โฉมใหม่ของร้านริมขอบฟ้า แบ่งพื้นที่ชั้นล่างส่วนหนึ่งให้ร้านกาแฟ black and milk รองรับรสนิยมของนักอ่านที่รักบรรยากาศผ่อนคลายแบบกลิ่นกระดาษเบลนด์เคล้ากลิ่นกาแฟหอม
INDEPENDENT
BOOKSTORES
ในกรุงเทพฯ
ริมขอบฟ้า ไม่ได้ตั้งร้านอยู่ไกลโพ้น หรือหายากตามความหมายตรงของชื่อ
ที่นี่คือสถานอุดมความรู้ไม่สิ้นสุด รวมเรื่องเมืองไทยทั้งศิลปะ วัฒนธรรม สังคมวิทยา มานุษยวิทยา ภูมิศาสตร์
ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ สรรพวิชาที่หาเสพจากที่ใดยากก็อาจพบได้ที่นี่ และเป็นเช่นนั้นมา ๒๕ ปีแล้ว
ชวนฟังเรื่องเล่าผ่าน บังอร ท้วมสม
พนักงานผู้บุกเบิกตั้งแต่ยุคแรกที่ร้านริมขอบฟ้าตั้งอยู่บนถนนราชดำเนินกลางจวบจนย้ายมาตั้งบนถนนจรัญสนิทวงศ์ของกรุงเทพฯ โดยมีพนักงานรุ่นใหม่อย่าง ธารณา บุญเลิศ ผู้ตอกย้ำแนวคิดสำคัญของชื่อร้านที่มีตราสัญลักษณ์รูปดวงตาให้ชัดขึ้น
ความรู้คู่ราชดำเนิน
- บังอร ท้วมสม
“เดิมเราทำงานอยู่ฝ่ายการตลาดของสำนักพิมพ์เมืองโบราณ ต่อมาคุณปรินปพัชร์ วิริยะพันธุ์ ผู้บริหารบริษัทเมืองโบราณ จำกัด จะเปิดร้านหนังสือ จึงให้ช่วยหาหนังสือเฉพาะทางเกี่ยวกับเมืองไทยเพื่อเป็นจุดเด่นของร้านริมขอบฟ้า ช่วงแรกที่เปิดปี ๒๕๔๖ มีการจ้างผู้จัดการร้านดูแล จนปี ๒๕๔๙ โอนร้านหนังสือให้เป็นกิจการของบริษัทวิริยะธุรกิจ จำกัด (สำนักพิมพ์สารคดีและเมืองโบราณ) และมอบหมายให้เราดูแลร้านแต่นั้นมา
“ความที่ร้านอยู่ย่านถนนราชดำเนินกลาง เดินทางสะดวก จึงมีลูกค้าหน่วยงานราชการ สำนักพระราชวัง วัดวาอาราม ห้องสมุดมหาวิทยาลัย รวมถึงนักการเมือง นักวิชาการ อาจารย์ พระสงฆ์ ที่เป็นแฟนสำนักพิมพ์เมืองโบราณอยู่แล้วแวะมาเสมอ ลูกค้าบางคนชอบหาหนังสือเงียบ ๆ บางคนสวมถุงมือหาหนังสือ ถ้าเขาเลือกเล่มไหนแล้วอย่าแตะต้องหนังสือนั้นจนกว่าจะถึงเวลาคิดเงิน ถ้าเป็นนักศึกษาจะเป็นกลุ่มเด็กเพาะช่าง เด็กช่างศิลป์ มาซื้อหนังสือจิตรกรรมฝาผนัง ลูกค้าต่างจังหวัดที่ตั้งใจมาก็มี
“เสน่ห์ของร้านริมขอบฟ้าคือมีหนังสือหายากที่เลิกผลิตแล้ว บางเล่มพิมพ์ตั้งแต่เรายังไม่เกิด แต่ละคนมาถึงแล้วซื้อเยอะ บางทีหิ้วกลับไม่ไหวต้องส่งให้ทางไปรษณีย์ ถ้าอยู่ใกล้อาจจ้างวินมอเตอร์ไซค์ส่งถึงบ้าน หรือช่วยเรียกแท็กซี่ขนไปส่งให้ที่รถซึ่งจอดห่างออกไป