“กี๋” สูตรลับสังคโลก
Hidden (in) Museum
เรื่องและภาพ : สุชาดา ลิมป์
สนับสนุนการลงพื้นที่ : องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ
เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)
ศิลปะโบราณคงไร้ความหมายหากไม่มีใครขุดมาเล่าคุณค่า
เยือนถิ่นพ่อขุนรามคำแหงมหาราชทั้งที นอกจากเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยจึงน่าแวะชม “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง” ที่ตั้งอยู่ด้านขวาของอุทยานฯ ด้วย
มีทั้งส่วนจัดแสดงกลางแจ้ง ตั้งโบราณวัตถุขนาดใหญ่อย่างพระพุทธรูปศิลา แผ่นจำหลัก เตาทุเรียงจำลอง (เตาเผาเครื่องสังคโลก) เสมาธรรมจักรศิลา กระทั่งฐานของโบราณสถานที่ทำให้พบพระธาตุและข้าวของจำนวนมากที่บรรจุในเครื่องสังคโลก และมีอาคารสี่หลัง คือ “อาคารไม้โถง” รวมวัตถุทางชาติพันธุ์ เช่น เกวียน เรือสำปั้น อุปกรณ์ทำนา ฯลฯ ยังมี “อาคารอนุสรณ์ลายสือไท” เล่าก่อนการสถาปนาอาณาจักรเรื่อยมาจนพัฒนาเมืองเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ กระทั่งได้รับยกย่องจากยูเนสโกเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม (ร่วมกับเมืองโบราณศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชร) ส่วน “อาคารปูนปั้นประติมาคาร” แสดงงานศิลปกรรมที่ใช้แต่งปราสาท เจดีย์ วิหาร สะท้อนศิลปะ ศาสนา และวิถีชีวิตของชาวสุโขทัย
หากเวลาจำกัดให้เลือก “อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง” ทรงไทยประยุกต์สองชั้น ภายในบอกเล่าภาพรวมอย่างกระชับ แสดงศิลปวัตถุสุโขทัยชิ้นน้อยใหญ่จากการสำรวจ ขุดค้น และบูรณะโบราณสถานบริเวณเมืองเก่าตั้งแต่ปี ๒๔๙๖ โบราณวัตถุสำคัญ เช่น พระพุทธรูปปูนปั้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๙, พระพุทธรูปสำริดปางลีลาในพุทธศตวรรษที่ ๒๐ และพระพุทธบาทสี่รอยทำจากศิลาในพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ยังน่าสนใจกลุ่มพระพิมพ์ที่ได้จากการขุดแต่งโบราณสถาน เทวรูป อาวุธโบราณ ศิลาจารึก (จำลอง) เครื่องสังคโลก ท่อน้ำแสดงระบบชลประทานสมัยสุโขทัย ฯลฯ
เราสนใจวัตถุเล็ก ๆ ที่แสดงพัฒนาการยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรมอย่าง “กี๋” (ทำจากดินเผา) ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในกรรมวิธีผลิตเครื่องสังคโลกให้สวยงาม โดยทำหน้าที่รองก้นภาชนะแต่ละใบที่จะเข้าเตาเผา (กี๋หนึ่งอันต่อภาชนะหนึ่งชิ้น) ป้องกันไม่ให้ของเหลวจากเครื่องเคลือบไหลติดพื้นเตาหรือติดกันเอง
กี๋ที่พบจากแหล่งเตาเมืองเก่าสุโขทัยและเมืองศรีสัชนาลัยมีสองแบบ สุโขทัยเน้นผลิตภาชนะจำนวนมากจะนิยม “กี๋งบน้ำอ้อย” (มีทั้งแบบแผ่นดินเผารูปกลมแบนและทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสำหรับผลิตกระเบื้องมุงหลังคา) มีขาด้านล่างสามถึงแปดขา กว้าง ๕-๑๒ เซนติเมตร เวลาใช้จะหงายด้านเรียบขึ้นรองภาชนะ แล้วเรียงซ้อนกันหลายใบ ทำให้ด้านในภาชนะใบที่ซ้อนอยู่ด้านล่างมีรอยตำหนิเป็นปุ่มจากการกดทับของขากี๋ ต่างจากแหล่งเตาเผาที่ศรีสัชนาลัย เน้นผลิตเครื่องเคลือบสวยงาม จึงนิยมใช้ “กี๋ท่อ” (ทรงกระบอก โคนใหญ่ปลายเล็ก มีรูตรงกลาง) สูง ๕-๔๐ เซนติเมตร กว้าง ๔-๑๐ เซนติเมตร โดยจะฝังโคนกี๋ไว้ในพื้นเตา ซึ่งเป็นทรายลึก ๕-๑๐ เซนติเมตร เพื่อให้กี๋ตั้งได้มั่นคง
แต่แม้ระวังเพียงใดก็อาจผิดพลาดระหว่างกระบวนการผลิตได้เสมอ ทั้งจากการราน-รอยแตกบนผิวเคลือบ, รอยร้าว-แตกลึกลงเนื้อภาชนะ, ล่อนออก-หลุดเป็นสะเก็ด, รูเข็ม-น้ำเคลือบเป็นฟองจนเกิดรู, น้ำเคลือบแยกตัว-ผิวเคลือบหลุดจนเห็นเนื้อดิน, น้ำเคลือบด้าน-ผิวเคลือบไม่มันวาว, น้ำเคลือบไหลตัว-น้ำเคลือบหลอมเป็นเนื้อแก้วไหลลงก้นภาชนะ, บิดเบี้ยว-ภาชนะยุบจนเสียทรง ฯลฯ
ครั้นสิ้นสุดยุคผลิตเครื่องสังคโลกราวกลางพุทธศตวรรษที่ ๒๒ กี๋และสังคโลกเสียหายกลายเป็นสมบัติจากกาลเวลา
ที่หลายชิ้นงานศิลปิน clay and craft ยุคใหม่ให้คุณค่ากว่าความสวยสมบูรณ์ด้วยซ้ำ
ซุกอยู่ตรงไหนของพิพิธภัณฑ์...ต้องมาดู
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง
๗๗๘ หมู่ ๓ ถนนจรดวิถีถ่อง ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย
จังหวัดสุโขทัย ๖๔๒๑๐
ค่าเข้าชม คนไทย ๓๐ บาท
ต่างชาติ ๒๐๐ บาท
เปิดทุกวัน เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. โทร. ๐-๕๕๖๙-๗๓๖๗