Image

คืนชีพสี่เรือใบโบราณ :
จากหน้าประวัติศาสตร์สู่เรือในภาพยนตร์

เรียบเรียง : “หนอนกระดึ๊บ”

นี่คือเรือไม้จำลองขนาดเท่าจริง ตามลักษณะสถาปัตยกรรมเรือในประวัติศาสตร์ ซึ่งถือเป็นที่สุดของการสร้างใหม่ในยุคปัจจุบัน สามารถกางใบแล่นเรือฝ่าคลื่นลมข้ามท้องทะเลและมหาสมุทร (มีเครื่องยนต์ดีเซลเป็นกำลังเสริม) โดยผ่านมาตรฐานความปลอดภัยการเดินเรือสากล จนได้รับการนำมาถ่ายทำในภาพยนตร์หรือสารคดีโทรทัศน์ที่ต้องการความสมจริง  

Image


เรือรบ 
Draken Harald 
Hårfagre

The Odyssey (ค.ศ. ๒๐๒๖) 

เรือยุคไวกิ้งใหญ่ที่สุดในยุคปัจจุบันที่แล่นข้ามมหาสมุทรย้อนเส้นทางค้นพบทวีปอเมริกา

ขนาดและรูปร่าง : เรือไม้โอ๊ก ยาว ๓๕ เมตร ส่วนกว้างสุด ๘ เมตร กินน้ำลึก ๒.๕ เมตร จำนวน ๕๐ ฝีพาย (ข้างละ ๒๕) เสากระโดงเรือ ๑ เสา ใบเรือสี่เหลี่ยม คล้ายเรือรบประเภท Longship จากยุคเดินเรือของชาวนอร์สหรือไวกิ้งช่วงคริสต์ศตวรรษที่ ๘-๑๑

ประวัติ : เริ่มสร้าง ค.ศ. ๒๐๐๘ เสร็จ ค.ศ. ๒๐๑๒ ช่วงปีแรก ๆ เรือได้ทดสอบการวิ่งตามชายฝั่งนอร์เวย์จนกระทั่ง ค.ศ. ๒๐๑๔ ได้แล่นเรือถึงประเทศอังกฤษและใน ค.ศ. ๒๐๑๖ สามารถพิชิตภารกิจข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือถึงสหรัฐอเมริกา เพื่อย้อนรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ที่ชาวไวกิ้งเป็นผู้เดินเรือไปค้นพบทวีปอเมริกาก่อน คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ถึง ๕๐๐ ปี โดยใช้เส้นทางผ่านไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ แคนาดา และเข้าสหรัฐอเมริกาทางทะเลสาบทั้งห้า

Image

Image

การแสดง : ใช้ถ่ายทำเป็นเรือของโอดิสซีอุสในภาพยนตร์ที่สร้างจากตำนานกรีก The Odyssey ของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน  เพราะเขาต้องการสร้างประสบการณ์สมจริง ทั้งตัวเรือ นักแสดง และการล่องเรือ โดยไม่พึ่งพาภาพ CGI  แต่ตามประวัติศาสตร์ เรือของชาวกรีกโบราณคือ Penteconter มีหัวเรือทรงจมูกแหลมไว้ชนเรือข้าศึก (ดูภาพวาดเรือบนปกหนังสือ Odyssey)

แหล่งข้อมูลและภาพ : เว็บไซต์ https://www.drakenhh
.com/


เรือรบ 
HMS Rose 
(Surprise)

Master and Commander : The Far Side of the World  (ค.ศ. ๒๐๐๓) 

เรือรบฟริเกตแห่งราชนาวีอังกฤษ 
จากคริสต์ศตวรรษที่ ๑๘ สู่คริสต์ศตวรรษที่ ๒๑

ขนาดและรูปร่าง : ยาว ๕๔.๕ เมตร ส่วนกว้างสุด ๙.๘ เมตร กินน้ำลึก ๔ เมตร เสากระโดงเรือ ๓ เสา (Full-rigged Ship) ดาดฟ้าปืนใหญ่ ๒๔ กระบอก 

ประวัติ : 
สร้างเมื่อ ค.ศ. ๑๙๗๐ อ้างอิงแบบแปลนจริงของเรือฟริเกต  HMS Rose ประจำกองทัพเรืออังกฤษในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๘ (ค.ศ. ๑๗๕๗) และปรับแบบแปลนบางส่วน ต่อมาขายให้ทเวนตี้เซนจูรีฟอกซ์ เพื่อใช้แสดงเป็นเรือรบชื่อ HMS Surprise ในภาพยนตร์เรื่อง Master and Commander : The Far Side of the World ภายหลังจึงเปลี่ยนชื่อเรือเป็น HMS Surprise  ปัจจุบันจอดแสดงที่ Maritime Museum of San Diego

Image

Image

การแสดง : ปีเตอร์ เวียร์ ผู้กำกับ Master and Commander : The Far Side of the World ต้องการถ่ายเรือรบแล่นบนคลื่นทะเลจริง เพื่อสร้างฉากรบสมัยสงครามนโปเลียน (ค.ศ. ๑๘๐๓-๑๘๑๕) ตามนวนิยายของ แพทริก โอไบรอัน ที่มีตัวละครเอกดัดแปลงจากบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ คือนายพลเรือ โทมัส คอชเรน (Thomas Cochrane) กัปตันเรือระดับตำนานของราชนาวีอังกฤษ ผู้ได้ฉายาว่า “หมาป่าแห่งท้องทะเล”  เรือ HMS Surprise ยังแสดงเป็นเรือสลัดหลวง (Privateer) ชื่อ HMS Providence ในภาพยนตร์เรื่อง Pirates of the Caribbean : On Stranger Tides ฉาย ค.ศ. ๒๐๑๑

แหล่งข้อมูลและภาพ : เว็บไซต์ https://sdmaritime.org/visit/the-ships/hms-surprise/


เรือสำรวจ 
HM Bark 
Endeavour 

The Ship : Retracing Cook's Endeavour Voyage (ค.ศ. ๒๐๐๒)

ปลุกชีวิตเรือกัปตันเจมส์ คุก ที่สมบูรณ์ที่สุด 
กับภารกิจการเดินทางรอบโลกสองรอบ 

Image

ขนาดและรูปร่าง : ยาว ๔๓.๖ เมตร ส่วนกว้างสุด ๙.๒๘
เมตร กินน้ำลึก ๓.๔ เมตร เสากระโดงเรือ ๓ เสา ประเภทเรือบาร์ก (Bark) หรือเรือขนส่งสินค้า ตัวเรือเดิมดัดแปลงจากเรือบรรทุกถ่านหิน (Coal Collier)

ประวัติ : เรือลำจริงสร้างเมื่อ ค.ศ. ๑๗๖๔ ในชื่อ Earl of
Pembroke ก่อนที่ราชนาวีอังกฤษจะซื้อมาเปลี่ยนชื่อเป็น HM Bark Endeavour เพื่อให้กัปตันเจมส์ คุก (James Cook) ใช้ในภารกิจสำรวจดินแดนทางตอนใต้ที่ยังไม่มีใครรู้จัก (ค.ศ. ๑๗๖๘-๑๗๗๑) จนค้นพบทวีปออสเตรเลียและนิวซีแลนด์  ต่อมาใน ค.ศ. ๑๙๘๘-๑๙๙๓ ออสเตรเลียได้ต่อเรือจำลองขนาดเท่าของจริง ด้วยการถอดแบบสถาปัตยกรรมเรือไม้โบราณอย่างละเอียด จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเรือไม้จำลองที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก และได้แล่นเรือรอบโลกถึงสองรอบระหว่าง ค.ศ. ๑๙๙๖-๒๐๐๒ เพื่อตามรอยเส้นทางเทียบท่าเมืองต่าง ๆ ที่กัปตันคุกเคยผ่าน  ปัจจุบันจอดแสดงอยู่ที่ Australian National Maritime Museum เมืองซิดนีย์

Image

การแสดง : ใช้ถ่ายทำในสารคดีโทรทัศน์ของ BBC เรื่อง The Ship : Retracing Cook's Endeavour Voyage นอกจากนี้ภาพฟุตเทจจากการเดินทางผ่านเคปฮอร์นยังนำมาใช้ในภาพยนตร์เรื่อง Master and Commander : The Far Side of the World ด้วย

แหล่งข้อมูลและภาพ : เว็บไซต์ https://www.sea.
museum/en/whats-on/our-f leet/endeavour


เรือสินค้า 
Götheborg 
of Sweden

The East Indiaman - to China and back again (ค.ศ. ๒๐๐๘)

เรือกำปั่นจำลองแห่งบริษัทอินเดียตะวันออก ที่แล่นข้ามมหาสมุทร และใหญ่ที่สุดในยุคปัจจุบัน

Image

ขนาดและรูปร่าง : ยาว ๕๘ เมตร ส่วนกว้างสุด ๑๑ เมตร กินน้ำลึก ๔.๙๕ เมตร เสากระโดงเรือ ๓ เสา (Full-rigged Ship)

ประวัติ : ถอดแบบขนาดเท่าจริงจากเรือ Götheborg ของบริษัทอินเดียตะวันออกแห่งสวีเดน (SOIC) ซึ่งสร้างใน ค.ศ.
๑๗๓๘ และเดินทางไปค้าขายถึงเมืองจีน นำสินค้า เช่น ใบชา ผ้าไหม กระเบื้องเคลือบ กลับมาถึงเมืองท่า ปลายทางแล้วชนหินโสโครกอับปางลงใน ค.ศ. ๑๗๔๕ เรือจำลองเริ่มสร้าง ค.ศ. ๑๙๙๕ และเสร็จสมบูรณ์ ค.ศ. ๒๐๐๓ ด้วยกรรมวิธีของช่างไม้โบราณ ถือเป็นเรือไม้โบราณจำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งแล่นในมหาสมุทรได้จริง และได้สร้างประวัติศาสตร์การย้อนรอยเส้นทางการค้าทางทะเลเมื่อกว่า ๒๕๐ ปีก่อน โดยเดินเรือจากสวีเดนอ้อมทวีปแอฟริกา ข้ามมหาสมุทรอินเดีย ผ่านช่องแคบซุนดาและทะเลจีนใต้ ขึ้นไปเมืองกว่างโจวและเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน รวมระยะทางขาไปกว่าหมื่นไมล์ทะเล รวมเวลาไปกลับเกือบ ๒ ปีในระหว่าง ค.ศ. ๒๐๐๕-๒๐๐๗

Image

การแสดง : การใช้ชีวิตของลูกเรือและการเดินทางย้อนอ้อมโลกจากสวีเดนไปจีน ได้รับการบันทึกเป็นภาพยนตร์สารคดีเรื่อง The East Indiaman - to China and back again โดยทีมงานที่ติดตามไปอยู่บนเรือตลอดเวลาเกือบ ๒ ปี

แหล่งข้อมูลและภาพ : เว็บไซต์ https://www.gotheborg.se/