๑๐ ปีในมหาสมุทร
แห่งความเป็นไปได้ของ (ฉลาม)
ชิน-ศิรชัย
ช่างภาพสัตว์ป่าเมืองไทย
Thai Wildlife Photographers
เรื่อง : ณัฐชานันท์ กล้าหาญ
ภาพ : ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย
“เราเป็นช่างภาพที่มีความยืดหยุ่นเพราะถ่ายงานอื่นได้ด้วย เช่น การเมือง ม็อบ การปะทะชายแดน งานวิทยาศาสตร์บนบกก็ได้ ทำให้ niche ขึ้นอีก เพราะช่างภาพใต้น้ำ ส่วนใหญ่จะถ่ายภาพใต้น้ำอย่างเดียวไม่ค่อยถ่ายงานข่าว”
ในงานทอล์ก Storytellers Summit ของ National Geographic ปี ๒๕๖๓ ชิน-ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย
ช่างภาพสื่อมวลชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลหยอดมุกตลกว่า ตอนเด็ก ๆ เคยขอให้พ่อแม่ซื้อฉลามจิ๋วจากตลาดเพื่อจะจ้องมองมันในตู้เย็นทุกวัน และซึมไปเลยเมื่อท้ายที่สุดคุณแม่โยนซากฉลามทิ้งเพราะกลิ่นอันเหลือทน
ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งชินกลายมาเป็นนักศึกษาสาขาสิ่งแวดล้อมที่มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ดำน้ำลงทะเลไปถ่ายภาพปลาแปลก ๆ หรือสัตว์น้ำหลายชนิดเพื่อเป็นฐานข้อมูลให้เกาะเต่าช่วงทำงานฟื้นฟูและวิจัยแนวปะการังกับกลุ่มชุมชนที่นั่น ซึ่งเปิดโอกาสให้เขารู้จักบรรณาธิการนิตยสาร National Geographic ฉบับภาษาไทย จากนั้นจึงใช้ชีวิตส่วนใหญ่ถือกล้องถ่ายภาพฉลามระหว่างทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทอยู่ในตลาดปลาเกือบ ๒ ปี ศึกษาชนิด ปริมาณ และข้อมูลความเปลี่ยนแปลงของฉลามหลายชนิดที่สูญหายไปจากทะเลอันดามัน
ปี ๒๕๕๙ เซตภาพที่ถือเป็น talk of the town ของชินคือรูปชิ้นส่วนฉลามหูดำที่ปราศจากลำตัว มีเพียงหัว ครีบ และหาง เพื่อสื่อสารถึงประชากรฉลามที่กำลังถูกคุกคามในน่านน้ำไทย ความสร้างสรรค์อันโดดเด่น น่าจับตา และเล่าเรื่องได้เข้มข้นชัดเจนกวักมือเรียกผู้คนทั้งในและนอกวงการมาสนใจงานของเขามากขึ้น ผลงานชุดนั้นได้ตีพิมพ์ในนิตยสาร
National Geographic ฉบับภาษาไทย ทำให้ชินรับรู้ว่าเขาอาจไปต่อกับงานลักษณะนี้ได้ในอนาคต
สมมุติฐานดังกล่าวได้รับการพิสูจน์อีกขั้นในปีเดียวกัน เมื่อชินเป็นผู้ชนะทุนจากมูลนิธิ Save Our Seas ซึ่งมี โทมัส เพสแชก (Thomas P. Peschak) อดีตนักวิทยาศาสตร์และช่างภาพของ National Geographic ที่เขาชื่นชมเป็นผู้อำนวยการด้าน storytelling เป็นทุนด้านการถ่ายภาพเชิงอนุรักษ์ เขามีโอกาสไปศึกษาดูงานแบบ on-site กับ National Geographic ที่สำนักงานใหญ่ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และถูกส่งไปอยู่กับทีมวิจัยฉลามที่ประเทศบาฮามาส ๑ เดือนเพื่อถ่ายทำสารคดีต่อ กลายเป็นชุดภาพ Islands in the Stream เล่าเรื่องภัยคุกคามต่อระบบนิเวศของป่าโกงกางและการทำงานของนักวิจัยที่มีจุดมุ่งหมายคุ้มครองฉลามในนิตยสารของมูลนิธิ Save Our Seas
“ถ้ามองย้อนกลับไปผมก็ไม่คิดว่าจะมีโอกาสไปฝังตัวอยู่กับทีมวิจัยในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งและทำงานทั้งเดือนน่ะ เพราะไม่มี entry point ไม่มีทุนทรัพย์แต่เมื่อผลงานถูกตีพิมพ์ในระดับสากล ต่างชาติเริ่มรู้จักว่าเด็กไทยคนนี้ที่ชื่อชินทำงานแบบนี้ได้ ซึ่งเราก็ไม่รู้จะไปต่ออย่างไรเหมือนกัน”
ลูกฉลามวาฬแหวกว่ายเชื่องช้าในน้ำขุ่นเขียวที่อุดมด้วยแพลงก์ตอน
เรือดำน้ำหลายลำจอดรอให้นักท่องเที่ยว
ลงดำน้ำที่หินหลักง่าม เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จังหวัดชุมพร หลังพบลูกฉลามวาฬว่ายเวียนเข้ามาพื้นที่นี้เป็นประจำช่วงฤดูฝน
ภาพเปิดงานนิทรรศการ Tide of Tomorrow งานแสดงภาพเดี่ยวล่าสุดของผมเกี่ยวกับความรุ่มรวยและประโยชน์จากท้องทะเลที่มีต่ออุตสาหกรรมและชุมชนจากการฟื้นตัวของท้องทะเล แต่ไม่เคยตีพิมพ์ลงนิตยสารเพราะมีภาพอื่นที่นำมาเรียงกันแล้วกลมกล่อมกว่า
Nikon D800E + Nikon 50mm 1.8G 50mm, f/5.6, 1/200 sec, ISO 320, Manual WB
ช่วงนั้นเขายังสวมบทบาทนักศึกษาปริญญาโทสาขานิเวศวิทยา นั่งเขียนเปเปอร์และคิดประเด็นไปเสนอ National Geographic ของประเทศไทยราวปีละเรื่อง เพราะการถ่ายภาพไม่อาจยึดเป็นอาชีพหลัก กระทั่งองค์กรทางสิ่งแวดล้อมในไทยและผู้ว่าจ้างอื่น ๆ รู้จักเขามากขึ้น รายได้จากตำแหน่งผู้ช่วยวิจัยในมหาวิทยาลัยบวกกับการถ่ายภาพสารคดีจึงสร้างสมดุลให้ลอยคอต่อได้
ไม่นานมานี้ชินเพิ่งจัดงานนิทรรศการภาพถ่าย Tide of Tomorrow นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกที่ทำงานร่วมกับ เอกรัตน์ ปัญญะธารา บรรณาธิการภาพนิตยสาร National Geographic ฉบับภาษาไทย เพื่อสื่อสารประเด็นการฟื้นตัวพื้นที่คุ้มครองทางทะเล และร่วมงานกับกลุ่มชุมชนท้องถิ่นเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมบริหารจัดการพื้นที่และความคืบหน้าของงานวิทยาศาสตร์ทางทะเลในน่านน้ำไทย
กล้องถ่ายรูปของชินสะท้อนภาพธรรมชาติทั้งบนบกและใต้น้ำ สัมผัสกับมหาสมุทรที่หลากหลายขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายฉลามที่ว่ายได้เร็วและไกล ผู้ชมได้เห็นความเสื่อมโทรมของชายฝั่งทะเลอันดามัน ชุมชนชายฝั่งปากบารา วาฬหัวทุยไร้ชีวิตปลาโรนันที่ใกล้สูญพันธุ์ การกลับมาของเต่ามะเฟือง การช่วยเหลือพะยูนซึ่งกลายเป็นที่สนใจในวงกว้าง หรือทุ่งปะการังเขากวางที่โผล่พ้นน้ำท่ามกลางความมืด พื้นหลังเป็นทางช้างเผือก ดวงดาวในรูปชัดจนเหมือนฟ้ากับทะเลห่างกันแค่เอื้อม
ผมมองว่าตัวเองเป็น
ช่างภาพสื่อมวลชนที่เชี่ยวชาญ
ประเด็นอนุรักษ์ทางทะเล
ที่เล่ามาข้างต้นคือเรื่องอดีตที่ถูกพูดถึงในหน้าสื่อแล้วหลายครั้ง ปัจจุบันในปี ๒๕๖๙ วิธีทำงานของชินมีโครงสร้างชัดเจน บวกกับความเป็นช่างภาพและนักวิชาการที่เน้นความเข้มข้นในการสื่อสาร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของงานสารคดีภาพ (photo story) ไม่ว่าจะเผยแพร่ในสื่อใด เราจึงอยากชวนคุยเรื่องวิธีคิด มุมมองในอดีตและปัจจุบัน
“ช่วงเฟสแรกของอาชีพเราใช้เวลาเต็มที่มาก ๆ กับโปรเจกต์ที่มาจากความสนใจส่วนตัว ไปอยู่ในพื้นที่เป็นเดือน ๆ ตอนได้ทุน Explorer ของ National Geographic Society ให้เราทำโปรเจกต์ตามไอเดียด้วยจำนวนเงินราว ๒ แสนกว่าบาท เราก็กินอยู่ถูก ๆ นั่งรถทัวร์ ซดบะหมี่ถ้วย นอนบ้านชาวบ้าน ซื้อน้ำมันให้เรือ หรือเกาะไปกับเรือท่องเที่ยวดำน้ำ ผมถ่ายโปรเจกต์ทะเลพม่าอยู่ปีกว่า ๆ ยังไม่ทันจบโควิดก็มา จากนั้นมีรัฐประหารอีกจึงถ่ายต่อไม่ได้ ต้องเพิ่มพื้นที่ทะเลในเมืองไทยเข้าไปเพื่อให้จบโปรเจกต์ ใช้เวลาถ่ายงานรวม ๒ ปีกว่า ๆ ตอนนั้นร่างกายผมอยู่ได้ด้วยการกินอาหารสำเร็จรูป แต่เมื่ออายุมากขึ้นกินแบบนั้นคือไม่มีแรงนะ (หัวเราะ)
ทุ่งปะการังเขากวางกลางดวงดาว
ยามค่ำคืนที่ดวงดาวเกลื่อนฟ้า แนวปะการังเขากวางโผล่พ้นผิวน้ำในช่วงน้ำลงที่สุดที่เกาะบุโหลน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา จังหวัดสตูล
ผมจินตนาการภาพนี้ตอนพบทุ่งปะการังแห่งนี้โดยบังเอิญระหว่างทำงานเรื่องท่าเรือน้ำลึกปากบารา แต่ไม่สามารถถ่ายภาพในคืนนั้นได้เพราะตำแหน่งของทางช้างเผือก ผมจึงวางแผนดูตารางน้ำ ตารางดาว และเดินทางไปเกาะบุโหลนหลายครั้งจนถ่ายภาพสำเร็จในปีถัดมา ซึ่งนำมาใช้ในสารคดีเรื่องพื้นที่คุ้มครองทางทะเลของไทย
ภาพสะท้อนสภาวะธรรมชาติอันสมบูรณ์ของแนวปะการังตื้นในทะเลอันดามัน และเป็นส่วนหนึ่งของความหวังต่อการฟื้นตัวของทะเลไทยในอนาคต
Nikon D850 + Nikon 8-15mm
Fisheye 3.5-4 + Nauticam NA-D850 Housing 15mm,
f/7.1, 25 sec, ISO 3200, Manual WB
“พอเราถ่ายภาพสถานการณ์โควิดและภาพข่าวอื่น ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มเข้าตาบรรณาธิการของสำนักข่าวต่าง ๆ มีคนหยิบยื่นโอกาสให้ มันคือการต่อยอดตามโมเมนตัมของจังหวะชีวิต” ชินเล่า
ถ้ามีเรื่องต้องเล่า ก่อนจับกล้องถ่ายภาพ เผยแพร่ หรือไล่ตามแพสชัน วิธีคิดของเขาคือพิจารณาความเป็นไปได้หลาย ๆ อย่าง เช่น มีช่องทางใดในการทำงานนั้นโดยสะท้อนเรื่องราวแตกต่างจากคนอื่น ตีพิมพ์ที่ไหน บรรณาธิการคือใคร ความได้เปรียบจากการทำงานสายวิจัยสัตว์ทะเลเอื้อให้ชินรู้จักคนในวงการและได้ข้อมูลอัปเดต สิ่งสำคัญต่อจากนั้นคือความเชื่อใจของผู้ว่าจ้างหรือคนที่ทำงานด้วยว่าเขาเข้าใจบริบทของภาพที่จะถ่ายโดยไม่ได้บิดซ่อน sensational ของมัน
“โอกาสในการตีพิมพ์ต้องคิดไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่มุ่งแต่ถ่ายภาพ แล้วคิดว่าจะมีใครมาหยิบงานเราไปลง มันยากมาก ดังนั้นบางปีผมต้องบินไปร่วมอีเวนต์หรือซิมโพเซียมเกี่ยวกับงานสารคดีสิ่งแวดล้อมเพื่อพบเจอบรรณาธิการภาพ นำพอร์ตของเราให้เขาดู”
แต่ถ้าเรื่องราวเกิดขึ้นในประเทศไทย หลายงานเขาก็ลงมือทำก่อน แม้บางงานประเมินไม่ได้ว่าจะมีคนซื้อ แต่คิดว่ามันสำคัญน่าจะใช้ประโยชน์ต่อได้
“ตัวอย่างเช่น ตอนทราบข่าวเจอซากวาฬหัวทุยเมื่อปี ๒๕๖๒ ในใจอยากได้รูปนี้มาก เราก็บินไปคืนนั้นเลย และขับรถต่อจนถึงหน้างานเวลาเช้าตรู่ก่อนสัตวแพทย์จะผ่าซากเพราะรู้สึกว่าคุ้มค่ากับการเดินทาง และคุณค่าของภาพใช้สื่อสารได้ พอผ่าซากแล้วพบพลาสติกในกระเพาะวาฬ ยิ่งรู้สึกว่ามันตอบโจทย์ต่อการตัดสินใจ
“รูปพะยูนมาเรียม เราก็ไม่คิดว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ขนาดนั้น ด้วยกรณีดูแลพะยูนแบบนี้แทบไม่ถูกรายงานไว้ในโลกเลย แต่เรามีช่องทางที่เข้าไปถ่ายรูปได้จากที่เคยทำงานอาสาร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รูปพะยูนโอบกอดสัตวแพทย์ผู้ดูแลคือรูปที่ดีที่สุดของการทำงานรอบนั้น เพราะมีสัญลักษณ์ของทะเลซึ่งก็คือพะยูน และบรรยากาศภาพชวนให้นึกถึงความปรองดอง การฟื้นฟูความสัมพันธ์ของกันและกัน
“ระหว่างลงพื้นที่ ผมคิดแล้วว่าน่าจะลง National Geographic ของไทย เลยคุยกับนักเขียนและบรรณาธิการไว้ก่อน พอ ๓ วันถ่ายเสร็จ ถึงกรุงเทพฯ ก็ส่งรูปให้ ไม่ได้คิดเรื่องความคุ้มค่าของเงินเลย ถึงเข้าเนื้อก็ไม่เป็นไร”
กระเบนจุดฟ้านับร้อยรวมฝูงบริเวณแนวทรายน้ำลึกที่หมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา
รายงานการพบเจอกระเบนรวมฝูงเช่นนี้ สันนิษฐานว่าเป็นพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ตามฤดูกาลซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ระบุพื้นที่สำคัญและเปราะบางต่อการอยู่รอดของกลุ่มปลากระดูกอ่อน (Important Shark and Ray Areas) ได้ และถูกยกเป็นวาระสำคัญในด้านการอนุรักษ์ทางทะเลในระดับสากล
Nikon D850 + Nikon 16mm
Fisheye 2.8 + Nauticam NA-D850 Housing + Retra Pro X Strobe 16mm,
f/14, 1/200 sec, ISO 640, Manual WB
ขอบข่ายความสนใจในการถ่ายภาพของเขาเปลี่ยนไปพอสมควร สมัยเป็นนักวิจัยมักสนใจประเด็นอนุรักษ์ในเชิงวิทยาศาสตร์ เช่น สัตว์ที่หายไป การทำลายล้างทรัพยากร ก็เปลี่ยนเป็นแง่มุมเชิงบวกมากขึ้น เช่น ภาพธรรมชาติสวยงาม คุณค่าที่ควรปกป้อง สิ่งมีชีวิตหายากจำพวกเต่ามะเฟืองหรือกลุ่มปะการัง
ปัจจุบันชินคือ photojournalist หรือช่างภาพข่าวที่เท้าไม่เคยติดบ้านนาน เพราะต้องลงพื้นที่ตามโจทย์ของสำนักข่าวระดับโลกมากมายอย่าง Washington Post, Getty Images (ดูเพิ่มเติมได้จากหมวด Tearsheet ใน www.shinsphoto.com) เดือนละสองถึงสามงาน และในไม่ช้าเขาอาจต้องบินไปทำงานที่ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เซเชลส์
จากประสบการณ์ของชิน เขาเล่าว่าในสนามสากลมีช่างภาพซึ่งมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์แน่นอยู่จำนวนหนึ่ง แต่มีส่วนน้อยที่ถ่ายภาพใต้น้ำได้ หากจำกัดเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ยิ่งมีจำนวนน้อยลงไป
“เราเป็นช่างภาพที่มีความยืดหยุ่น เพราะถ่ายงานอื่นได้ด้วย เช่น การเมือง ม็อบ การปะทะชายแดน งานวิทยาศาสตร์บนบกก็ได้ ทำให้ niche ขึ้นอีก เพราะช่างภาพใต้น้ำส่วนใหญ่จะถ่ายภาพใต้น้ำอย่างเดียว ไม่ค่อยถ่ายงานข่าว แต่ในทางกลับกัน ถ้าจะหาช่างภาพใต้น้ำ ธรรมชาติวิทยาล้วน ๆ ผมก็อาจไม่ใช่คนที่เหมาะที่สุดกับสตอรีนั้น”
งานบนบกเปิดเวทีให้ชินได้ลงพื้นที่ใหม่ ๆ ทั้งติดตามสถานการณ์ยาเสพติดในรัฐฉาน การปะทะแนวชายแดนกัมพูชา การเลือกตั้งในพม่า
“สำหรับผม มันมาจากประเด็นที่อยากจะพูด แล้วอยากให้เกิดการพูดคุย การเปลี่ยนแปลง เช่น ไม่อยากให้พื้นที่นี้ถูกปู้ยี่ปู้ยำ ผมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เป็นกระบวนการช่วยทำให้มั่นใจ”
สัตว์ทะเลหลากชนิดถูกดึงดูดด้วยแสงสว่างจากเรือปั่นไฟ
กลุ่มอาสาสมัครซึ่งประกอบด้วยช่างภาพใต้น้ำและนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลออกทำงานในยามค่ำคืนด้วยความช่วยเหลือจากพี่น้องชาวทะเล เพื่อบันทึกภาพสัตว์ทะเลหลากชนิดที่ถูกดึงดูดด้วยแสงสว่างจากเรือปั่นไฟ เพื่อแสดงให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ อาจได้รับผลกระทบจากการใช้อวนตาถี่ร่วมกับเรือปั่นไฟ
ภาพนี้และข้อมูลการทำงานใช้เป็นหลักฐานสำคัญประกอบการอภิปรายในสภาประเด็นการแก้ไข พ.ร.ก. การประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๖๙ ร่วมกับแรงผลักดันจากภาคประชาชนและนักวิชาการ
Nikon Z8 + Nikon 8-15mm
Fisheye 3.5-4 + Nauticam NA-Z8
Housing + Retra Pro X Strobe 15mm,
f/8, 1/5 sec, ISO 3200,
Manual WB
“ตอนผมไปติดตามเรื่องยาเสพติดที่รัฐฉาน พอได้คุยกับคนไทใหญ่ ก็เริ่มสนใจวัฒนธรรมพวกเขามากขึ้นจากประวัติศาสตร์ ความเป็นอยู่ อิทธิพลของยาเสพติด การรุกคืบของกองกำลังว้าแดง หรืองานปะทะตามแนวชายแดนที่ทำให้ Getty Images เราก็แค่เล่าเรื่องให้ตรงความเป็นจริงเท่าที่พบ ทว่ากลับได้แรงบันดาลใจจากความเข้มแข็งของคนชายแดนที่ต้องเสี่ยงชีวิตทำหน้าที่ตามความรับผิดชอบท่ามกลางพื้นที่กระสุนตก ผู้คนควรได้เห็นการทำงานและความยากลำบากซึ่งพวกเขาต้องแบกรับ”
ช่างภาพแต่ละคนล้วนพบเจอประเด็นตามจังหวะชีวิตตัวเอง แต่ประสบการณ์จะช่วยสร้างวิธีการและเล่าเรื่องอันแตกต่างแม้จะได้รับโจทย์เดียวกันก็ตาม
ดังเช่นประสบการณ์ของชินที่ทำให้เขาสนใจเรื่องการรับรู้ของคนต่อธรรมชาติและความสัมพันธ์ของมนุษย์มากขึ้น
“ผมชอบวลีที่เคยได้ยินว่า ‘การบริหารจัดการการอนุรักษ์คือการจัดสรรผลประโยชน์ของมนุษย์’ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่ามนุษย์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอิทธิพลต่อโลกมากมายกว่าสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในธรรมชาติ
“ตั้งแต่ยอดเขาถึงก้นมหาสมุทร ล้วนได้รับอิทธิพลจากมนุษย์ทั้งสิ้น
“ถึงจะไม่มีพื้นที่ให้ตีพิมพ์มากเท่าในอดีต แต่การถ่ายทอดความสวยงามหรือธรรมชาติวิทยาล้วน ๆ ก็ช่วยดึงดูดให้คนสนใจใคร่รู้และหลงรักธรรมชาติแต่ปัจจุบันการเล่าประเด็นสิ่งแวดล้อมโดยไม่พูดถึงอิทธิพลของมนุษย์ไม่ว่าจะทางบวกหรือลบนั้นเป็นเรื่องยาก ผมจึงอยากเล่าเพื่อให้เกิดการพูดคุยและวิพากษ์วิจารณ์ ถ้าหากว่าไปถึงขั้นเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายได้ เช่น ปีที่แล้วกลุ่มช่างภาพใต้น้ำอาสาสมัครได้ถ่ายรูปสัตว์น้ำวัยอ่อนที่ถูกล่อจับจากเรือปั่นไฟ ซึ่งภาพดังกล่าวนำไปใช้อภิปรายในสภาเพื่อจะไม่รับร่างแก้ไขใหม่ของมาตรา ๖๙ แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ นี่ก็คือโจทย์ของช่างภาพแต่ละคน
“สำหรับผม มันมาจากประเด็นที่อยากจะพูดแล้วอยากให้เกิดการพูดคุย การเปลี่ยนแปลง เช่น ไม่อยากให้พื้นที่นี้ถูกปู้ยี่ปู้ยำ ผมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เป็นกระบวนการช่วยทำให้มั่นใจ โปรเจกต์ส่วนตัวต่อไปจะเกี่ยวกับการรับรู้มุมมอง ความรู้สึกของคนต่อธรรมชาติโดยอาจเน้นเรื่อง landscape กับ abstract มากกว่า แม้ไม่ใช่สายที่ผมถนัด แต่ผมก็ต้องหาขอบเขตอื่น ๆ
เพื่อให้เราเติบโตในแง่กระบวนการทำงานสร้างสรรค์มากขึ้น ขยับจากไปเฝ้าเต่าทะเล หรือออกเรือตามหาซากฉลามวาฬ สู่การซึมซาบความรู้สึก พินิจสิ่งที่เห็น และตีความภาพขึ้นมา”
น้องมาเรียม
ลูกพะยูนกำพร้าชื่อ “มาเรียม” โอบกอดผู้ดูแล ระหว่างได้รับการเลี้ยงดูจากสัตวแพทย์ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่อ่าวแห่งหนึ่งของเกาะลิบง จังหวัดตรัง ช่วงนั้นผมพบเรื่องการเลี้ยงดูลูกพะยูนโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในเฟซบุ๊ก เลยรีบจองตั๋วลงไปทำงานกับทีม จากนั้นก็พัฒนาไอเดียการเล่าเรื่องและภาพไปตามหน้างาน
จังหวะนี้ที่มาเรียมกำลังนอนหลับนิ่ง ๆ ใต้เงาไม้ริมชายฝั่งหลังกินนมอิ่ม ผมกำลังเดินตามไปและก้มหน้ามองในน้ำแล้วเห็น เป็นภาพที่ผมเองก็ไม่ได้คาดคิดไว้เลย
ภาพนี้เป็นที่รักของประชาชนจากกระแสความสนใจพะยูนในช่วงปี ๒๕๖๒ แม้มาเรียมจะตายใน ๔ เดือนถัดมาเพราะขยะพลาสติกอุดตันในลำไส้จนอักเสบ เกิดภาวะช็อก เหตุการณ์นี้ได้จุดประกายการรณรงค์ลดใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง การจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองทางทะเลแห่งใหม่ที่จังหวัดตรัง และการยกระดับแผนแม่บทเพื่ออนุรักษ์พะยูนในน่านน้ำไทย
Nikon D850 + Nikon 16mm Fisheye 2.8 +
Nauticam NA-D850 Housing + Sea&Sea YS-D2 Strobe 16mm,
f/22, 1/250 sec, ISO 320, Manual WB
เมื่อโลกปัจจุบันผันสู่
ความเป็นดิจิทัลมากขึ้น
ช่างภาพหลายคนปรับตัวเป็นดิจิทัลครีเอเตอร์สร้างตัวตน ออกแบบวิธีสื่อสารของภาพนิ่ง จนถึงวิธีเลือกรูป สร้างแฮชแท็ก เลือกใช้คำ ทำคลิป หรือเล่นแร่แปรธาตุให้อัลกอริทึมสนใจ
ชินมองว่าเขาคงประนีประนอมโดยการเขียนและแชร์เรื่องราวบ้างเพื่อให้งานออกสู่สายตาคนหมู่มากหากมีประเด็นที่อยากผลักดัน แต่หลัก ๆ ยังเป็นการตีพิมพ์ผลงานสำหรับผู้ให้ทุนและผู้ว่าจ้างทำ storytelling และเน้นเรื่องทะเลเป็นหลัก คุยกับนักออกแบบนโยบายทางทะเล ทำงานด้านวิทยาศาสตร์ รวมถึงหาทางแก้ปัญหาหลาย ๆ ส่วน
“ทุกวันนี้ผมก็ยังถ่ายงานการอนุรักษ์ฉลามอยู่นะ ถ้ามองว่านี่คือสตอรีเดียว ในปี ๒๕๕๙ ชุดภาพฉลามเป็นแค่เสี้ยวหนึ่ง แต่ก็เพียงพอสำหรับตีพิมพ์ในเวลานั้น ฉลามเป็นความสนใจส่วนตัวของเราแล้วเราก็ถ่ายมาเรื่อย ๆ นับสิบปี เห็นการทำงานเรื่องฉลามในไทยมาตลอด ดังนั้นในภาพใหญ่ body of work ทั้งหมดก็ยังสามารถคัดเลือกและจัดเรียงเพื่อสื่อสารได้หลายรูปแบบ”
โครงกระดูกของปลาแนวปะการัง
ผ่านเครื่องเอกซเรย์
พื้นที่แนวปะการังเสื่อมโทรมและล้มตายลงจากสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
ภาพนี้ผุดขึ้นมาหลังจากครุ่นคิดเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพที่กำลังเสื่อมสลาย ผมจึงขอยืมตัวอย่างทางวิทยาศาสตร์ของปลาในแนวปะการัง และได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่หลาย ๆ ท่านเพื่อถ่ายภาพโดยใช้เครื่องเอกซเรย์ดิจิทัลสำหรับงานสัตวแพทย์
Poskom PXM-40BT hybrid battery-powered portable X-ray unit + Mars1417x wireless digital flat panel detector
นี่อาจเป็นเหตุผลที่เขาไม่ได้มองตัวเองเป็นช่างภาพสัตว์ป่าแบบเต็มร้อย
“ผมคิดว่า wildlife photography คือการออกตามหาสิ่งมีชีวิตให้เป็นแก่นหลักของโปรเจกต์ แม้สตอรีที่ผมทำเรื่องแรกจะเป็นเรื่องฉลาม แต่วิธีเล่าออกไปทางวิทยาศาสตร์กับ photojournalism มากกว่าเรื่องที่ ๒ ก็เป็นเรื่องภูมิภาค ชายฝั่งทะเลอันดามัน หรือปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ เรื่องที่ ๓ ท่าเรือน้ำลึกปากบาราก็เกี่ยวกับความขัดแย้งในประเด็นสิ่งแวดล้อม ส่วนเรื่องที่ ๔ พื้นที่คุ้มครองทางทะเลก็เป็นเรื่องการจัดการ จนถึงปัจจุบันผมรู้สึกว่าภาพถ่ายเชิงวิทยาศาสตร์ได้ใช้งานมากกว่า หรือเวลาเราทำโปรเจกต์กับคนที่พยายามรักษาให้ทะเลอยู่รอด หรือผู้คนที่ทำให้ทรัพยากรเสื่อมโทรมลง มันก็คือเรื่องความสัมพันธ์ของคนกับธรรมชาติ”
บ่อยครั้งที่เขาลงพื้นที่เพื่อเก็บภาพความขัดแย้ง สิ่งผิดกฎหมาย การถูกรุกรานพื้นที่ ซึ่งเริ่มจากอุตสาหกรรมหูฉลามในปี ๒๕๕๙ อันมีประเด็นเรื่องจรรยาบรรณ การทำงานกับชุมชน การตีแผ่วัฒนธรรมหรือธรรมชาติที่เห็นได้ยาก การทำงานภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่เราต้องถาม
“เบื้องต้นต้องขอ consent ว่าเขาโอเคไหมในกรณีที่เนื้อหาสุ่มเสี่ยง ถ้าไม่ แต่เราต้องใช้คาแรกเตอร์เขา ก็ควรถ่ายแบบไม่เห็นหน้า อยู่ที่วิธีเลือกใช้ภาพของเรากับกองบรรณาธิการ ซึ่งนี่เป็นกระบวนการบรรณาธิการที่ควรมีอยู่แล้ว
“หลาย ๆ ครั้งขึ้นอยู่กับขอบเขตการเขียนเรื่องด้วยว่าเราใส่บริบทหรือว่า nuance ได้ขนาดไหน ภาพภาพเดียวแต่บรรยายต่างกันก็ส่งสารคนละแบบ แล้วอาจส่งผลกระทบต่อเขาไม่ทางบวกก็ลบ เช่น ตอนไปถ่ายภาพอุตสาหกรรมหูฉลาม เราไม่ได้มองเขาไม่ดี แต่นี่คือคนทำมาหาเลี้ยงชีพในระบบอุตสาหกรรมที่ยังมีปัญหาอยู่ ภาพรวมที่เราอยากเล่าคือต้องการเห็นชีวิตพวกเขาดีขึ้นโดยทรัพยากรธรรมชาติยังคงอยู่”
พอเจอคนที่อาจทำผิดกฎหมาย แต่เราเข้าใจบริบทแวดล้อม ชินเห็นความเป็นมนุษย์ของคนอย่างไรบ้าง
“เพราะตลาดมีความต้องการ แล้วเป็นช่องทางทำมาหากินของเขา ปัญหาสิ่งแวดล้อมล้วนมีช่องว่างในระบบอุตสาหกรรมที่พวกเราทุกคนยังร่วมกันแก้ไขได้ไม่เรียบร้อย เรื่องทางสังคมและเศรษฐกิจก็มีปัญหาอยู่ แล้วเราจะโยนความผิดให้พวกเขามารับผิดชอบทั้งหมดเหรอ ทั้ง ๆ ที่วงจรอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจซึ่งสร้างมาด้วยอิฐผุพังรอเวลาล่มสลายนี้ไม่ถูกพูดถึง ผมไปโรงแล่ฉลามผิดกฎหมาย
ในพม่า มีปลากระเบนแมนตาเข้า ๔๐-๕๐ ตัว ฉลามเรียงเป็นร้อย แต่เด็กที่ทำอายุเพียง ๑๔-๑๕ ปี เขาแค่มาหาเงินเลี้ยงครอบครัว
“บางคนมองปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้วอยากให้เหมือนทานอส พอดีดนิ้วก็หายวับ แต่การพัฒนาคุณภาพชีวิตหรืออุตสาหกรรมพวกนี้ต้องใช้เวลา แม้เรารักธรรมชาติ แต่ก็ต้องรักมนุษยชาติด้วย”
“ผมคิดว่า wildlife photography คือการออกตามหาสิ่งมีชีวิตให้เป็นแก่นหลักของโปรเจกต์ แม้สตอรีที่ผมทำเรื่องแรกจะเป็นเรื่องฉลาม แต่วิธีเล่าออกไปทางวิทยาศาสตร์กับ photojournalism มากกว่า”
เต่าทะเลถูกสับด้วยขวานระหว่างทำพิธีกรรมบวงสรวงบรรพบุรุษของชาวมอแกน
เต่าทะเลถูกสับด้วยขวานระหว่างทำพิธีกรรมบวงสรวงบรรพบุรุษของชาวมอแกนบนชายหาดเกาะลันงัน หมู่เกาะมะริด ประเทศเมียนมา
ผมถ่ายภาพนี้ระหว่างทำงานออกทะเลอยู่ปีกว่า ๆ ที่หมู่เกาะมะริดภายใต้
ทุนของสมาคม National Geographic Society เกี่ยวกับประเด็นอนุรักษ์ในทะเลอันดามันที่ยังไม่มีโอกาสตีพิมพ์
ชาวมอแกนถูกจำกัดพื้นที่ให้สร้างแหล่งที่อยู่อาศัยถาวรตามหมู่เกาะในทะเลอันดามัน และการบูชายัญเต่าทะเลซึ่งเป็นพิธีกรรมบวงสรวงบรรพบุรุษอนุญาตให้ทำได้เพียงสามตัวต่อปี
ประเด็นนี้เติบโตในความคิดของผมคล้ายเมล็ดพันธุ์ ผมคิดถึงความสัมพันธ์ของคนกับท้องทะเลอยู่เรื่อย ๆ เราสามารถตัดสินกันง่าย ๆ ได้หรือว่าใครรักทะเลมากกว่าเพียงเพราะมีมิติความสัมพันธ์กับมหาสมุทรที่แตกต่าง
Nikon Z6 + Nikon Z 24-70mm F4 S 24mm,
f/5.6, 1/50 sec, ISO 640, Manual WB
ชิ้นส่วนฉลามหูดำ
ภาพนี้ผุดขึ้นมาระหว่างเก็บตัวอย่างกระดูกสันหลังของฉลาม ส่วนหนึ่งในหัวข้องานวิจัยปริญญาโทของผม ผมจึงจัดเรียงชิ้นส่วนของฉลามหูดำบนโต๊ะเพื่อบันทึกไว้ ก่อนที่บรรณาธิการจะหยิบมาใช้เป็นภาพเปิดสารคดีเรื่องแรกเกี่ยวกับภัยคุกคามและจำนวนฉลามที่สูญหายไปจากทะเลไทย ทำให้ผมเข้าใจความหมายที่ภาพนี้สื่อออกมาในภายหลัง
ปัจจุบันฉลามเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังกลุ่มหนึ่งที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มากที่สุดในโลก
Nikon D800E + Nikon 50mm 1.8G 50mm,
f/5.6, 1/200 sec, ISO 320, Manual WB
แล้วเห็นความหวังในตัวมนุษย์บ้างไหม
“เหมือนทิศทางแย่ลงเรื่อย ๆ แต่การทำงานของผู้คนที่เราพบเจอระหว่างทาง ทั้งนักวิจัย ชุมชนที่เราเข้าไป ทำให้ผมได้รับพลังความเข้มแข็งและความหวังจากพวกเขาเหล่านั้นที่อยากเห็นสิ่งต่าง ๆ ดีขึ้น ทำให้พ้นจากความรู้สึกสิ้นหวัง”
นี่คือ ๑๐ ปีคร่าว ๆ ของเด็กหนุ่มที่เริ่มจากชอบฉลามเพราะเท่ดี โดยไม่เคยคิดเลยว่าจะกลายเป็นช่างภาพข่าวและช่างภาพใต้น้ำจนถึงทุกวันนี้ แม้ไม่ได้ดำน้ำทุกวันเหมือนเมื่อก่อน แต่มหาสมุทรก็ยังคงท้าทายและทำให้ใจเต้นเสมอ
...
“แสงสลัวลอดผ่านตู้กระจกในพิพิธภัณฑ์สัตว์นํ้าภายในห้างสรรพสินค้าหรูหราแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ แสงนั้นช่างคลับคล้ายแสงจากผิวนํ้าที่ทอดลงมายังซากหมู่ปะการังเมื่อครั้งผมพบเจอฉลามหูดำที่เกาะเต่าในเช้าวันนั้น พวกมันว่ายนํ้าอย่างเรียบเฉย งามสง่า และระแวดระวังท่าทีอยู่ในตัว ในฐานะนักวิจัยและนักดำน้ำ ภาพของฉลามในสายตาผมจึงไม่ใช่นักฆ่าเลือดเย็นหรือฆาตกรแห่งท้องทะเล หากพวกมันคือสิ่งมีชีวิตอัศจรรย์ งดงาม และเปี่ยมไปด้วยวิญญาณเสรีที่ท่องไปทั่วท้องนํ้าสีมรกต เช้าวันนั้นคงจะมีแต่ผมกระมังที่เป็นสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมและเป็นสิ่งมีชีวิตแปลกปลอม เพียงชนิดเดียวที่สามารถคิดค้นวิธีทำลายล้างท้องทะเลและธรรมชาติในเวลาเพียงไม่กี่ทศวรรษในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่อึงอล ภายในพิพิธภัณฑ์สัตว์นํ้าแห่งนั้น ผู้เข้าชมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างตื่นตากับสัตว์ทะเลสีสันสดใสรูปร่างแปลกตา
ผมอดคิดไม่ได้ว่า มนุษย์เราเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของวิวัฒนาการ จากสิ่งมีชีวิตที่เคยแหวกว่ายกลางท้องทะเลหรือล่องลอยไปตามกระแสนํ้าอันไพศาลเมื่อหลายล้านปีก่อน ท้องทะเลก็คงไม่ต่างอะไรกับ ‘บ้านเกิด’ ที่เราจากมา ทว่าทุกวันนี้ เรากลับกำลังทำลายบ้านเกิดด้วยมือของเราเองทีละน้อย...
ผมเดินกลับออกมาสู่ท้องถนน พลางคิดถึงเช้าวันนั้นขณะลอยตัวอย่างอิสระในท้องทะเลเพื่อเฝ้ารอพวกมัน”
ส่วนหนึ่งของบทความ “ฉลาม นักล่าสิ้นลาย” สารคดีภาพเรื่องแรกของชินใน National Geographic ฉบับภาษาไทย เผยแพร่ปี ๒๕๕๙
ไม่ว่ากาลเวลาจะหล่อหลอมมนุษย์ให้เติบโตมากเท่าไร เปลี่ยนแปลง หักเห หรือวิวัฒนาการไปแค่ไหน แต่ไม่มีวันใดที่ฉลามจะว่ายน้ำไม่เป็น