Image

อริยา ไพฑูรย์ เคยฝันเล็ก ๆ ว่าการมีร้านเองจะได้อ่านหนังสือเยอะ กลายเป็นแต่ละวันหมดไปกับการจัดการสต๊อก เคลียร์บัญชีกับสายส่งทุกเดือน

Image

INDEPENDENT
BOOKSTORES
ทั่วไทย

กว่า ๓ ทศวรรษของร้านหนังสือเล็ก ๆ มีเรื่องเล่าไม่รู้จบ “ร้านหนังสือเล็ก ๆ” เริ่มขึ้นบนถนนพระอาทิตย์ กรุงเทพมหานคร ในปี ๒๕๓๗ แล้วมีช่วงพักนานนับจากปี ๒๕๔๔ จนหนอนนักอ่านคิดว่าลาจาก

ครั้น ๑๕ ปีผ่าน ในปี ๒๕๕๙ “ร้านหนังสือเล็ก ๆ” กลับมาเปิดบนถนนยะหริ่ง สงขลา สร้างกิจกรรมเคลื่อนไหว เป็นพลังทางเลือกแก่มิตรอักษร ที่ไม่ว่าร้านจะอยู่ไหนก็อยากตามไป ไม่ได้ซื้อหนังสือก็ขอให้ได้แวะสูดกลิ่น-ทักทายเจ้าของ 

ปี ๒๕๖๖ “ร้านหนังสือเล็ก ๆ : สารภี เชียงใหม่” เริ่มดำเนินการจวบจนปัจจุบัน

ชวนเสพบรรยากาศต่างยุคจากบุษกร พิชยาทิตย์ และ อริยา ไพฑูรย์

ถนนพระอาทิตย์ : แหล่งซ่องสุมของคนรักวรรณกรรม

หลังเรียนจบ บุษกร พิชยาทิตย์ ทำงานที่กรุงเทพฯ ในเครือสำนักพิมพ์เมืองโบราณ นานวันก็เข้าสู่แวดวงนักเขียน เป็นสมาชิก “ชมรมวันศุกร์” ที่มิตรสหายมักนัดกินดื่มพูดคุยเรื่องวรรณกรรม เป็นกลุ่มที่ทำให้เธอเติบโตจากข้างใน หลงใหลบรรยากาศคนรักวรรณกรรม จนเริ่มฝันถึงการมีร้านหนังสือ 

นั่นคือจุดกำเนิด “ร้านหนังสือเล็ก ๆ” ในตึกแถวคูหาเดียว

“ปี ๒๕๓๘ เป็นเจ้าของสิทธิ์ใช้ประโยชน์ตึกมุมถนนพระอาทิตย์ ในร้านมีวรรณกรรมเยอะรวมถึงหนังสือทำมือ

“เมื่อก่อนเวลากลับบ้านที่เชียงใหม่ชอบหอบดอกไม้มาร้านไว้ติดบนกระดาษห่อหนังสือที่พิมพ์ชื่อ ‘ร้านหนังสือเล็กๆ’ ให้ลูกค้า สมัยนั้นร้านหนังสือเยอะแต่เป็นเชนสโตร์ในห้าง ไม่มีร้านอิสระ ยิ่งที่เหมือนห้องรับแขกให้คุณค่ากับความสัมพันธ์มากกว่าการขายแทบไม่มี พอเราจัดกิจกรรมจึงมีคนช่วยเยอะ ติดโปสเตอร์ไว้หน้าร้าน ใครเห็นก็ช่วยบอกต่อ เป็นสังคมที่อบอุ่น สิ่งชื่นใจคือเราเป็นแรงจูงใจให้เด็กมหาวิทยาลัยหลายคนที่เคยมาร้านได้ทำร้านเล็ก ๆ ของตนบ้างเมื่อโตขึ้น 

“คนอ่านหนังสือมักเป็นคนที่มีความคิดลึกซึ้ง กว้างขวาง จึงอาจมีเด็กบางคนที่เติบโตข้ามวัยเพราะชอบอ่านอะไรที่ยาก กลายเป็นคนที่เฝ้าแต่จะค้นหาความหมายให้ชีวิตจนอาจอยู่ในสังคมยาก 

“พอรู้จักเอ๋-อริยา รู้สึกชื่นชมในความเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจวรรณกรรมเยาวชน เขาพูดน้อย แต่ถ้าผู้ฟังเป็นเด็ก เขาจะเล่าสิ่งที่อยู่ในหนังสือได้อย่างรวดเร็วและกระจ่าง เวลาที่ร้านจัดกิจกรรมหนังสือเขาก็มาช่วยเสมอ 

“ชีวิตเราสนุกกับการต้อนรับเพื่อนฝูงตลอดวันถึงดึกดื่น จนปี ๒๕๔๔ ป่วยไทรอยด์เพราะพักผ่อนไม่เหมาะสม”

เมื่อบุษกรเลือกกลับบ้านที่เชียงใหม่ ก็ให้ “ร้านหนังสือเดินทาง” ทำร้านหนังสือบนถนนพระอาทิตย์แทน

Image

ในซอยตรงข้ามโรงเรียนสารภีพิทยาคมคือที่ตั้งของบ้านกว้างใหญ่ ที่เปิดร้านหนังสือเล็ก ๆ ตั้งแต่ ๑๑ โมงเช้าถึง ๕ โมงเย็น และปิดร้านเพียงวันจันทร์

Image

โลโก้ร้านที่สื่อสารความสัมพันธ์ให้ผู้ใหญ่ใช้พื้นที่การอ่านร่วมกับเด็ก

เมืองเก่าสงขลา : พื้นที่จินตนาการของผู้ใหญ่ตัวเล็ก

ปี ๒๕๕๙ อริยา ไพฑูรย์ ผู้คลุกคลีกับสำนักพิมพ์แพรวเยาวชน และแปล เจ้าชายน้อย สำนวนที่คนไทยหลงรัก ย้ายจากกรุงเทพฯ กลับบ้านที่สงขลา และชวนบุษกรร่วมฟื้น “ร้านหนังสือเล็ก ๆ”

“ตอนร้านอยู่กรุงเทพฯ มีหนังสือเด็กน้อยเพราะขนาดพื้นที่ไม่เอื้อให้เด็กนั่งเลือก ที่สงขลามีพื้นที่จึงเน้นหนังสือเด็กมากขึ้น เราอ่านวรรณกรรมเยาวชนตั้งแต่เด็ก จำความรู้สึกได้ว่ามีความสุข รู้สึกปลอดภัย 

“บรรยากาศร้านหนังสือสมัยถนนพระอาทิตย์กับสงขลาต่างกัน สมัยก่อนร้านคือความสะดวกของคนซื้อ ขายตามราคาปก ปีหนึ่งมีงานเทศกาลหนังสือที่คนรอลดราคาแค่ปีละครั้ง ปัจจุบันคนซื้อออนไลน์กับสำนักพิมพ์ แถมงานหนังสือจัดตลอดปี ยังดีว่าร้านที่สงขลาอยู่ย่านเมืองเก่า เวลานั้นชุมชนและภาครัฐกำลังพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ใครผ่านไปมาก็เห็น คนสงขลาก็มาง่าย ทำให้ร้านไม่เหงา” 

Image

เจ้าชายน้อยขนาดเกือบ ๓ เมตร คือหนึ่งในจุดเช็กอินของนักอ่านวรรณกรรมคลาสสิก

Image

รอบร้านประดับประดาด้วยตุ๊กตาตัวละครจากวรรณกรรมชื่อดัง ช่วยขับให้ความคิดและจินตนาการมีชีวิตชีวา

โดยเฉพาะเมื่อมีกิจกรรมเกี่ยวกับ เจ้าชายน้อย ผู้ติดตามเฟซบุ๊กของร้านมาร่วมแน่นขนัด แม้วันที่ไม่มีกิจกรรมของร้านหนังสือ หลังเลิกเรียนและวันหยุดก็มีเด็กในชุมชนมาอาศัยร้านหนังสือเป็นที่หย่อนใจ 

“การอ่านต้องปลูกฝังแต่เด็ก แต่หนังสือเด็กส่วนใหญ่แพง เราจึงพยายามแบ่งรายได้การขายช่วยให้พวกเขาได้อ่านฟรี บางวันมาเป็นแก๊งจากบ้านติดกัน ซอยเดียวกัน เริ่มชวนเพื่อนถนนยะหริ่ง ถนนนางงาม บางทีเราก็อ่านนิทานให้เขาฟัง ให้ยืมกลับบ้าน เขาอ่านจบก็เอามาคืน หนังสือไม่เคยหาย”

ทีแรกวางแผนอยู่สงขลา ๓ ปี แต่ก็เกินแผน  ถึงอย่างนั้นเมื่อถึงจุดหนึ่งก็พบทางใหม่

หลัง “ร้านหนังสือเล็ก ๆ” ปิดตัวในปี ๒๕๖๕ ย่านเมืองเก่าสงขลาก็ได้ต้อนรับร้านหนังสือ “dot.b”

Image

“ห้องสมุดนิทานเด็ก” จากการรวมฝันของกลุ่มผู้ใหญ่ รุทร นพคุณ และเพื่อนคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ รุ่น ๒๑ ของบุษกร-เจ้าของร้าน

Image

ปี ๒๕๖๔ เดฟั่น นวนิยายโดย ศิริวร แก้วกาญจน์ ได้รับรางวัลซีไรต์ คือปีที่เจ้าเหมียวจรสีส้มพลิกชะตาสู่แมวเฝ้าร้านหนังสือและได้ชื่อ “เดฟั่น”

สารภี เชียงใหม่ : ร้านหนังสือที่มีครัวไข่เป็ดและห้องสมุดนิทานเด็ก

“เคยคุยกับเพื่อนสามคนเรื่องการใช้ชีวิตบั้นปลายว่าน่าจะมาอยู่ด้วยกัน ทำงานที่รักด้วยกันในที่ไหนสักที่ แล้วก็ถึงเวลาเมื่อเราต่างดูแลพ่อแม่ที่อยู่ในวัยชรา และตัวเราเคยใช้ชีวิตที่เชียงใหม่มานานจึงตัดสินใจว่าเชียงใหม่น่าจะเหมาะกับการใช้ชีวิตในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงกับการงานของเรา จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ได้กลับมาเปิดร้านหนังสือเล็ก ๆ ในสวนดอกไม้ เราชอบปลูกดอกไม้ ทำสวน ทำอาหาร ทำขนม ก็จะมี ‘ครัวไข่เป็ด’ เอ๋เขาอยากทำ ‘ห้องสมุดนิทาน’ ก็ช่วยกันจัดพื้นที่ให้มีโซนหนังสือเด็กเยอะหน่อย”

“ร้านหนังสือเล็ก ๆ : สารภี เชียงใหม่” เริ่มขึ้นในปี ๒๕๖๖

บุษกรเล่าว่าในวันหยุดครัวไข่เป็ดอาจมีขนมจีนซาวน้ำและไข่พะโล้ บางทีมีข้าวคลุก (คล้ายข้าวคลุกกะปิที่ไม่ใส่กะปิ) ข้าวยำปักษ์ใต้ประดับดอกไม้กินได้ที่เธอปลูกใช้ไข่ออร์แกนิกจากฟาร์มเพื่อนที่อยู่ใกล้ วันไหนมีเด็กมาจะต้อนรับด้วยขนมพื้นบ้านกับขนมปังโฮมเมด และแยมผลไม้ทำเอง

สังเกตเห็นสิ่งน่ารักกว่านั้นคือใช้ปกหนังสือวรรณกรรมที่เกินจำนวนจากการพิมพ์ของสำนักพิมพ์ผีเสื้อแทนแผ่นรองจาน ขณะชวนชิมอาหารเธอเล่าสิ่งประทับใจล่าสุด

“ครัวไข่เป็ด” คล้าย Chef’s Table ตรงรังสรรค์อาหารสไตล์ home cook และเล่าที่มาของแต่ละเมนูโดย บุุษกร พิชยาทิตย์

“มีผู้อำนวยการโรงเรียนบนดอยที่อมก๋อยซึ่งเป็นนักอ่านตัวยงเหมารถพาเด็กกะเหรี่ยงลงจากดอยเพื่อให้นักเรียน ป. ๖ เลือกหนังสือที่อยากอ่านเอง พอเด็กหายเมารถก็ตั้งใจเลือก ไล่ดูช้า ๆ บางคนกำลังจะไม่ได้เรียนต่อเพราะบ้านไกล บางคนเพิ่งเคยได้เข้าร้านหนังสือครั้งแรกในชีวิต”

อริยาเสริม ความทรงจำจากสหายตัวเล็กที่สงขลาคือพลังให้อยากทำห้องสมุดนิทานเด็ก

“พื้นที่รอบร้านนี้เป็นสวน เหมาะจะทำส่วนขยายเป็นห้องสมุด และเรามีหนังสือฟรีเยอะที่เก็บไว้ให้เด็ก ๆ ที่ไม่มีเงินซื้ออยู่แล้ว จะวางดินสอสี มีตุ๊กตาที่เป็นตัวละครจากวรรณกรรมให้เล่นได้ หนังสือที่เข้าร้านและเข้าห้องสมุด เราเลือกเอง จัดวางเอง ทุกเล่มในนี้คัดเนื้อหาอย่างดี หยิบได้อย่างสบายใจ”

ฝันของบุษกร-อริยายังจินตนาการถึง “สำนักพิมพ์ร้านหนังสือเล็ก ๆ” และการระดมทุนผลิตหนังสือเด็ก แม้ต้องใช้เวลา พลัง และทรัพย์สูง แต่คงไม่ไกลเกินสำเร็จ เพราะรากความคิดทั้งคู่มั่นคงตรงกัน

“หนังสือเป็นสิ่งที่เด็กควรจับต้อง จะทำอะไรก็แล้วแต่เราต้องไม่ลืมเด็ก”