Image

โดมิโน

จากบรรณาธิการ

ใครๆ ก็น่าจะเคยเล่นเกมโดมิโน เกมที่แข่งกันวางตัวต่อในมือตัวเองให้หมดก่อนคนอื่น

ตัวต่อโดมิโนแต่ละอันเป็นแท่งแบนสี่เหลี่ยม แบ่งเป็นสองช่องมีแต้มจุดแบบหน้าลูกเต๋า ๑-๖ และช่องเปล่าที่ไม่มีจุด

ผู้เล่นต้องวางตัวต่อด้านที่มีแต้มตรงกับตัวต่อที่วางไปแล้วช่องใดช่องหนึ่ง ถ้าในมือไม่มีตัวที่มีแต้มตรงเลย ก็ต้องหยิบตัวต่อจากกองกลางมาเพิ่มในมือ ทำให้โอกาสชนะถอยห่างออกไป

ความที่ตัวต่อเป็นแท่งสี่เหลี่ยม ก็เลยสามารถวางลงข้างตัวต่อ
ที่วางแล้วบนโต๊ะได้หลายด้าน จะด้านบน ด้านข้าง หรือด้านล่างก็ได้ขอให้แต้มตรงกันก็พอ

พอต่อกันไปเรื่อย ๆ ตัวต่อบนโต๊ะก็เลยมีรูปร่างเป็นเส้นหยัก ๆ หักเหลี่ยมไปมา ดูน่าสนุก และชวนจินตนาการว่าจะวางตัวต่อให้ไปทางไหนดี

บางคนเล่นเพื่อมุ่งเอาชนะ ก็จะคอยบล็อกคนอื่นไม่ให้วางได้ ด้วยการลงแต้มที่คาดว่าคนเล่นอื่นไม่มีแต้มนี้ในมือ

ส่วนบางคน (ผมเอง) ชอบเล่นสนุกกับการวางไปเรื่อย ๆ ช่วยกันต่อและคอยดูตัวโดมิโนที่แผ่ขยายรูปร่างไปสวย ๆ

ในช่วงสมัยสงครามเย็นระหว่างฝ่ายเสรีนิยมที่นำโดยสหรัฐอเมริกากับฝ่ายคอมมิวนิสต์ที่นำโดยรัสเซียและจีน โดมิโนมีอีกความหมายที่คนรุ่น Baby Boomer น่าจะรู้จักกันดี

“โดมิโนล้ม” เป็นคำที่ประธานาธิบดี ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ เรียกสถานการณ์ที่ฝรั่งเศสพ่ายแพ้สงครามให้กับกองทัพคอมมิวนิสต์ของเวียดนาม ซึ่งสหรัฐอเมริกาเชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์จะยึดครองเวียดนามทั้งประเทศ และแผ่ขยายลัทธิคอมมิวนิสต์ไปประเทศอื่น ๆ ที่ติดต่อกันในอินโดจีน คือ กัมพูชา ลาว ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

“ถ้าคุณมีโดมิโนที่ตั้งเรียงแถวกัน เมื่อคุณผลักโดมิโนตัวแรกให้ล้ม แน่นอนว่าโดมิโนตัวสุดท้ายก็ต้องล้มลงอย่างรวดเร็ว จากจุดเริ่มต้นครั้งเดียวของการพังทลายมันจะนำไปสู่ผลกระทบมหาศาล”

ไอเซนฮาวร์อธิบายทฤษฎีโดมิโนกับการแผ่ขยายของลัทธิคอมมิวนิสต์อย่างเห็นภาพชัด และทำให้สหรัฐฯ ตั้งใจสกัดกั้นโดมิโนล้ม โดยทุ่มสรรพกำลังเข้าไปทำสงครามในเวียดนาม และเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย

แต่ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาก็บอกว่าทฤษฎีโดมิโนล้มไม่เป็นจริงเสมอไป เพราะปัจจัยภายในและเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน

หมดยุคสงครามเย็น แต่แนวคิดแบบทฤษฎี “โดมิโนล้ม” ก็ยังอยู่ในการประเมินสถานการณ์ของโลกเสมอมา

นาโตมองการบุกยูเครนของรัสเซียว่าเป็นโดมิโนล้มตัวแรก และเชื่อว่าหลังจากนั้นรัสเซียจะบุกยุโรปต่อ

สหรัฐฯ มองว่าหากจีนยึดไต้หวันได้ก็จะเป็นโดมิโนล้มตัวแรก
ที่จะเป็นภัยคุกคามต่อแนวป้องกันของสหรัฐฯ ในทะเลแปซิฟิกใต้ซึ่งประกอบด้วยญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์

หรือหากมองเรื่องเศรษฐกิจ โดมิโนล้มก็อาจใช้ได้กับวิกฤตเศรษฐกิจที่ลุกลามใหญ่โตจากเหตุตั้งต้นเล็ก ๆ ทั้งวิกฤตต้มยำกุ้งปี ๒๕๔๐ วิกฤตซับไพรม์ปี ๒๕๕๑ วิกฤตโรคระบาดโควิด-๑๙ ปี ๒๕๖๒

แต่สงครามเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในระยะ ๒-๓ ปีที่ผ่านมาอาจคล้ายการเล่นเกมโดมิโนที่สหรัฐฯ พยายามขัดขวางจีน ไม่ให้วางตัวต่อในตำแหน่งที่ต้องการ ขณะที่จีนก็จะพยายามหาช่องที่จะวางตัวต่อให้ได้

เป็นสงครามที่ไม่มีฝ่ายไหนกล้าผลักอีกฝ่ายถึงขั้นล้ม เพราะรู้ดีว่าจะเกิดผลกระทบที่ประเมินค่าไม่ได้แบบโดมิโน

แล้วคุณผู้อ่านชอบเป็นผู้เล่นโดมิโนแบบไหน แบบเอาชนะ คอยบล็อกคนอื่น หรือเล่นเอาสนุกแบบช่วยกันต่อช่วยกันเติม เพื่อสร้างสรรค์รูปร่างโดมิโนที่จบแล้วดูสวยงาม

โลกนี้ควรจะเล่นเกมโดมิโนกันแบบไหน 

สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ
บรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี
[email protected]

ฉบับหน้า : ชา เครื่องดื่มแห่งวัฒนธรรม