Image

ปิยมิตรของ มาลัย ชูพินิจ

Image

ทบทวน-อ่านใหม่ 
๑๒๐ ปีชาตกาล นักเขียนไทย
มาลัย ชูพินิจ

เรื่อง : อรสม สุทธิสาคร
ภาพประกอบจากปก แผ่นดินของเรา
ฉบับที่จัดพิมพ์โดยคุรุสภา

ดอกจันทน์กะพ้อร่วงพรู แต่มิได้หล่นลงสู่พื้นดินทีเดียว กลีบสีขาวของมันน้อย ๆ และอ่อนนุ่มปลิวกระจายตามลมเหมือนฝูงผึ้งแตกรัง ไปตกที่นั่นนิดที่นี่หน่อย บนพื้นสีเขียวในลำคู เกลื่อนกลาดอยู่รอบโคนต้นอย่างที่เคยหล่นมาแล้วในชีวิตของมัน  ต่างแต่วันนี้ไม่มีใครเขาจะเหลียวแล ไม่มีใครเขาจะเอาใจใส่ ไม่มีแม้แต่เด็กจะคอยเก็บไปร้อยเป็นพวงมาลัยเล่นหรือใส่พานบูชาพระ  บางกลีบเคราะห์ร้ายปลิวไปตกลงกลางทางเดิน ก็รังแต่จะถูกเหยียบย่ำแหลกเหลวไปใต้ฝ่าเท้าที่โหดร้ายของคนผู้ไม่รู้จักคุณค่าของมัน  ทำนองเดียวกับหัวใจอันบริสุทธิ์ของหญิงสาวถูกขยี้โดยชายผู้ไม่รู้จักคุณค่าของความรัก

ดอกจันทน์กะพ้อร่วงพรู แต่มิได้หล่นลงสู่พื้นดินทีเดียว เกสรเล็ก ๆ แดงเรื่อแกมเหลืองลอยว่อนกระจัดพลัดพรายอยู่ในอากาศที่โปร่งสะอาดหน่อยหนึ่ง เหมือนลวดลายของตาข่ายที่คลุมไตรพระ  กลิ่นและเกสรอาจจะตกลงถูกเหยียบเป็นผุยผงไปโดยผู้คนที่เข้ามาพลุกพล่านอยู่ในบ้านวันนั้น  แต่ไม่มีใครเลยจะสามารถเป็นมารทำความชอกช้ำให้แก่กลิ่นหอมหวนยวนใจของมันได้ กลิ่นที่ฟุ้งขจรอยู่ในอากาศซึ่งล่องลอยไปทั่วบริเวณบ้าน อย่างที่มันเคยฟุ้งขจรมาแล้วตลอดชีวิต...

ฉากเปิดนวนิยาย แผ่นดินของเรา ของครูมาลัย ชูพินิจ ในนามปากกา “แม่อนงค์” ทำให้นักอ่านพากันหลงรักดอกจันทน์กะพ้อจับใจนับแต่ยังไม่ทันแรกเห็น

ภาพจันทน์กะพ้อต้นสูงใหญ่สองต้นจำลองมาจากภาพบริเวณหอพระของบ้านพระยามหาอำมาตยาธิบดี (เส็ง วิรยศิริ) อดีตราชปลัดทูลฉลองกระทรวงมหาดไทย องคมนตรีในรัชกาลที่ ๖ และรัชกาลที่ ๗  บ้านที่กว้างขวาง ๒๑ ไร่ย่านยศเส บ้านที่มีตู้หนังสือสูงจดเพดานห้องที่เด็กชายกำพร้าแม่ ลูกพ่อค้าไม้จากคลองสวนหมาก กำแพงเพชร ได้พึ่งพิงอาศัย

บ้านหลังนี้ไม่เพียงเป็นฉากสำคัญใน แผ่นดินของเรา งานวรรณกรรมชิ้นเอกของครูมาลัย หากยังเป็นที่มาของนามปากกา “แม่อนงค์” และมิตรภาพอันยั่งยืนชั่วชีวิตของชาย-หญิงคู่หนึ่ง  ฝ่ายชายคือเด็กจากคลองสวนหมาก ฝ่ายหญิงคือ อนงค์นาฏ วิรยศิริ ธิดาของท่านเจ้าคุณ เจ้าของบ้านกับแม่นาฏ-ผู้เป็นภรรยา

ภาพจำที่ฝ่ายหญิงไม่เคยลืม แม้เธอล่วงสู่วัยชรา อายุกว่า ๙๐ แล้ว คือภาพเด็กชายร่างผอมกะหร่องวัย ๑๐ ขวบต้น อุ้มโอ่งและข้าวของใช้อื่น ๆ เข้ามาในบ้าน

ความรักในนวนิยาย แผ่นดินของเรา และความรักจับใจในดอกจันทน์กะพ้อ ทำให้ฉันตามหาเจ้าของนามปากกา “แม่อนงค์” จนพบท่านที่บ้านพักในกรุงเทพฯ ขณะนั้นท่านอายุ ๙๑ ปีแล้ว  นั่นเป็นเหตุการณ์เมื่อกว่า ๓๐ ปีก่อน ซึ่งฉันได้ขอสัมภาษณ์ท่านลงนิตยสาร จันทร์ รายเดือน  เสียดายที่จำเดือน ปี พ.ศ. ไม่ได้

ก่อนพบคุณอนงค์นาฏ พี่สาวแท้ ๆ ของคุณสรรพสิริ วิรยศิริ ฉันมั่นใจว่าคุณป้าต้องสวยแน่นอน  แต่เมื่อพบกันจึงรับรู้ว่าท่านไม่ใช่คนสวย แต่เป็นผู้หญิงเก๋ เฉลียวฉลาด ทันยุค อารมณ์ดี มีเสน่ห์ ใจคอกว้างขวาง รักอิสระ เปิดเผย  นับเป็นการพูดคุยระหว่างคนต่างวัยที่สนุกสนาน อบอุ่น และมีความสุข

“แม่อนงค์” ผู้เป็นที่มาของนามปากกานักประพันธ์เอกอย่างครูมาลัยไม่ใช่ผู้หญิงนุ่มนวล อ่อนหวาน สุภาพเรียบร้อยตามขนบ  เธอเป็นนักขับรถแข่งหญิงคนที่ ๒ ของประเทศ ถัดจากคุณตระการ บุนนาค  จัดว่าเธอต้องกล้าหาญและเปรี้ยวมิใช่น้อยในยุคที่การขับรถแข่งยังมิใช่กีฬาของผู้หญิง

เธอเคยเป็นเจ้าของห้องเสื้อ ในวัยสาวได้แต่งงานกับคุณหมอ ก่อนลงเอยด้วยการหย่าร้างและมีทายาทด้วยกัน แหวนที่ครูมาลัยใช้หมั้นหมายคุณครูสงวน จันทรสิงห์ เพื่อลงหลักปักฐานชีวิตคู่ เป็นแหวนที่คุณอนงค์นาฏมอบให้ แทนมิตรภาพอันยั่งยืนของความเป็นปิยมิตร

เด็กชายร่างผอมกะหร่องวัย ๑๐ ขวบต้นจากคลองสวนหมากคนนั้น ดื่มกินตัวหนังสือจากบ้านเจ้าคุณมหาอำมาตยาธิบดี จนก้าวสู่การเป็นนักเขียน นักหนังสือพิมพ์คนสำคัญของบรรณพิภพไทย  เป็น “ครูมาลัย” ที่เพื่อนมิตรในแวดวงน้ำหมึกเคารพนับถือ  ใครกันจะเขียนงานได้สารพัดประเภทเช่นครูมาลัย ทั้งนวนิยาย เรื่องสั้น เรื่องแปล สารคดี เขียนข่าว เขียนคอลัมน์ รอบรู้เรื่องป่าไพร กล้วยไม้ มวย ฯลฯ  ครูสร้างงานไว้มากมายและเปี่ยมคุณค่า  แม้ในสำนักงานหนังสือพิมพ์ที่วุ่นวายด้วยเสียงพูดคุย เสียงพิมพ์ดีดดังราวข้าวตอกแตก ครูก็ยังนั่งทำงานเขียนต้นฉบับได้ปรกติ

ความรักและมิตรภาพของมิ่งมิตรคู่นี้เผื่อแผ่มาถึงเด็ก ๆ  ลูก ๆ ของคุณป้าอนงค์นาฏรักและคุ้นเคยกับครูมาลัย  เมื่อเด็ก ๆ เข้าโรงเรียนและเติบโตขึ้น ครูมาลัยยังแวะมาสอนภาษาอังกฤษให้  เป็นญาติผู้ใหญ่ที่อบอุ่นคอยให้คำปรึกษาแนะนำหลาน ๆ เสมอ

ครูมาลัย ชูพินิจ จากไปเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๐๖ ในวัยเพียง ๕๗ ปี  ฝากผลงานอันทรงคุณค่าไว้ในบรรณพิภพ และตรึงตราอยู่ในหัวใจนักอ่านชาวไทยจนปัจจุบัน  บ้านของพระยามหาอำมาตยาธิบดี ขุนนางผู้ใหญ่ผู้สนองงานใกล้ชิดสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย มิใช่เพียงคลังหนังสือที่หล่อเลี้ยงปัญญาความรู้แก่ครูมาลัย เพื่อให้ครูก้าวย่าง เติบโตบนเส้นทางนักประพันธ์นามอุโฆษ ยังเป็นฉากสำคัญใน แผ่นดินของเรา นวนิยายเรื่องเอกที่ครองใจนักอ่านมากมาย  ที่แห่งนี้เสมือนประจักษ์พยานอันเป็นต้นธารความผูกพันยาวนานชั่วชีวิตของหญิงชายคู่หนึ่ง เป็นมิตรภาพพิเศษที่แสนงดงามซึ่ง
ทั้งสองมีต่อกัน

“แม่อนงค์” พูดถึงเด็กชายจากคลองสวนหมากคนนั้นที่เธอยังคงจดจำไม่ลืมว่า “สำหรับฉัน เขาเป็นเพื่อนดีที่หาไหนไม่ได้”

งานชิ้นนี้เขียนจากความทรงจำของผู้เขียน เพื่อบูชาครูมาลัย ชูพินิจ และเพื่อให้นักอ่านได้รู้จัก อนงค์นาฏ วิรยศิริ ผู้เป็นที่มาของนามปากกา “แม่อนงค์”

จันทน์กะพ้อบานและร่วงพรูทุกปีช่วงเดือนกุมภาพันธ์ หอมลึก หอมหวาน หอมแรง หอมนานฟุ้งไปไกลนักทุกครั้งที่เห็นจันทน์กะพ้อบาน ฉันคิดถึงครูมาลัยและ “แม่อนงค์” จับใจ  หากฉันก็รู้เหมือนเช่นนักอ่านทั่วไปว่า “แม่อนงค์” ยังคงมีชีวิตอยู่ใน แผ่นดินของเรา เสมอ และจะเป็นเช่นนั้นอีกนับนาน