“เคนเนดี” และ “สุวรรณภูมา”
ที่ลาลับ
Cold War Untold Frame
อ่านภาพ : สุเจน กรรพฤทธิ์
ภาพ : jfklibrary.org
จนถึงตอนนี้ (เมษายน ๒๕๖๙) สงครามในตะวันออกกลางที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. ๒๐๒๖ ยังไม่มีทีท่าจะจบลงง่าย ๆ ความคาดเดาไม่ได้ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ฯลฯ ทำให้คริสต์ศตวรรษที่ ๒๑ คล้ายกับช่วงครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ ดั่งแฝดคนละฝา
ต่างก็แต่สมัยนั้นสมการไม่ซับซ้อน โลกเสรีนำโดยสหรัฐอเมริกา โลกคอมมิวนิสต์นำโดยสหภาพโซเวียตและสาธารณรัฐประชาชนจีน การเมืองอเมริกันแม้มีการแข่งขันแต่ก็อยู่ในร่องในรอย การเปลี่ยนผ่านอำนาจผ่านการเลือกตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น ยังไม่นับว่าประธานาธิบดีอยู่ในภาวะที่ “คาดเดาได้” (predictable)
ต่างกับอเมริกาในศตวรรษที่ ๒๑ อย่างสิ้นเชิง
หนึ่งในผู้นำอเมริกาที่โดดเด่นที่สุดยุคนั้นคือ จอห์น เอฟ. เคนเนดี (John F. Kennedy, ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. ๑๙๖๑-๑๙๖๓) คนทั่วโลกคุ้นเคยชื่อเขาจากวรรคทองที่ว่า “อย่าถามว่าประเทศชาติจะให้อะไรแก่ท่าน จงถามตัวท่านเองว่าจะทำอะไรให้กับประเทศชาติ” กับคดีลอบสังหารเคนเนดี ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่คลี่คลาย
ภาพของเคนเนดี ผู้นำหนุ่ม ยังเป็นที่คุ้นตาของคนทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน
แต่ก็มีอีกหลายภาพที่เราไม่คุ้นตาและเกี่ยวพันกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับประเทศไทย
ผมพบภาพนี้ในระบบฐานข้อมูลห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ประธานาธิบดีเคนเนดี (jfklibrary.org) ซึ่งมีที่ทำการอยู่ในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์--วันที่บันทึกภาพคือ ๒๗ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๙๖๒
บุคคลที่นั่งสนทนาอยู่กับเคนเนดีคือเจ้าสุวรรณภูมา ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งพระราช-อาณาจักรลาว โดยสิ่งที่เจ้าสุวรรณภูมาไม่รู้คือ ต่อมาเขาจะเป็น “ผู้นำคนสุดท้าย” ของพระราชอาณาจักรลาว (Kingdom of Laos) รัฐที่ปัจจุบันหายไปจากแผนที่การเมืองโลกแล้ว
คำบรรยายภาพกล่าวว่า “ประธา-นาธิบดีเคนเนดี (นั่งเก้าอี้โยก) พบนายกรัฐมนตรีลาว เจ้าสุวรรณภูมา, ช่างภาพสามคนไม่ปรากฏนามอยู่ด้านหลัง ในห้องทำงานรูปไข่ (oval off ice) ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.”
ตอนนั้นเกิดสงครามกลางเมืองในลาวระหว่างฝ่ายขวา-กลาง-ซ้าย พื้นที่ด้านตะวันออกของลาวถูกเวียดนามเหนือบุกเข้ามาตัดเส้นทางโฮจิมินห์ เพื่อวกอ้อมลงไปโจมตีเวียดนามใต้
รัฐบาลผสม (Coalition Government) ของลาว ซึ่งเกิดจากสนธิสัญญาเจนีวาที่รวมทุกฝ่ายเข้ามาร่วมคณะรัฐมนตรีตกอยู่ในสภาพง่อนแง่น เจ้าสุวรรณภูมา ผู้นำฝ่ายเป็นกลางพยายามประคองสถานการณ์
อย่างไรก็ตามฝ่ายสุดขั้วของแต่ละปีกทำให้สถานการณ์แย่ลงอย่างรวดเร็ว ในที่สุดเจ้าสุวรรณภูมาก็ขอกำลังทหารไทยเข้าไปช่วย หนำซ้ำยังขอให้อเมริกาส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดเส้นทางโฮจิมินห์
สุดท้ายเมื่อฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้รับชัยชนะ เจ้าสุวรรณภูมาจึง (ถูกบังคับให้) ลาออก และหายไปจากเวทีการเมืองลาว
แม้วาระสุดท้ายของบุรุษทั้งสองจะต่างกัน แต่ก็ล้วนน่าสะเทือนใจและน่าพิศวงไปพร้อมกัน