“นาคราช”
ร่องรอยพญานาค
จากความเชื่อสู่นิยาย
สัมภาษณ์ : จักรพันธุ์ กังวาฬ
ไม่ว่าพญานาคจะมีจริงหรือไม่อย่างที่บางคนสงสัย ทว่าความเชื่อเรื่องพญานาคก็อยู่คู่สังคมไทยมาแต่อดีตกาลและส่งทอดผ่านกาลเวลามาสู่ยุคปัจจุบันอย่างมีพลัง ทุกวันนี้ร่องรอยพญานาคยังปรากฏในพุทธประวัติ ประเพณี พิธีกรรมต่าง ๆ ความเชื่อที่มีสีสันในท้องถิ่น งานจิตรกรรมและประติมากรรม ข้ามไปถึงสื่อบันเทิงอย่างละครโทรทัศน์และนิยายที่นำความลี้ลับของพญานาคมาเล่าใหม่ได้มีชีวิตชีวาสอดคล้องกับยุคสมัย
หลายปีที่ผ่านมามีผู้ผลิตละครเกี่ยวกับพญานาคและได้รับความนิยมอย่างสูงหลายเรื่อง เช่นเดียวกับนิยายที่มีผู้เขียนหลากแนวอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ นาคราช ซึ่งแม้ออกวางจำหน่ายกว่า ๓๐ ปีแล้ว แต่ยังมีการกล่าวถึงและเสียงชื่นชมจากผู้อ่านมาตลอด
ผู้เขียนนิยาย นาคราช คือ “แก้วเก้า” นามปากกาของ รศ.ดร. คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ผู้ได้รับยกย่องว่าเป็นนักประพันธ์ชั้นครูอีกคนของเมืองไทย โดยนักอ่านจำนวนมากรู้จักท่านจากนามปากกา “ว. วินิจฉัยกุล” ที่ใช้สำหรับเขียนเรื่องราวชีวิตจริงและสังคม ส่วน “แก้วเก้า” ใช้สำหรับเขียนนิยายแนวแฟนตาซีเหนือธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่
“เรื่องนี้แต่งประมาณปี ๒๕๓๐ เป็นนิยายแฟนตาซียุคแรก ๆ ของ ‘แก้วเก้า’ ค่ะ ก่อนหน้านี้เคยมีตัวละครที่เป็นเทพธิดา อย่างเรื่อง นางทิพย์ ต่อมาคิดว่าควรมีพระเอกเป็นเทพบ้าง แต่ไม่ควรเป็นเทวดาบนสวรรค์ จะซ้ำกับ นางทิพย์ เลยมองหาเทพเจ้าประจำท้องถิ่นซึ่งเป็นที่รู้จักของคนไทยมากพอ ไม่ต้องอธิบายยืดยาว แค่กล่าวถึงคนอ่านก็เข้าใจ จึงได้พญานาคมา เพราะคนไทยรู้เรื่องนาคตั้งแต่โบราณ” อาจารย์วินิตาเผยที่มาของนิยาย
นาคราช เป็นเรื่องราวคำมั่นสัญญาระหว่างพญานาคผู้มีอิทธิฤทธิ์ และมนุษย์ที่ยังเวียนว่ายในห้วงกิเลสตัณหา ตำนานโบราณเล่าว่านาคราชเป็นผู้สร้างและคอยปกป้องเมืองมาย แต่เมื่อเจ้าฟ้าเมืองมายละเมิดสัญญาที่ให้ไว้ เมืองนี้จึงต้องคำสาปจนถึงกาลล่มสลาย แล้วเมื่อนาคราชกลับมาทวงสัญญากับมนุษย์ นางเอกของเรื่องคือเจ้าแพงเมืองจึงเป็นผู้ชดใช้กรรมแทนบรรพบุรุษของเธอ
ขณะหลายคนรับรู้ว่าความเชื่อเรื่องพญานาคแพร่หลายอย่างเข้มข้นในพื้นที่แถบแม่น้ำโขงทางภาคอีสาน ทว่าเมืองมายในนิยายนั้นเป็นเมืองสมมุติทางตอนเหนือของประเทศไทย อาจารย์วินิตาพูดถึงการวางพล็อตเรื่องว่า
“ตำนานพญานาคอยู่ในเมืองเหนือมานานมากแล้วนะคะ อาจเป็นที่รู้จักก่อนทางอีสานอีกค่ะ อาณาจักรเชียงแสนหรือโยนกนครมีตำนานว่าพญานาคช่วยสร้าง ต่อมาเมืองล่มเพราะชาวบ้านกินปลาไหลเผือกยักษ์ ซึ่งว่ากันว่าเป็นโอรสพญานาค ทำให้ถูกลงโทษ เมืองล่มกลายเป็นหนองน้ำใหญ่ชื่อเวียงหนองล่ม
“ตำนานดังกล่าวสะท้อนว่าพญานาคกับมนุษย์ในแหลมทองมีความร่วมมือกันมาก่อน แสดงว่าต่างฝ่ายต่างรู้จักกันดี รับรู้ในความมีตัวตน ถ้าเราตีความว่าความร่วมมือคือ ‘พันธะสัญญา’ ที่เคยถือร่วมกัน แล้วผิดสัญญาทีหลัง ก็น่าคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงเป็นที่มาของเรื่องนี้”
อาจารย์ยังเสริมอีกว่า “ดิฉันสังเกตว่าในวรรณคดีต่าง ๆ ไม่ว่าจะได้รับอิทธิพลจากอินเดีย หรือเรื่องในท้องถิ่นของเรา มนุษย์ไม่ได้เห็นนาคเป็นความลึกลับที่ไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่มีจริงอย่างภูตผีปีศาจ แต่ยอมรับว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่จริงในมิติเดียวกัน คือในโลก เพียงแต่ไม่ใช่มนุษย์ ถึงกระนั้นก็มีความสัมพันธ์กันได้ ตำนานเก่าแก่ของขอมก็พูดถึงกษัตริย์ที่ได้นางนาคเป็นชายา ตำนานในแหลมทองสร้างนาคให้เป็นชนเผ่าที่มีความศักดิ์สิทธิ์ มีอำนาจบางอย่างเหนือธรรมชาติและเหนือมนุษย์ บันดาลสิ่งดีหรือร้ายก็ได้แก่มนุษย์ ถ้ามนุษย์ทำผิดกับพวกเขาก่อน เขาก็มีสิทธิ์ลงโทษ ถ้าดีกับเขาเขาก็ทำคุณให้
“ทุกวันนี้คนไทยจำนวนมากก็ยังมีความเชื่อแบบนี้จึงบูชาพญานาคกันหลากหลาย ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่คติทางพุทธศาสนา แต่พัฒนาจากความเชื่อท้องถิ่นที่น่าจะมีก่อนเรารับพุทธศาสนาเข้ามา เมื่อดิฉันสังเกตเห็นความเกี่ยวข้องดังกล่าว จึงวางโครงเรื่องสร้างความผูกพันระหว่างมนุษย์และนาค”
ตลอดชีวิตการทำงานมานานกว่า ๓๐ ปี อาจารย์วินิตา ดิถียนต์ มีผลงานเขียนนิยายจำนวนมหาศาล ทั้งจากนามปากกา “ว.วินิจฉัยกุล” “แก้วเก้า” รวมทั้งนามปากกาอื่น ๆ หลายเรื่องได้รับยกย่องให้เป็นผลงานระดับขึ้นหิ้ง กลายเป็นหนังสือในดวงใจของแฟน ๆ ที่ติดตามอ่าน แต่สำหรับผู้ชื่นชอบ นาคราช เป็นพิเศษ อาจอยากรู้ว่าผู้เขียนรู้สึกอย่างไรกับนิยายยุคต้นเรื่องนี้
“เป็นเรื่องหนึ่งที่รู้สึกว่าสร้างตัวละครเอกฝ่ายชายได้น่าพอใจ มีอำนาจ มีความเด่นและความร้ายซับซ้อนกัน คนอ่านชอบมาก น่าเสียดายตอนนั้นดิฉันยังมีวุฒิภาวะค่อนข้างน้อย ถ้าเขียนนิยายรักต้องจบแฮปปี้เอนดิง หากเขียนตอนนี้คงเพิ่มความซับซ้อนมากขึ้น อาจทำให้นาคราชในเรื่องกลายเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมที่เสื่อมสูญ จำต้องยุติคำสาป นางเอกก็กลับมาในโลกของตัวเองได้ แต่เชื่อว่าคนอ่านคงไม่ชอบเท่าแบบเดิม เพียงแต่แบบใหม่นี้จะดูคลาสสิกกว่าค่ะ”
หลังจากนิยาย นาคราช ได้รับการตีพิมพ์สู่ท้องตลาด ยังคงมีผู้เขียนนิยายและผู้ผลิตละครโทรทัศน์เนื้อหาเกี่ยวกับพญานาคออกมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันอาจารย์วินิตามองปรากฏการณ์นี้ว่า
“จะเกี่ยวกับนิยาย นาคราช หรือไม่ก็ไม่ทราบ ไม่เคยมีใครบอกว่าเขาได้แรงบันดาลใจจากเรื่องนี้ ส่วนตัวดิฉันคิดว่า ส่วนหนึ่งมาจากความนิยมนับถือพญานาคที่แพร่หลายขึ้นมากในระยะหลังจากนิยายเรื่องนี้จบไปนานหลายปี อาจเป็นความแพร่หลายของลูกไฟพญานาคในแม่น้ำโขง พญานาคที่คำชะโนด หรือลัทธิบูชาพญานาคเป็นที่นิยมหลังจากความเชื่อเช่นจตุคามรามเทพซาลงแล้ว”
อย่างไรก็ตามเจ้าของผลงานนิยาย นาคราช เผยว่าไม่เคยเดินทางไปสักการะตามวัดหรือแหล่งใด ๆ ที่เชื่อว่าเกี่ยวพันกับความศักดิ์สิทธิ์ของพญานาค
“ไม่เคยไปที่ไหนเลยสักแห่งค่ะ ดิฉันเป็นพุทธศาสนิกชน ถือไตรสรณคมน์ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แต่ก็ไม่ได้คัดค้านหรือต่อต้านผู้อื่นที่นับถือพญานาคนะคะ เป็นเรื่องความเชื่อและศรัทธาส่วนบุคคล เราควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน”
อาจารย์วินิตากล่าวทิ้งท้าย “ดิฉันเชื่อว่าศรัทธาในพุทธศาสนาและความเชื่อที่สืบเนื่องมาจากท้องถิ่นบางทีก็แยกไม่ออก คนไทยนับถือควบคู่กัน ที่บ้านดิฉันก็มีศาลพระภูมิ ศาลเจ้าที่ มีรูปท้าวหิรัญพนาสูร (ท้าวหิรัญฮู) มีเทวรูปพระคเณศที่กรมศิลปากรสร้าง ดิฉันให้คำอธิบายกับตัวเองว่า เราไหว้พระรัตนตรัยด้วยความเคารพสูงสุด เปรียบเทียบได้กับกราบไหว้พ่อแม่ผู้บังเกิดเกล้า แต่ก็ไม่เสียหายถ้าจะยกมือไหว้ลุงป้าน้าอา หรือเพื่อนบ้านอาวุโสเวลามีเหตุให้พบเจอ ไม่ได้ทำให้ความเคารพที่มีต่อพ่อแม่น้อยลงไปค่ะ”