เป็ดเหลืองเชอร์ชิลล์
Souvenir & History
เรื่องและภาพของที่ระลึก : สุเจน กรรพฤทธิ์
ภาพประกอบ : ไพลิน จิตรสวัสดิ์
นานมาแล้ว ผมเคยอ่านประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ ๒ แล้วประทับใจกับสุนทรพจน์ที่ วินสตัน เชอร์ชิลล์ (Winston Churchill) นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวเอาไว้ในช่วงที่อังกฤษกำลังเสียเปรียบนาซีเยอรมนี
ขณะนั้นคือกลาง ค.ศ. ๑๙๔๐ นาซียึดแผ่นดินใหญ่ทวีปยุโรปได้เกือบทั้งหมด ส่งฝูงบินทิ้งระเบิดถล่มเกาะอังกฤษตลอดเวลา สิ่งเดียวที่หยุดยั้งกองทัพนาซีเอาไว้คือช่องแคบอังกฤษที่ขวางระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส (ซึ่งพ่ายแพ้ต่อเยอรมนีไปแล้ว)
อังกฤษยืนหยัดสู้กับนาซีท่ามกลางแรงกดดันภายในประเทศที่ต้องการให้รัฐบาลของเชอร์ชิลล์เจรจาสงบศึกกับ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ในวันที่ ๔ มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๔๐ เชอร์ชิลล์ตัดสินใจแถลงจุดยืนต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า
“แม้ว่ารัฐเก่าแก่ในยุโรปจะพ่ายแพ้และตกอยู่ในเงื้อมมือของเกสตาโป (ตำรวจลับของนาซี) และระบอบนาซีที่น่ารังเกียจ เราจะอ่อนล้าล้มเหลวไม่ได้ เราจะสู้ถึงที่สุด เราจะสู้ในฝรั่งเศส เราจะสู้ในท้องทะเลและมหาสมุทร เราจะสู้บนท้องฟ้าด้วยความเชื่อมั่นและพลังที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ เราจะรักษาเกาะอังกฤษเอาไว้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งไหน เราจะสู้บนชายหาด เราจะสู้บนลานบิน เราจะสู้ในท้องทุ่งและบนท้องถนน เราจะสู้ในป่าเขา เราจะไม่มีวันยอมแพ้”
สมาชิกรัฐสภาแทบทั้งหมดหันกลับมาสนับสนุนเขาหลังฟังสุนทรพจน์อันจับใจนี้
ฉากนี้ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง The Darkest Hour - โมงยามอันมืดมน
ในตอนนั้นเชอร์ชิลล์ย้ายคณะรัฐมนตรีลงไปทำงานในบังเกอร์ลับใต้ดินใต้ตึกรัฐสภาอังกฤษ ซึ่งต่อมาเมื่อสงครามจบกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ Imperial War Museums, Churchill War Rooms ที่ภายในเก็บรักษาห้องประชุมคณะรัฐมนตรีในช่วงสงครามเอาไว้
ผมเดินไปเจอพิพิธภัณฑ์นี้โดยบังเอิญ เมื่อเข้าไปดูก็ราวกับหมุนเข็มนาฬิกากลับไปในช่วงสงคราม สถานที่จริงเล่าเรื่องราวได้ยิ่งกว่าในภาพยนตร์ ผมได้เห็นห้องประชุมคณะรัฐมนตรีสงคราม (War Cabinet), นิทรรศการชีวิตเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ใต้ดิน, ห้องทำงานของทหารที่เต็มไปด้วยแผนที่แสดงแนวรบทั่วโลก, ห้องนอนนายกฯ และคณะรัฐมนตรีสงคราม, ทางลับที่ไปยังทำเนียบหมายเลข ๑๐ บนพื้นดิน ฯลฯ
ห้องสุดท้ายก่อนจบการจัดแสดงคือ ห้องวิทยุที่เชอร์ชิลล์ใช้ติดต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก่อนที่อเมริกาจะเข้าร่วมสงครามช่วงปลาย ค.ศ. ๑๙๔๑ หลังญี่ปุ่นโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ ซึ่งก็ตรงกับที่เชอร์ชิลล์แถลงต่อสภาว่า เขาจะสู้จนกว่า “ความช่วยเหลือจากโลกใหม่ (อเมริกา) จะมาถึงและปลดปล่อยโลกเก่า (ยุโรป)”
มีของที่ระลึกให้เลือกซื้อมากมายก่อนออกจากบังเกอร์ ผมซื้อของร่วมสมัยที่สุดติดมือมาในราคา ๑๐ ปอนด์ คือ Winston Churchill Duck-เป็ดเหลืองใส่สูท ใส่หมวก คาบซิการ์ ซึ่งเป็นบุคลิกคุ้นตาของเชอร์ชิลล์ที่ชาวอังกฤษจดจำได้
คิดเล่น ๆ ว่าถ้าเชอร์ชิลล์ยังมีชีวิตอยู่จนถึง ค.ศ. ๒๐๒๖ เขาคงประหลาดใจไม่น้อยที่เสรีภาพและระบอบประชาธิปไตยของโลกที่ครั้งหนึ่งเขาปกป้องสุดชีวิตตกอยู่ในอันตรายอีกครั้ง
เพราะ “โลกใหม่” เปลี่ยนไปแล้ว