เวียดนามใต้
“เพื่อนเก่า” ที่เราต้องลืม
Cold War Untold Frame
อ่านภาพ : สุเจน กรรพฤทธิ์
ภาพ : หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ค.ศ. ๒๐๒๖ เป็นปีที่ไทยกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตครบ ๕๐ ปี ถือเป็นวาระการเฉลิมฉลองปรกติที่พึงกระทำระหว่างมิตรประเทศที่ดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตกันมายาวนานถึงครึ่งศตวรรษ
แต่ถ้าศึกษาประวัติศาสตร์โลกยุคสงครามเย็น เราจะเห็น “การเมืองแห่งความเป็นจริง” (real politic) ของการทูตระหว่างประเทศ
ย้อนไป ค.ศ. ๑๙๗๖ เมื่อไทยสถาปนาความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเป็นครั้งแรก ปีนั้นสหรัฐอเมริกา “ลูกพี่ใหญ่” ของไทย ถอนตัวจากภูมิภาคอินโดจีนแล้ว และ “ปิดฐานทัพ” เกือบทั้งหมดในไทยหลังทำสงครามเวียดนามยืดเยื้อยาวนานกับคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคนี้มาตั้งแต่ ค.ศ. ๑๙๕๗ โดยเวียดนามเหนือเป็นฝ่ายชนะเวียดนามใต้ สหรัฐฯ ยังหันไปเปิดความสัมพันธ์กับจีนคอมมิวนิสต์เพื่อถ่วงดุลอำนาจของสหภาพโซเวียต และปล่อยให้พันธมิตรในภูมิภาคต้องพึ่งพาตัวเองมากขึ้น
หลังเปิดความสัมพันธ์กับ “จีนแดง” หรือสาธารณรัฐประชาชนจีน ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. ๑๙๗๕ ปีถัดมา สิงหาคม ค.ศ. ๑๙๗๖ รัฐบาลพลเรือนของไทยภายใต้การนำของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ยังตัดสินใจสถาปนาความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หรือ “เวียดนามเหนือ”
ต่อมาความหวาดกลัวคอมมิวนิสต์แผ่ขยายตัวในหมู่ชนชั้นนำและฝ่ายขวาไทยจนนำไปสู่เหตุสังหารหมู่บนสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในเดือนตุลาคม ค.ศ. ๑๙๗๖ หรือที่คนยุคต่อมาเรียกว่า “เหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙” ตามมาด้วยการรัฐประหารที่ผลักไทยกลับสู่ยุคเผด็จการอีกครั้ง
นับแต่นั้นเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเวียดนามใต้ที่ยาวนานหลายสิบปีก็ถูกเก็บเข้าลิ้นชัก
ความสนิทสนมกับเวียดนามใต้จนถึงขั้นส่ง “กองพันจงอางศึก” และ “กองพลเสือดำ” เข้าไปร่วมปฏิบัติการในสงครามเวียดนาม ภายใต้การสนับสนุนอาวุธและเงินทุนจากสหรัฐอเมริกา กลายเป็นเรื่องเล่าเฉพาะในกลุ่มผู้คนที่ผ่านเหตุการณ์ พ้นจากความรับรู้ของสาธารณชนคนไทยรุ่นหลัง
เมื่อนานมาแล้ว ผมพบหลักฐานภาพถ่ายเก่าใบหนึ่งที่ถูกเก็บรักษาอยู่ในหอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีคำบรรยายว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ในงานเลี้ยงรับรองประธานาธิบดีเวียดนามใต้ที่จัดขึ้นในทำเนียบรัฐบาล ๑๗ สิงหาคม ๑๙๕๗” ในภาพปรากฏบุคคลสำคัญสี่ท่าน จากซ้ายไปขวา คือ โงดิ่งห์เสี่ยม (Ngô Đình Diệm) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเวียดนาม (เวียดนามใต้), ในหลวงรัชกาลที่ ๙, จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี และภรรยา คือท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม
สองปีหลังจากนั้น ค.ศ. ๑๙๕๙ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ยังเสด็จฯ เยือนเวียดนามใต้อย่างเป็นทางการ ถือเป็นประเทศแรกในการเสด็จฯ เยือนนานาประเทศในภูมิภาค
เป็นหลักฐานว่าเวียดนามใต้กับไทยสัมพันธ์แนบแน่นเพียงใดในยุคสงครามเย็น
เพียงแต่ในศตวรรษที่ ๒๑ เมื่อไทยต้องสัมพันธ์กับเวียดนาม (เหนือ) ที่เป็นฝ่ายชนะ ทั้งไทยและเวียดนาม (เหนือ) ต่างก็ต้องแกล้งตีมึน ทำเบลอ มองข้ามอดีตส่วนนี้ไป เพื่อเดินหน้าสู่อนาคตนั่นเอง