Image

วางแผนชีวิตและความตาย
กับ Death Planner

วิชาความตาย

เรื่อง : วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง
ภาพประกอบ : Phetladda.K

death planner ถือเป็นเรื่องใหม่ในเมืองไทยที่ ปิญชาดา ผ่องนพคุณ หรือกอเตย หญิงสาวชาวสมุทรสาคร วัย ๓๙ ปี บอกว่าเธอคือ “คนแรกในประเทศไทยที่เป็น death planner” ซึ่งสื่อสารผ่านเพจ “Baojai Family อยู่อย่างเบาใจ จากไปอย่างใจเบา” บริการคำปรึกษาและวางแผนชีวิตเพื่อการตายดี

“ประสบการณ์ดูแลคุณพ่อในระยะท้ายนำมาสู่เรื่องเดทแพลนเนอร์ในปัจจุบัน”

กอเตยเปิดเรื่องจากจุดเริ่มต้นราว ๑๐ ปีก่อน แล้วย้อนเล่าต่อเนื่องตามลำดับ...

นักวางแผน (การตายดี)

คุณพ่อเป็นข้าราชการกรมที่ดิน เออร์ลีรีไทร์ตอนอายุ ๕๖ ปี หลังตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปอดเมื่อปี ๒๕๕๘

ช่วงระยะท้ายติดเตียงอยู่บ้าน ๑ ปี ๘ เดือน มีความคิดชั่ววูบที่เราคิดว่า เมื่อไรพ่อจะตายเสียที อยู่เขาก็ทรมานแม่ก็ทรมาน เราเห็นก็ทุกข์ด้วย ทุกข์เพราะความรู้สึกสงสารพ่อ

เปิดใจคุยกับพ่อจึงรู้ว่ามีเหตุปัจจัย ถามพ่อว่ายังห่วงอะไรบ้าง เขาบอกห่วงแม่ ห่วงเรา  เรารู้เลยเขาอยู่เพื่อให้ได้บำนาญมาเลี้ยงพวกเรา  เราก็บอกอย่างมั่นใจว่าดูแลแม่ได้ ไม่นานพ่อก็จากไป  การอยู่เคียงข้างพ่อตั้งแต่ติดเตียง จนจากไป ทำให้เราสนใจเรื่องตายดี เป็นที่มาของงานเดทแพลนเนอร์ในทุกวันนี้

จากนั้นเธอมาเป็นกระบวนกรอยู่กับองค์กร Peaceful Death “ทำเวิร์กช็อปครั้งละ ๔๐-๕๐ คน เราเห็นเพนพอยต์
(pain point) ของสังคมว่าการสื่อสารเรื่องความตายกับคนในบ้านนั้นยาก ก็คิดปิ๊งขึ้นมาว่า งั้นฉันจะเป็นเดทแพลนเนอร์-นักวางแผนการตายดี เพื่อเป็นตัวกลางในการสื่อสาร ก็พบว่าเรื่องความตายคุยไม่ยาก ที่ยากคือความสัมพันธ์ไม่ดี เราเข้าไปช่วยให้ความสัมพันธ์กลับมา  การเตรียมตัวตายดีทำไม่ได้ หากยังไม่ได้คุยเรื่องความสัมพันธ์กับคนที่เรารัก”

กอเตยสร้างเพจ “Baojai Family อยู่อย่างเบาใจ จากไปอย่างใจเบา” เป็นช่องทางติดต่อสื่อสาร โดยเธอไม่เคยจ่าย
ค่าโฆษณา ทุกคนเข้ามาจากการบอกต่อ “ตอนนี้เข้าปีที่ ๖
มีผู้ใช้บริการเกือบ ๕๐๐ ราย ทั้งมาเดี่ยว เป็นคู่ และแบบครอบครัว  ช่วงแรก ๆ เป็นกลุ่มผู้ป่วย หลัง ๆ เป็นคนวัยเริ่มสร้างตัว แต่ที่มีสม่ำเสมอคือคนที่อยู่คนเดียว อายุช่วง ๔๐-๕๐ ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและ LGBTQ+ มีผู้ชายน้อยมาก”

Image

กระบวนการ...

เริ่มจากพูดคุยกับคนที่ติดต่อเข้ามา จากนั้นมีแบบฟอร์มให้กรอกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ วัตถุประสงค์ แล้วเรามาออกแบบกระบวนการเฉพาะราย และนัดมาทำกระบวนการด้วยกัน

เคสเดี่ยวและคู่ใช้ ๓ ชั่วโมง ถ้าครอบครัวใช้เวลาหลายวัน อาจถึง ๒ สัปดาห์

ค่าบริการรายบุคคลเริ่มที่ ๓,๕๐๐ บาท คู่ ๕,๕๐๐ บาท ครอบครัวสี่คน ๗,๕๐๐ บาท

เราอยากให้ภาครัฐหรือโครงสร้างทำให้คนตายดีได้ทั้งหมด แต่เอาเข้าจริงยังมีคนเข้าไม่ถึงทรัพยากรเหล่านี้ ใครมีกำลังจ่ายเราให้บริการ แล้วตอบแทนคืนแก่ชุมชนโดยเป็นจิตอาสาให้กลุ่มผู้สูงอายุในสมุทรสาคร

เมื่อเริ่มเข้าสู่กระบวนการมีข้อตกลงว่า เราต้องฟังกัน ไม่แทรกกลางคัน ให้เขาคุยเรื่องที่กังวลใจ  บางคู่ที่คุยกัน
อยู่แล้วจะรู้ถึงสิ่งที่อีกฝ่ายเล่า แต่มีบางคู่ที่สามีหรือภรรยา
เพิ่งมาเผยในกระบวนการ  การที่เขาไม่คุยกันแสดงว่าต้องมีบางอย่างในความสัมพันธ์ หลายคู่ไม่ภูมิใจในตัวกันและกัน
“แล้วความกังวลที่มีต่อความตายล่ะ มีอะไรบ้าง”  บางคนเรื่องเงิน บางคนลูกยังเล็ก ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องภายในครอบครัว

Image

เราชวนเขาทบทวนชีวิตว่าทำสิ่งใดมาบ้างเพื่อให้เห็นคุณค่าและนำไปสู่เป้าหมาย ถ้าเจ็บป่วยอยากได้การสนับสนุน อย่างไรในมิติด้านร่างกาย จิตใจ สังคม จิตวิญญาณ  ช่วงวาระสุดท้ายต้องการให้คู่ชีวิตสนับสนุนแบบไหน จนถึงประเด็นทางการแพทย์ ใส่ท่อไหม ปั๊มไหม  เชื่อไหม...ทุกคนไม่รู้ว่าตรงนี้มีกฎหมายคุ้มครอง และเลือกการดูแลแบบ Palliative Care ที่ดูแลคุณภาพชีวิตในช่วงท้ายโดยไม่ยืดการตายออกไป ตามสิทธิในมาตรา ๑๒ ของ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่กำหนดให้คนไทยสามารถแสดงสิทธิของตนในวาระสุดท้ายของชีวิตได้

การคุยจะช่วยให้การวางแผนชีวิตชัดเจนขึ้น นำไปสู่เรื่องการแพทย์และงานจัดการหลังการตาย  ทั้งหมดที่พูดคุยให้เขียนลงในสมุดเบาใจ ซึ่งฝากเวชระเบียนได้  ปิดวงด้วยการให้ทั้งคู่เอ่ยคำสุดท้ายต่อกันหากนี่เป็นวันสุดท้าย

จากนั้นให้เขาไปจัดการสิ่งที่ยังทำไม่เสร็จ แล้วติดตามผลตามเวลาที่กำหนด นี่คือกระบวนการทั้งหมดของ Baojai Family และเขากลับมาเพิ่มเติมข้อมูลใหม่ได้ทุกปี หากเจ็บป่วยสามารถปรึกษาทางออนไลน์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เราได้ส่งเขาในช่วงสุดท้ายของชีวิต

Image

คำ (ที่) ปรึกษา

ปัญหาอะไรที่ทำให้คนต้องมาหานักวางแผนการตายดี ?

ไม่สามารถคุยกันเองได้ คุยแล้วขัดแย้งกัน กับอีกกลุ่มเป็นคนโสด เขาจะจัดการตัวเองได้อย่างไรในวันที่ป่วยหรือใกล้ตาย จริง ๆ เรื่องนี้ทำเองได้ แต่เป็นช่องทางที่เขาไม่รู้หรืออาจรู้สึกว่ายาก ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ต้องการคนร่วมทางเราช่วยอำนวยความสะดวกให้เขาทำได้ง่ายขึ้น

มีคนอยากตายเดี๋ยวนั้นมาปรึกษาบ้างไหม ?

มี เขาบอกอยากตาย คุณเป็นนักวางแผนการตายช่วยอะไรผมได้บ้าง  เราชี้แจงว่าเราทำเรื่องการตายดี อยากลองไหม เขาบอกอยากรู้ไว้ หากวันหนึ่งจบชีวิตตนเอง คนข้างหลังจะได้ไม่ห่วง  คนที่อยากฆ่าตัวตายแต่ยังรู้สึกห่วงคนอื่น  แสดงว่าเขาไม่ได้คิดสั้น เขาคิดยาวกว่านั้น ก็ลองคุยกับเขา เคสเหล่านี้ยังไม่มีใครฆ่าตัวตายเลย หลังจากทำให้เขาตระหนักถึงคุณค่าความหมายในชีวิต แล้วพอเขาเห็นความตายจริง ๆ ของคนป่วยระยะท้าย เขาก็ไม่อยากตาย กลับรักชีวิตมากขึ้น

มีขอให้ช่วยทำการุณยฆาตไหม ?

มีคนป่วยระยะท้าย อยู่คนเดียว ติดต่อมาว่าให้ช่วยพาไปทำการุณยฆาต เราต้องอธิบายว่าประเทศไทยยังไม่มี ไม่ได้บอกว่าดีหรือไม่ดี  แต่จะคุยกันว่าอะไรทำให้เขาสนใจ คำตอบคือเขาไม่อยากเจ็บปวดทรมาน และส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าการดูแลแบบประคับประคองคืออะไร ไม่รู้ว่ามียาระงับปวดที่ช่วยดูแลคุณภาพชีวิตผู้ป่วยในช่วงสุดท้ายได้

นักออกแบบความตายคิดถึงความตายของตัวเองไว้อย่างไร ?

ยังกลัวตายอยู่ ทำให้ต้องปฏิบัติมากขึ้น สนใจเรื่องความรู้สึกตัวมากขึ้น  ช่วงเริ่มต้นพอเป็นเดทแพลนเนอร์คนแรกของประเทศไทย แสงมาที่เรา ก็เคยรู้สึกพองตัวว่าเราทำสิ่งนี้ได้  ช่วงหลังเราก็หรี่แสงตัวเอง อยู่กับการปฏิบัติมากขึ้น เตรียมตัวตายในมิติข้างใน ขณะวัยกำลังจะเข้า ๓๙ 

บอกตรง ๆ ว่ายังไม่พร้อมสำหรับความตาย แต่หากเกิดขึ้นก็ยอมรับได้ และจะอยู่กับมันอย่างมีสติ

เขียนสมุดเบาใจของตัวเองเป็นเล่มที่ ๘ แล้ว ทบทวนตัวเองทุกปี ตอนแรกคิดว่าเราเลือกได้ทุกอย่าง จะให้ใครหรือไม่ให้ใครมาตอนป่วย  การไม่ยื้อชีวิตก็เขียนไว้ตลอดว่าขอไม่ใส่ท่อ  แต่พอผ่านการเรียนรู้จากคนที่เล่าเรื่องของเขาให้เราฟัง เปลี่ยนเป็นขออย่างเดียวว่า ขอมีสติรู้สึกตัวจนถึงวาระสุดท้าย และในแง่กระบวนการรักษา ถ้าแม่จะบอกหมอให้ใส่ท่อ เราก็โอเค หากเราปักใจแต่การไม่ใส่ท่อ จะเกิดต่อต้านในใจ รู้สึกว่านี่ไม่ใช่การตายดี  แต่วันนี้เรารู้ว่าไม่ว่าจะใส่หรือไม่ใส่ การตายดีเกิดขึ้นได้ ถ้าเรายอมรับความตายได้

ยุคนี้บางทีมีคนมารุมทำคอนเทนต์ถึงข้างเตียง ?

ของเตยรุมได้เลย แต่ขอเป็นคนที่เรารัก ข้อเดียวที่กลัวคือตายอย่างโดดเดี่ยว ถ้ามีคนที่รักเรามาอยู่ในกระบวนการตายของเรา เขาจะมาเซลฟี มาถ่ายรูป ไม่ว่าอะไร ทุกคนมีวิธีรับมือกับความสูญเสียต่างกัน

เมื่อก่อนเคยมีความคิดละเอียดแบบนี้ แต่พอยิ่งสั่งว่าไม่เอาสิ่งใด แล้วมันเกิดขึ้น เราจะขัดเคืองใจ ใครจะมาก็มา ไม่มาก็ตายคนเดียวได้ เพราะรับรู้ว่าเขาอยู่ตรงไหน

“ข้างนอก” เราก็เตรียมไว้เต็มที่แล้ว แต่ถ้าไม่เป็นตามนั้นก็รับได้ วันสุดท้ายของตัวเองเรื่องการตายดีไม่สำคัญเท่ากับการเลือกว่าเราจะดูแลทุกความสัมพันธ์ในวันนี้ให้ดีที่สุด การเตรียมข้างในเป็นเรื่องที่ต้องทำไปเรื่อย ๆ จนวันสุดท้าย