ้น มีโรงภาพยนตร์ถึงสามเจ้า คือ ‘แกรนด์’ ‘คิงส์’ และ ‘ควีนส์’ ฉายหนังต่างประเภทกัน”

ปิติเล่าว่าโรงภาพยนตร์สามโรงนี้ดึงคนเข้ามาดูจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดร้านค้าหลากหลาย เช่น ร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า ร้านตัดเสื้อ ร้านขายสินค้า ร้านถ่ายรูป ยิ่งเมื่อเปิดห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล วังบูรพา ประกอบกับเส้นทางรถรางที่ผ่านเข้าพื้นที่ วังบูรพาจึงกลายเป็นย่านการค้าที่หรูหราแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ

“สมัยนั้นแกรนด์ฉายหนังไทย หนังฮอลลีวูดของยูไนเต็ดอาร์ทิสต์และยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ  คิงส์ฉายหนังฝรั่งค่ายเมโทร-โกลด์วิน-เมเยอร์ หนังจีนของชอว์บราเดอร์สสตูดิโอ (ฮ่องกง)  ควีนส์ฉายหนังอินเดีย หนังฮอลลีวูดจากโคลัมเบียพิคเจอร์ส  ช่วงวันธรรมดาหนังรอบแรกฉายตอนเที่ยง วันหยุดเริ่ม ๑๐.๐๐ น. รอบสุดท้ายคือ ๒๑.๓๐ น.”

Image