สายธารงานป่าจาก “ครูมาลัย”
นักเขียนเรื่องป่า
ที่ได้รับแรงบันดาลใจ
จาก มาลัย ชูพินิจ
ทบทวน-อ่านใหม่
๑๒๐ ปีชาตกาล นักเขียนไทย
มาลัย ชูพินิจ
เรื่อง : ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล
“ข้าพเจ้าเป็นคนหนึ่งผู้มีศรัทธาต่อการใช้ชีวิตกลางแจ้ง โดยเหตุที่ว่า มันเป็นการศึกษาและอบรมให้คนหนุ่มของเรารู้จักค่าของชีวิตที่มั่นคงแข็งแรงทั้งกายและใจ ชีวิตป่าให้ความสำนึกถึงการเสียสละ ภราดรภาพและความเป็นไทอย่างชีวิตอื่นยากจะให้ได้”
มาลัย ชูพินิจ (ปี ๒๔๔๙-๒๕๐๖)
ข้อความข้างต้นปรากฏอยู่บนปกหลังของหนังสือ ทุ่งโล่งและดงทึบ (ฉบับรวมเล่ม) และ ล่องไพร ตอน อ้ายเกและงาดำ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์กระท่อม ป.ล. ผลงานอมตะของ มาลัย ชูพินิจ หรือ “ครูมาลัย” ซึ่งมักใช้นามปากกา “น้อย อินทนนท์” ในงานเขียนแนวป่าดงพงพี
ครูมาลัยเริ่มเขียน ล่องไพร ตั้งแต่ปี ๒๔๙๘ นับเป็นนวนิยายแนวป่าดงชุดแรกของเมืองไทย โดยอาศัยประสบการณ์ตรงจากการใช้ชีวิตกลางป่าเขา ผสานจินตนาการอันลุ่มลึกของนักประพันธ์ชั้นครู สร้างสรรค์วรรณกรรมลี้ลับผจญภัยที่ตราตรึงนักอ่านมาจนทุกวันนี้
ส่วน ทุ่งโล่งและดงทึบ เป็นงานสารคดีที่รวบรวมประสบการณ์ท่องป่าของครูมาลัยตั้งแต่วัยเยาว์ผ่านสู่วัยหนุ่มจนถึงวัยทำงาน เรื่องราวต่าง ๆ ล้วนอ้างอิงจากเหตุการณ์จริง บุคคลจริง และผืนป่าจริงที่ท่านเคยพบพานและสั่งสมไว้เป็นวัตถุดิบในงานประพันธ์
นอกจากนี้ ลูกไพร ยังเป็นนวนิยายแนวป่าดงพงไพรอีกเรื่องหนึ่ง ว่าด้วยการพลัดหลงป่าของเด็กชายสองคน ทำให้ต้องดิ้นรนใช้ชีวิตร่วมกัน ผจญทั้งภัยธรรมชาติและสัตว์ป่าจนก่อเกิดความผูกพันรักใคร่
สำนักพิมพ์กระท่อม ป.ล. ระบุไว้ในคำนำประกอบการพิมพ์ครั้งที่ ๓ ว่า เมื่อแรกเขียน ลูกไพร นั้น มาลัย ชูพินิจ ใช้นามปากกาว่า “อินทนนท์น้อย” แต่ภายหลังเมื่อจัดพิมพ์ซ้ำหลายครั้งกับหลายสำนักพิมพ์ นามปากกาจึงคลาดเคลื่อนเป็น “น้อย อินทนนท์” ซึ่งแพร่หลายและเป็นที่รู้จักกว่า
ในเวลาต่อมา งานเขียนแนวป่า ชีวิตกลางแจ้ง ผจญภัยในป่าลี้ลับของครูมาลัยกลายเป็นมรดกล้ำค่าทางวรรณกรรมสร้างแรงบันดาลใจและส่งอิทธิพลต่อนักเขียนรุ่นหลังตลอดจนผู้คนในแวดวงหนังสือ
ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์
ขจรฤทธิ์ รักษา
นักเขียน บรรณาธิการ และผู้ก่อตั้ง Writer นิตยสารทางวรรณกรรมรายเดือน กล่าวยกย่องครูมาลัยว่าเป็นนักประพันธ์ที่ทุกคนยอมรับ ให้ความเคารพนับถือและอยากเข้าหา อีกทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนจำนวนมากทั้งนักอ่านและนักเขียน
“สามพันกว่าเรื่อง ๓๐ กว่านามปากกา เขียนสารพัด เขียนได้ทุกอย่าง ชีวิตท่านยิ่งใหญ่มาก สมัยก่อนใครจะทำหนังสือพิมพ์ก็มาให้ครูมาลัยช่วยวางสารบัญ นอกจากข่าวแล้วในเล่มต้องมีบทความ ครูมาลัยเขียนได้ทั้งนั้น และท่านไม่เคยปฏิเสธใคร ผมอ่านประวัติ ตอนหนึ่งเล่าว่าท่านกำลังคุยงานอยู่ในกอง บก. มีหนุ่มคนหนึ่งขึ้นมาขอต้นฉบับ เป็นหนังสือพิมพ์ออกใหม่ พอถามชื่อก็ไม่รู้จัก ท่านบอกให้รอ ๒๐ นาที แล้วก็ลงมือเขียนเรื่องให้ทันที เราอ่านแล้วก็ไม่แปลกใจว่าทำไมผู้คนถึงเคารพท่านมาก”
ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง
วัธนา บุญยัง
เกิดวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๔๙๓ ณ บ้านสวนริมคลองบางไผ่ ตำบลบางไผ่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นคนรักการอ่านมาตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษา เริ่มเขียนหนังสือเมื่อครั้งศึกษาในมหาวิทยาลัย ระหว่างปี ๒๕๑๒-๒๕๑๕ ผลงานเรื่องสั้นได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกลงในนิตยสาร ฟ้าเมืองทอง ในปี ๒๕๒๐ นับแต่นั้นจึงทำงานเขียนอย่างจริงจัง ยามว่างมักออกเดินป่า แล้วนำประสบการณ์มาสร้างสรรค์ทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย และสารคดี เนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับผืนป่า ชวนให้ผู้อ่านเกิดความรักธรรมชาติ ตระหนักถึงความสำคัญของพืชพรรณและสัตว์ป่า ผลงานของวัธนายังครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่เรื่องตื่นเต้นผจญภัยไปจนถึงผีสางนางไม้
ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง
ไชโย สุวรรณ์
กล่าวถึงจุดแรกเริ่มความรักความผูกพันที่ตนมีต่องานเขียนของครูมาลัย
ในขณะนั้นเขาเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษา ซื้อนิตยสาร ชีวิตกลางแจ้ง (Outdoor Life) ที่มี เธียรชัย ลาภานันต์ หรือ “เพี้ยน พุ่มชะมวง” เป็นบรรณาธิการมาอ่าน พออยู่ชั้น ม. ๕-ม. ๖ ตามประสาเด็กหนุ่มบ้านป่าอายุ ๑๖-๑๗ นั้นเริ่มเที่ยวป่าแล้ว โดยติดตามรุ่นพี่เข้าป่าช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือปิดเทอมตามแต่โอกาส และเริ่มส่งเรื่องไปลงนิตยสาร ชีวิตกลางแจ้ง ในคอลัมน์ “ปืน ป่า และการล่า”