Image

ท้ายครัว

เรื่องและภาพ : กฤช เหลือลมัย

ช่วงก่อนปลายปี ที่ผมมาเล่าว่าไปพบเจอพืชอาหารริมทาง อย่างดอกและฝักอ่อนไก่เตี้ย ซึ่งผมลองเอามายำบ้าง แกงส้ม ลวกจิ้มน้ำพริก หรือทำซุบแบบอีสานกินอร่อยง่ายๆ บ้างนั้น พอล่วงเลยถึงช่วงปลายปีต่อต้นปี ผมพบว่า ฝักอ่อนๆ ที่เห็นแต่ครั้งก่อนจะเริ่มแก่ มีขนาดใหญ่ขึ้นมาก เปลือกแข็ง สีเขียวเข้ม ห้อยระโยงระยางอยู่ในตำแหน่งเดิมที่เราเคยเก็บดอกของมันมากินนั่นเองครับ

Image

ข้อมูลภาษาไทยเกี่ยวกับวิธีกินฝักแก่สดนี้มีน้อย แต่เมื่อประกอบกับที่ระบุในเว็บไซต์ต่างประเทศหลายแห่ง ก็พออนุมานได้ว่า เมล็ดแก่ขนาดใหญ่ สีขาว เปลือกค่อนข้างแข็งมีราว ๑๐ เมล็ด ในฝักแก่สีเขียวนั้น แม้มีโปรตีนคาวานาลิน ซึ่งมีพิษอ่อนมากๆ แต่เมื่อทำให้สุกด้วยการต้ม หรือคั่วทั้งแกะเปลือกเมล็ดหนาๆ ออก ก็สามารถกินได้ปลอดภัยดี

Image

Image

ผมทดลองหลายวิธี ตั้งแต่แกะเปลือกเมล็ดออกสดๆ ต้มทั้งฝัก ฯลฯ ในที่สุดพบว่า เมื่อเราเก็บฝักแก่สีเขียวที่ยังไม่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแห้งๆ นี้มาได้มากๆ ให้แกะแงะฝักออกคัดเอาเมล็ดโตๆ สีขาวแช่น้ำข้ามคืน จากนั้นใส่หม้อต้มไปราวๆ ครึ่งชั่วโมง เปลือกเมล็ดจะนุ่มขึ้น จนเมื่อเอาเล็บจิกพอให้เป็นรอยก็สามารถบีบให้เนื้อในเมล็ดปลิ้นออกมาได้ง่ายๆ

Image

Image

ที่เราจะได้ คือเนื้อถั่วเมล็ดใหญ่ สีม่วงอ่อนอมเทา เนื้อออกนิ่มๆ หน่อย เคี้ยวกินได้มันๆ ดีพอสมควร ทีนี้จะกินเล่นๆ หรือเอาไปยำ ต้ม แกงเผ็ดแกงส้มหรือผัดกิน ก็ได้ทั้งนั้นเลยครับ

Image

เอามาเล่าสู่กันฟัง เผื่อใครได้ไปเห็นไปเจอฝักไก่เตี้ยช่วงนี้ที่มีลักษณะอย่างว่ามา อยากจะลองเล่นแร่แปรวัชพืชเป็นอาหารดูก็อาจได้กับข้าวจานใหม่ๆ อย่างที่ผมลองเอามาผัดน้ำมันกับหมูใส่กระเทียม พริกชี้ฟ้าหั่น กินมันๆ อร่อยๆ

Image

ได้เก็บของฟรีจากธรรมชาติมาทำกับข้าวกิน มันก็ครึ้มอกครึ้มใจดีครับ