ใต้หลังคาเดียวกัน ทางซ้ายเป็นร้าน Rock Paper Scissors Store ที่มีย้วย-นภษร ศรีวิลาศ คอยเล่าเรื่องราว ส่วนทางขวา มีเฟิม-เฟื่องฟู จิรัฐิติวณิชย์ เป็นบาริสต้าชงกาแฟอยู่หลังบาร์ของร้าน Hands and Heart Coffee Roasters
INDEPENDENT
BOOKSTORES
ในกรุงเทพฯ
เมื่อผลักประตูกระจกเข้าไปในร้านสีขาว
ที่วางตัวยาวตามแนวอาคารแถวในซอยสุขุมวิท ๖๗ ราวเปิดหน้าปกนิตยสารสีเรียบเพื่ออ่านเนื้อหาภายในเล่ม
ฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่ของนิตยสารอินดี้ที่มี
ย้วย-นภษร ศรีวิลาศ ผู้หลงใหลสิ่งพิมพ์ เสมือนเป็นผู้เขียนและเล่าเรื่องราวให้ Rock Paper Scissors Store ร้านหนังสือของเธอ
ส่วนทางขวามีเฟิม-เฟื่องฟู จิรัฐิติวณิชย์ หวานใจผู้ทำหน้าที่บาริสต้าอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ไม้สไตล์วินเทจในฐานะเจ้าของร้าน Hands and Heart Coffee Roasters
ทั้งกลิ่นกระดาษและกลิ่นกาแฟคั่วอบอวลผสานดั่งเนื้อหาของสกู๊ปพิเศษในนิตยสารเล่มเดียวกัน
ย้อนไปเมื่อ ๔ ปีก่อน หลังจากย้วยและเฟิมไปออกร้านขายหนังสือมือสองที่ theCOMMONS ย่านทองหล่อ จนได้เงินจำนวนหนึ่ง ทั้งคู่ตัดสินใจนำเงินนั้นไปสั่งซื้อนิตยสารอินดี้ที่โปรดปรานจากสิงคโปร์ลองขายผ่านทาง Instagram เมื่อไปได้ดีจึงสั่งนิตยสารอีกหลายหัวจากทั่วโลกมาขายเพิ่ม กระทั่งปี ๒๕๖๖ ย้วยลาออกจากงานประจำมาเปิดร้านขายนิตยสารเคียงคู่กาแฟอยู่ใต้คอนโดฯ ในซอยสุขุมวิท ๔๙ ก่อนหมดสัญญาเช่าเมื่อปีที่แล้ว ทั้งคู่จึงย้ายมาเปิดร้านในที่ปัจจุบันพร้อมเลื่อนขั้นเป็นคุณพ่อคุณแม่ เพิ่มหน้าที่ดูแลน้องเขียน ลูกสาวตัวน้อยที่เติบโตมาพร้อมร้านนี้
“บางคนอาจเจอหนังสือหรือนิตยสารในจังหวะที่ใช่ วันนี้อาจยังไม่ชอบเล่มนี้ แต่วันหน้าอาจเป็นเล่มที่เปลี่ยนชีวิตและมีความหมายก็ได้”
ความหลงใหลในสื่อสิ่งพิมพ์ เป็นแรงบันดาลใจให้ย้วยเปิดร้านนิตยสารอินดี้
เดินวนดูตู้ไม้ทางฝั่งซ้ายของร้าน มองทะลุบานกระจกใสที่กรุอยู่โดยรอบ ข้างในและนอกตู้มีนิตยสารนับสิบหัวจากทั่วทุกมุมโลกวางเรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ
มีตั้งแต่ Science of the Secondary นิตยสารอินดี้จาก สิงคโปร์ที่เล่าสารพัดสิ่งอย่างรอบตัว, The Skirt Chronicles นิตยสารแฟชั่นฝรั่งเศสที่ปฏิเสธการนำเสนอเรื่องแฟชั่นแบบเดิม ๆ ชั้น ๒ ของตู้มี apartamento นิตยสารสุดโก้ของเหล่านักออกแบบภายในจากสเปนที่ย้วยยกให้เป็นศาสดาของนิตยสารอินดี้ทั้งมวล ยังมี MacGuffin เล่าสิ่งรอบตัวแบบเนิร์ดอัมสเตอร์ดัมจากเนเธอร์แลนด์วางอยู่บนตู้ คู่กับ SOLO นิตยสารที่สะท้อนวัฒนธรรมกาแฟ, Good Sport นิตยสารกีฬาจากออสเตรเลีย, sankaku ตัวแทนจากญี่ปุ่น และ A24 Zines นิตยสารค่ายหนังจากสหรัฐอเมริกา
ส่วนนิตยสารอินดี้ไทยมีสองหัว คือ Theek Theek เล่าเรื่องอินเดียโดยคนรักอินเดีย และ neighbour papers นิตยสารน้องใหม่ที่พาไปรู้จักกรุงเทพฯ
หลายเล่มที่กล่าวมาย้วยเป็นผู้สรรหาโดยเลือกจากความชื่นชอบในเทคนิควิธีนำเสนอเป็นจุดตั้งต้น ปะปนกับเล่มที่ลูกค้าต้องการและพี่น้องในวงการสื่อแนะนำ ซึ่งแต่ละเล่มต้องเดินทางข้ามน้ำผ่านทะเลกว่าจะได้มาวางขายที่ร้าน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมนิตยสารอินดี้ถึงมีราคาค่อนข้างสูง
กว่านิตยสารแต่ละเล่มจะมาวางขายที่ร้าน ต้องใช้เวลาเดินทางและขนส่งมาจากต่างประเทศ
ข้างตู้ไม้ยังมีชั้นเหล็กสีเหลืองอยู่ชิดกัน บนนั้นมีนิตยสารคละหัวเรียงแบบโชว์สันปก ย้วยบอกว่าทั้งหมดเป็นนิตยสารอินดี้จากร้านเก่า
“นิตยสารชั้นนี้ไม่ได้เป็นของเหลือ แต่รอลูกค้าอยู่ เพราะสำหรับบางคนอาจเจอหนังสือหรือนิตยสารในจังหวะที่ใช่ วันนี้อาจยังไม่ชอบเล่มนี้ แต่วันหน้าอาจเป็นเล่มที่เปลี่ยนชีวิตและมีความหมายก็ได้ เช่นเดียวกับชื่อร้าน Rock Paper Scissors ก้อนหิน กระดาษ กรรไกร หรือเกมเป่ายิ้งฉุบ ที่บางทีเราเป็นก้อนหินเลยแพ้กระดาษ แต่ก็ชนะกรรไกร แมกกาซีนที่เรามีอาจยังมีคุณค่าแก่คนอื่นก็ได้” ย้วยเปรียบนิตยสารเล่มเก่าในชั้นกับชื่อร้าน
“นิตยสารอินดี้ไม่ได้เกิดมาเพื่ออัปเดตเทรนด์ แต่เป็นการเล่าเรื่อง” หนึ่งในความพิเศษคือ แต่ละเล่มไม่จำเป็นต้องออกถี่ แต่ทุกหัวมีความต่อเนื่อง และยังอ่านได้เสมอแม้จะตีพิมพ์มาหลายปีก็ตาม
นิตยสารเก่าหลายสิบหัวจึงถูกเก็บอย่างดีในตู้สีเขียวริมห้อง ทั้งนิตยสารชุดแรกของร้านจากสิงคโปร์ จนถึงเล่มที่ย้วยแบกกลับมาจากการเดินทางไปต่างแดนด้วยชื่นชอบเนื้อหา
“ข้อเสียของนิตยสารอินดี้คือพิมพ์มาจำนวนหนึ่งขายทั้งโลก หมดแล้วหมดเลย ถ้าชอบเล่มไหนให้รีบซื้ออย่าลังเล เพราะรอบหน้าเล่มนั้นอาจไม่มีหรือหาไม่ได้แล้ว” ย้วยมักแนะนำลูกค้าที่ร้านเช่นนี้เสมอ นี่คือที่มาของตู้เก็บสะสมนิตยสารเล่มเก่าในร้าน
หลายสิบเล่มเป็นของสะสมส่วนตัวของย้วย เก็บไว้อย่างดีในตู้ และเปิดให้คนทำสื่อสิ่งพิมพ์ได้ดูเป็นแรงบันดาลใจ
ร้านเล็ก ๆ ที่รวมนิตยสารเก่าใหม่หลายสิบหัวจากทั่วทุกมุมโลก ผ่านการเลือกมาวางขายด้วยความชอบของย้วยและคำแนะนำของพี่น้องในวงการสื่อสิ่งพิมพ์
ข้างกันเป็นตู้หนังสือปกิณกะที่เปรียบดั่งห้องสมุดเล็ก ๆ ส่วนด้านหลังตู้มีเครื่องคั่วกาแฟเครื่องใหญ่ที่เฟิมใช้งานทุกวันอังคาร ซึ่งร้านหนังสือต้องปิดทำการ
แม้นิตยสารและหนังสือทั้งสองตู้จะไม่ได้จำหน่าย แต่กลายเป็นพื้นที่เล่าเรื่องนิตยสารและตัวอย่างไอเดียในการทำสื่อสิ่งพิมพ์แก่ลูกค้าและพี่น้องในวงการที่มาเยือน
“เราไม่เชื่อว่าสื่อสิ่งพิมพ์กำลังจะตาย แต่หากจะตายก็เพราะฟังก์ชันเดิมและไม่อัปเดตเทรนด์”
ด้วยเหตุนี้ร้าน Rock Paper Scissors Store จึงกำลังปรับตัวในวันที่กิจการดำเนินมาเกือบ ๔ ปีเพื่อให้ร้านเดินต่อได้
“เราลดจำนวนนำเข้านิตยสารและโฟกัสเฉพาะเล่มที่เราชอบไม่ขายตามกระแสตลาดอีก” ย้วยกล่าวถึงวิธีปรับตัวในวันที่เธอและเฟิมมีสมาชิกตัวน้อยเพิ่มขึ้นมาในครอบครัวและตลาดนิตยสารอินดี้ในไทยมีความเปลี่ยนแปลงซึ่งก็คือย้อนกลับไปหาสิ่งที่เคยทำตั้งแต่แรกมีร้าน ดำเนินกิจการด้วยใจรักเคียงคู่กับร้านกาแฟ Hands and Heart Coffee Roasters