Image

House of Commons BookCafe & Space เชิงสะพานพิทยเสถียรตัดกับถนนเจริญกรุง เสมือนเป็นประตูต้อนรับเข้าสู่ย่านตลาดน้อย

Image

INDEPENDENT
BOOKSTORES
 ในกรุงเทพฯ

ตึกแถวสีเหลืองอ่อนสามชั้น ริมคลองผดุงกรุงเกษม หัวมุมด้านเหนือสุดของย่านตลาดน้อย กรุงเทพมหานคร ด้านหน้ามีสะพานพิทยเสถียรเป็นฉากเด่นตามเส้นทางเดียวกับถนนเจริญกรุงที่ตัดผ่าน มีผู้คนพลุกพล่านผลัดกันเข้าออก บ่งบอกว่าที่นี่คือ House of Commons BookCafe & Space (HOC) ร้านหนังสืออิสระที่เปรียบเป็นตู้หนังสือใบใหญ่ ข้างในมีทั้งหนังสือ คาเฟ่ ผู้คน ปะปนเรื่องราวของสังคมและโลกเขียนอ่าน

หลังหมดสัญญาเช่าจากที่เก่าย่านเจริญนคร ฝั่งธนบุรี เมื่อปี ๒๕๖๒ เพชร-ทิพย์สุวรรณ ตั้งอมรสุขสันต์ และ เลิศ-บุญเลิศ คณาธนาสาร ผู้ร่วมก่อตั้งร้าน พร้อมเพื่อนพี่น้องสมาชิกคอหนังสือผู้ร่วมถือหุ้นนับสิบ ตัดสินใจย้ายร้านที่เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ข้ามฟากมาอีกฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาปักหลักใหม่ในย่านตลาดน้อย เปิดร้านเช่นที่ทำมา จนตอนนี้ตึกตู้หนังสือที่ว่ามีชีวิตชีวากว่า ๑๔ ปี

เลื่อนบานกระจกเปิดประตูสู่ชั้นล่างสุดของตึก HOC ฝั่งหนึ่งเป็นคาเฟ่ มีเมนูสุดเก๋อย่างโกโก้ที่เจ้าของร้านแนะนำ รายล้อมด้วยหนังสือหลายหมวดหมู่เรียงอยู่ในตู้ไม้ที่กระจายตัวทั่วร้านสลับกับโต๊ะเก้าอี้ เป็นพื้นที่พูดคุยและนั่งทำงานแก่เหล่าผู้มาเยือน

Image

หนังสือหลากหลายแนว ซึ่งผ่านการเลือกสรรโดยเจ้าของร้านและพนักงานร้านรุ่นใหม่

ตู้หนึ่งเป็นหนังสือสังคม การเมือง ปรัชญา ประวัติศาสตร์ สลับกับตู้ที่เน้นเรื่อง spiritual จิตวิทยา และวรรณกรรม โดยมีเลิศเป็นผู้คัดสรรหนังสือจากสำนักพิมพ์และสายส่งที่ตรงกับสไตล์การอ่านของเขาและผู้ถือหุ้น

ส่วนตู้ในสุดเป็นจุดป็อปของร้าน รวบรวมงานเขียนของเหล่านักเขียนอิสระทั่วเมืองไทยไว้กว่าครึ่งร้อย เบื้องหลังตู้นี้เกิดจากเพชรและเลิศฟังคำแนะนำของพนักงานร้านรุ่นใหม่ที่เข้าใจกระแสหนังสือจึงลองนำมาวางขาย ปัจจุบันทำรายได้ดีจนตอนนี้ HOC ถือเป็นร้านที่มีหนังสือของนักเขียนอิสระมากที่สุดในไทย มากไปกว่านั้นยังช่วยสนับสนุนนักเขียน โดยหวังสร้างฐานรากของอุตสาหกรรมหนังสือไทยให้เข้มแข็งไปพร้อมกัน

“ร้านเราทำธุรกิจ แต่เราอยากทำธุรกิจที่ได้เงินและมีความหมายต่อผู้อื่น” เพชรกล่าว

แม้จำนวนหนังสือมีไม่มาก แต่เจ้าของร้านและพนักงานยืนยันว่าทุกเล่มเปิดอ่านได้เต็มที่ หากมีเล่มถูกใจค่อยอุดหนุนกลับบ้าน หรือไม่ก็ยืมกลับไปอ่านได้ด้วยบริการ “ปิ่นโตหนังสือ” เป็นโปรโมชันประหยัดเงินให้นักอ่านผ่านปณิธานของเจ้าของร้านที่อยากตกนักอ่านหน้าใหม่

นอกจากชั้น ๑ จะมีคาเฟ่ ยังมีพื้นที่ให้คนทุกวัยนั่งอ่านหนังสือทำงาน และพบปะพูดคุยอย่างอิสระ

“เราค้นพบว่าร้านหนังสือเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมและพื้นที่การใช้ชีวิต ส่วนหนังสือเป็นองค์ประกอบ เราอย่ามองหนังสือกับร้านหนังสือเป็นแค่หนังสือกับร้านหนังสือ” สิ่งที่เพชรอธิบายช่วยคลี่คลายภาพจำของร้านหนังสือว่าไม่ต้องเต็มไปด้วยหนังสือ แต่คือพื้นที่เชื่อมต่อผู้คน

เปิดบานประตูกระจกด้านหลังชั้น ๑ ขึ้นสู่คลังเก็บหนังสือชั้น ๒ ก่อนผ่านกองหนังสือเก่าริมบันไดพาขึ้นไปจนถึงชั้น ๓ เผยให้เห็นห้องกว้างสำหรับสร้างวงสนทนา แลกเปลี่ยนประเด็นที่ว่าด้วยเรื่องต่าง ๆ อย่างสังคมและการเมืองไทย-เทศ ทั้งเป็นพื้นที่พิเศษที่เสนอความคิดเห็นและตัวตนได้เต็มที่ ผ่าน book club ที่ใช้หนังสือเป็นตัวกลางสร้างบทพูดคุยใน community space

“สามัญชน BookClub” จัดร่วมกับพิพิธภัณฑ์สามัญชน, “Walk, Talk, Write in Taladnoi” สำรวจตลาดน้อยผ่านเรื่องราวการต่อสู้ด้านสิทธิมนุษยชน ที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ร่วมจัด, Introvert talk,
ดูไพ่โอโชทาโรต์, ดูภาพยนตร์ในร้านหนังสือ ทั้งหมดคือหัวข้อกิจกรรมที่เคยเกิดขึ้นใต้ร่มหลังคาของร้านแห่งนี้

Image

ว่ากันว่าตอนนี้ HOC เป็นร้านหนังสืออิสระที่รวมหนังสือของนักเขียนอิสระไว้มากที่สุดในเมืองไทย

Image

“เราเชื่อมั่นในความหลากหลาย ความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ การเมือง ศาสนา เราส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้รวมถึงการศึกษา และให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์” สิ่งที่เพชรกล่าวเป็นแนวทางสามแนวหลักที่ร้านยึดถือ เปรียบได้กับหนังสือที่ถูกจัดวางเป็นระเบียบในแต่ละชั้น รวมกันอยู่ในร้านหนังสือแห่งนี้

บางครั้งแนวคิดและแนวทางร้านอาจต่างจากผู้คนบางกลุ่ม แต่ทั้งเพชรและเลิศเชื่อเรื่องการมีจุดยืนของตนเองโดยไม่กลัวเสียฐานลูกค้า เพราะพวกเขาคิดว่าอย่างน้อยคงมีกลุ่มสังคมที่มีอุดมการณ์เดียวกันเป็นแรงหนุนให้ร้านอยู่ต่อไปได้

“เราอยู่ที่ไหนก็อยากให้ที่นั่นดี” เพชรเอ่ยอีกสิ่งที่เป็นหัวใจของร้าน คือการเป็นส่วนหนึ่งกับย่านที่อยู่ เคียงคู่กับการสร้างประโยชน์ให้ย่านไปพร้อมกัน ร้านเคยทำแผนที่เดินย่านสร้างปฏิสัมพันธ์ผู้คนกับตลาดน้อย หรืออย่างน้อยคือการทำหน้าร้านเป็นหน้าด่านที่ดีสำหรับต้อนรับสู่ย่านนี้

“เราค้นพบว่าร้านหนังสือเป็นพื้นที่
ทางวัฒนธรรมและพื้นที่การใช้ชีวิต
ส่วนหนังสือเป็นองค์ประกอบเราอย่ามองหนังสือกับร้านหนังสือเป็นแค่หนังสือกับร้านหนังสือ”

Image

บริการยืมหนังสือในชื่อ “ปิ่นโตหนังสือ” ช่วยประหยัดเงินเพื่อตกนักอ่านหน้าใหม่

กว่า ๑๔ ปีที่ตึกตู้หนังสือ HOC เปิดมา วันนี้ร้านกำลังพาตัวเองเดินต่อไปโดยใช้แนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ การแข่งขันอย่างสร้างสรรค์ (cooperative competition) ด้วยความร่วมมือกันของร้านหนังสือหรือธุรกิจที่เชื่อมโยงกันได้ เช่นที่ธุรกิจในยุคก่อน ๆ เคยทำมา ลบคำปรามาสที่ว่าร้านหนังสืออิสระกำลังจะตาย

“แนวคิด cooperative หรือการผนึกกำลัง สร้างพลังให้ใหญ่ขึ้น เริ่มจากเราต้องปรับมุมคิดของผู้ประกอบการร้านว่าเราไม่ได้แข่งกันเอง แต่มาร่วมมือกันให้ตลาดใหญ่ขึ้น” เลิศเล่าปิดท้าย

นี่คือความเชื่อที่ว่าร้านหนังสืออิสระจะเดินไปข้างหน้าได้ ไม่ใช่เฉพาะแค่ตึกตู้หนังสือ HOC ที่จะเดินลำพังอย่างโดดเด่น แต่ร้านหนังสืออิสระต้องเดินไปด้วยกันอย่างไม่โดดเดี่ยว  

scrollable-image

ชั้น ๓ เป็นห้องกว้างสำหรับสร้างบทสนทนาแลกเปลี่ยนประเด็นสังคมและการเมืองอยู่เสมอ โดยมีหนังสือเชื่อมต่อกับผู้คนในวง book club