คำหวานรองจากคำว่า “รัก”
วิทย์คิดไม่ถึง
เรื่อง : ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์ namchai4sci@gmail.com
ภาพประกอบ : นายดอกมา
สุนทรภู่ว่าไว้ใน เพลงยาวถวายโอวาท ว่า
“อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย...”
ถ้อยคำดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการพูดจาด้วยคำหวานช่วยหล่อเลี้ยงหัวจิตหัวใจผู้ฟังและเป็นประโยชน์กับตัวผู้พูดเองไม่น้อย
ในโลกนี้มีคำบางคำพิเศษกว่าคำอื่น เช่นคำว่า “รัก” ที่ทำให้ผู้ฟังซาบซ่านหัวใจได้อย่างที่สุด หากกล่าวโดยคนที่เหมาะสมในสถานที่และสถานการณ์ที่เหมาะเจาะ
คำที่หวานรองจากคำว่า “รัก” อาจเป็น “คำขอโทษ”
คนไทยรุ่นใหม่ดูจะปากหนักทั้งเรื่องการทักทาย การขอบคุณ และการขอโทษ แม้แต่คนที่อยู่ในธุรกิจค้าขายสินค้าและบริการ จะด้วยไม่ได้รับการฝึกอบรมหรือไม่ตระหนักถึงความสำคัญของคำพูดเหล่านี้ก็เหลือจะเดา
อันที่จริงแม้แต่นักการเมืองซึ่งบางครั้งก็ไม่ใช่หน้าใหม่ก็เป็นแบบนี้ไม่น้อย เคยมีคำกล่าวทำนองว่า “เสียใจ แต่ไม่ขอโทษ” คำพูดแบบนี้พูดเหมือนไม่พูด รังแต่จะเพิ่มความไม่พอใจของผู้เสียหายที่ได้รับฟัง
ใน ค.ศ. ๒๐๑๔ มีงานวิจัยของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยรัตเกอร์สและมองต์แคลร์ รัฐนิวเจอร์ซี ประเทศสหรัฐอเมริกาที่ศึกษาการขอโทษของคนมีชื่อเสียงรวม ๑๘๓ เหตุการณ์ ครอบคลุมช่วง ค.ศ. ๒๐๐๐-๒๐๑๒ พบคำกล่าวขอโทษของคนมีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตก มีทั้งแบบปฏิเสธความรับผิดชอบ เช่น ไม่ใช่ความผิดของตัวเอง แบบหลีกเลี่ยงแก้ตัว เช่น เรื่องมันซับซ้อนแบบที่ดีคือยอมรับหรือยอมเสียหน้า เช่น รู้สึกผิดที่ทำเรื่องเช่นนี้และรับปากจะแก้ไข จะไม่ทำผิดทำนองนี้อีก สองกรณีหลังมักได้รับการยอมรับและอภัยให้มากกว่า
นักวิจัยเจาะลึกกรณีศึกษาของอดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน ที่กล่าวคำขอโทษหลังจากมีการเรียกร้องให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง พบว่าถ้อยแถลงต่อสาธารณชนที่ยาว ๔.๑๖ นาที ในวันที่ ๑๗ สิงหาคม ค.ศ. ๑๙๙๘ นั้นตอบข้อสงสัยอย่างชัดเจนว่า “ข้าพเจ้าได้มีความสัมพันธ์กับนางสาวลูวินสกี้จริง ซึ่งไม่เหมาะสมและถือเป็นการกระทำที่ผิด” หลังจากที่เคยบ่ายเบี่ยงโดยใช้คำว่า ไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางเพศด้วยมาตลอด
คลินตันยืดอกรับผิดชอบว่า “ข้าพเจ้ามีความผิดและต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้แต่เพียงผู้เดียว”
นอกจากนี้เขายัง “ยอมรับ” ว่าได้พยายามบ่ายเบี่ยงต่อสาธารณชนทั้งการให้ความเห็นและการไม่ตอบคำถามในเรื่องนี้จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด
ตบท้ายด้วยคำพูดว่า “ข้าพเจ้าทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ซึ่งรวมแม้แต่ภรรยาของข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าเสียใจในเรื่องนั้นอย่างสุดซึ้ง”
การกล่าวคำขอโทษอย่างครบถ้วน คือ ยอมรับว่าทำผิดจริง กล่าวสำนึกว่าเสียใจที่ได้ทำผิดไป และกล่าวขอโทษอย่างจริงใจ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้การขอโทษสัมฤทธิผล
แม้คอลัมนิสต์จำนวนหนึ่งจะสนับสนุนให้ถอดถอนคลินตันออกจากตำแหน่ง แต่โพลของ CNN/USA Today/Gallup ชี้ว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม ๕๑ เปอร์เซ็นต์ระบุว่า การขอโทษของเขายอมรับได้และถือว่าเพียงพอ ขณะที่ ๔๔ เปอร์เซ็นต์
ไม่เห็นด้วย ส่วนโพลของ New York Times/CBS News ในช่วงเวลา ๑ เดือน หลังการเผยแพร่คำขอโทษ มีผู้ตอบแบบสอบถาม ๖๗ เปอร์เซ็นต์ที่ยอมรับคำขอโทษ ขณะที่โพลของ Gallup ที่ทำก่อนและหลังการขอโทษไม่นาน แสดงให้เห็นว่าความนิยมในประธานาธิบดีไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตามคนดังที่ออกมาขอโทษต่างกรรมต่างวาระและในเรื่องแตกต่างกันก็ได้รับการยอมรับแตกต่างกันมาก เพราะมีปัจจัยย่อยเกี่ยวข้องด้วยอีกมาก
มีการทดลองหนึ่งทำโดยนักวิจัยชาวเยอรมันใน ค.ศ. ๒๐๑๓ ให้อาสาสมัครชมภาพยนตร์ที่ถ่ายทำไว้ โดยจำลองเหตุการณ์ที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งในโรงแรม มีสถานการณ์คืออาหารเสิร์ฟช้าและปรุงมาไม่ดี เรียกว่ามีปัญหาชวนให้ผู้ใช้บริการหงุดหงิดใจอย่างเห็นได้ชัด
จากนั้นฉายให้เห็นฉากจบ บริกรกลับมาและขอโทษขอโพยในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ขอโทษหนักแน่นจริงจัง (ผม/ดิฉันเสียใจจริง ๆ) แทนที่จะขอโทษแบบปรกติ (ผม/ดิฉันเสียใจ) และยังมีอีกหลายเวอร์ชันทั้งที่มากและน้อยกว่านี้ ไปจนถึงระดับที่ไม่ขอโทษเลย นอกจากนี้ยังสมมุติสถานการณ์ให้ขอโทษในเวลาแตกต่างกัน เช่น ทันทีที่เกิดเหตุ เมื่อทานอาหารเสร็จสิ้นแล้ว
นักวิจัยพบว่ามีปัจจัยหลักสามอย่างที่มีผลต่อการให้อภัย คือ การแสดงออกว่าสำนึกผิดของผู้ขอโทษ ความหนักแน่นของการขอโทษ และจังหวะเวลาขอโทษ อาสาสมัครที่เป็นลูกค้าให้ความสำคัญกับปัจจัยแรกมากที่สุด และเรื่องของจังหวะเวลาสำคัญน้อยสุด
อย่างไรก็ตามการขอโทษทันทีหรือเร็วที่สุดได้ผลดีมากที่สุด และทั้งสามปัจจัยส่งผลเป็นอิสระแยกจากกัน คืออาจพอใจที่แสดงการขอโทษหนักแน่น แต่หากช้าไปก็จะลดทอนความพึงพอใจได้
มีการค้นพบเล็ก ๆ ที่แปลกดีเรื่องหนึ่งจากงานวิจัยของ ชิริ เลฟ-อาริ (Shiri Lev-Ari) จากมหาวิทยาลัยลอนดอน นักวิจัยพบว่าการขอโทษที่ใช้คำยาว ยาก หรือหรูหรา และไม่ได้พบบ่อย ได้ผลดีมากกว่า เช่น ในประโยคสามประโยคต่อไปนี้เรียงจากประโยคที่ให้ผลน้อยไปหามาก แม้ทั้งสามประโยคมีความหมายแทบจะเทียบเท่ากันทุกประการก็ตาม
(1) I now see that joking about these issues is very rude.
(2) I now realize that joking about these issues is highly rude.
(3) I now recognize that joking about these issues is exceedingly rude.
เอสเทอร์ แอดลีย์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสของเดอะการ์เดียน หนังสือพิมพ์ชื่อดังของอังกฤษที่ตีพิมพ์มากว่าศตวรรษเขียนแนะนำไว้ว่า มีตัวอย่างความพยายามขอโทษที่ล้มเหลวหลายรูปแบบที่ควรระมัดระวังไม่ทำตาม เช่น การกล่าวขอโทษตามสคริปต์ที่เขียนอย่างตั้งใจแต่ไม่จริงใจ ซึ่งฟังคล้ายขอโทษ แต่กลับไม่มีตรงไหนที่ขอโทษอย่างจริงจังและบ่งบอกว่าสำนึกผิดเลย
การพูดขอโทษแบบ “ขอไปที” ก็ไม่มีประโยชน์และไม่เหมาะสม เช่น พูดปัด ๆ ไปว่า “ขอโทษ, ขอโทษ, ขอโทษ” โดย
ไม่ได้แสดงอาการสำนึกผิด ในเมืองไทยเราอาจเคยได้ยินคำว่า “งั้นขอโทษก็ได้” ซึ่งก็เข้าข่ายนี้เช่นกัน
มีคำขอโทษบางคำที่ฟังดูไม่คล้ายคำขอโทษ เช่น พูดแล้วกลายเป็นว่าความผิดเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม (เช่น เกิดมาในสังคมแบบนี้ก็เลี่ยงยาก) เป็นเรื่องของยุคสมัย (เช่น สมัยโน้นใคร ๆ ก็ทำทั้งนั้น) หรือมีความจำเป็นให้ต้องทำ สรุปคือแก้ตัวว่าไม่ได้อยากทำ...แต่ก็ทำ ตัวเองไม่ใช่สาเหตุสักหน่อย !
การกล่าวคำขอโทษต่อให้ทำช้าก็ดีกว่าไม่ทำ แต่ก็ควรทำอย่างเหมาะสม
ตัวอย่างที่สอบตก เช่น ใน ค.ศ. ๒๐๐๘ ผู้บริหารราชการเมืองฟลอเรนซ์จะจัดพิธีขอโทษ ดันเต อาลีกีเอรี (ค.ศ. ๑๒๖๕-๑๓๒๑) มหากวีผู้ถูกเนรเทศออกจากเมืองเพราะความคิดเห็นทางการเมืองใน ค.ศ. ๑๓๐๒ จนเขาต้องระหกระเหินอยู่ถึง ๑๙ ปี แต่ทายาทของมหากวีปฏิเสธเข้าร่วมงาน เพราะเห็นว่างานที่จะจัดขึ้นไม่ได้มาจากใจจริงและหวังผลประโยชน์อื่นมากกว่า
อีกกรณีที่โด่งดังกว่าคือคริสตจักรประกาศยอมรับใน ค.ศ. ๑๙๙๖ ว่า นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก กาลิเลโอ (ค.ศ. ๑๕๖๔-๑๖๔๒) มีสิทธิ์เชื่อว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ แต่กระนั้นก็ไม่ได้มีประกาศขอโทษเรื่องที่กาลิเลโอโดนบังคับให้ต้องประกาศถอนความเชื่อเพื่อไม่ให้โดนลงทัณฑ์ทรมาน มีเพียงแค่ระบุไว้อย่างไม่สู้เต็มใจนักว่า คริสตจักรรับรู้ได้ถึง “ความเข้าใจผิดที่น่าเศร้าที่บัดนี้ได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว”
ดูเหมือนการกล่าวขอโทษ การยอมรับว่าตัวเองผิด น่าจะเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นการยอมรับในจุดอ่อนของตน และมนุษย์ก็รับมือจุดอ่อนนี้ไม่เก่ง เพราะมันทำให้เรารู้สึกไม่ปลอดภัย จึงทำทุกอย่างเพื่อปกป้องตัวเองจากความอ่อนแอนี้ไว้
กรณีของคำกล่าวทำนอง “เสียใจ แต่ไม่ขอโทษ” จึงถือเป็นเรื่องน่าผิดหวังยิ่ง