Image

Image

ท้ายครัว

เรื่องและภาพ : กฤช เหลือลมัย

สมัยผมเด็กๆ ตรงหน้าสวนรุกขชาติ ถ้ำจอมพล ที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี มีมะกอกป่าสูงใหญ่หลายต้น พอถึงปลายปี เวลาผมปั่นจักรยานไปแถวนั้นกับแม่ เราจะลงไปเก็บลูกมะกอกสุกกลับไปตำน้ำพริกมะกอก หรือทำน้ำปลามะกอกพริกกระเทียม กินกับปลาทูย่าง อร่อยเหาะ

ลูกมะกอกป่าเป็นผลผลิตของฤดูกาลอย่างแท้จริง มันมาพร้อมลมหนาว ดังนั้นหลายปีให้หลังนี้ พอผมออกไปปั่นจักรยานทัวริงเที่ยวกับเพื่อนๆ ในช่วงปลายปี เลยพบว่า แทบทุกเส้นทางที่เราปั่น มีต้นมะกอกป่าสูงๆ ขึ้นอยู่เสมอ

Image
Image

ต้นเดือนธันวาคมปีนี้ก็เช่นกัน ระหว่างเริ่มหิวน้ำ คอแห้ง ผมก็เห็นลูกมะกอกสุกร่วงเต็มพื้นมีอย่างน้อยสองจุดที่ผมลงไปเก็บมาได้ถุงย่อมๆ คือหน้าวัดหนองจอก อำเภอหนองปรือ กับพื้นที่กางเต็นท์ ‘ติดเกาะ’ ใกล้ท่าเรือชุกโดน เมืองกาญจนบุรี รสชาติลูกมะกอกที่ว่าอร่อยนั้นจะฝาดหอม ต้นที่อร่อยจริงๆ มีเปรี้ยวจัดแซมขึ้นมาด้วย แบบนี้กินสดๆ ชุ่มคอดีเหลือเกิน เอามาทำกับข้าวก็อร่อยมากๆ

มีหลายต้นที่ผมไม่ได้เก็บมา ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ย่านนั้นมันมีกระรอกเยอะ พวกมันรุมแทะของอร่อยนี้กินทั้งเปลือกและเนื้อหมดเกลี้ยงต้นตั้งแต่บนต้น ที่ร่วงลงพื้นจึงมีแค่เมล็ดเท่านั้นเอง

Image

ผมชี้ให้เพื่อนที่ปั่นไปด้วยกันดู ตอนแรก พวกเขาก็เพียงพยักหน้ารับรู้ ผมเลยคิดว่าจะต้องลองทำอะไรมากกว่านั้นสักหน่อยแล้วแหละ

เมื่อเข้าที่พักเย็นวันนั้น เราช่วยกันทำกับข้าว เริ่มจากหั่นฟักทองที่แม่ค้าข้าวแกงให้มา เด็ดกะเพราที่ผมเก็บได้ข้างทาง หั่นพริกชี้ฟ้า ผมเอาพริกแกงเผ็ดที่ขอปันซื้อจากร้านข้าวแกงรวนกับกะทิ ใส่หมูย่างกินเหลือจากร้านลาบ รวนจนหมูนุ่ม จึงเฉือนเปลือกลูกมะกอกให้เป็นรอยบาก แล้วใส่ไปทั้งลูกเพื่อปรุงรสให้ออกเปรี้ยวฝาดหวาน จากนั้นใส่ฟักทอง พริกหั่น เติมน้ำปลา พอสุกได้ที่แล้วใส่ใบกะเพรา

Image
Image

ไม่มีใครเคยกิน “แกงคั่วฟักทองหมูย่างใส่มะกอก” แน่ๆ (เพราะผมเพิ่งเคยทำ) ความมันของกะทิ ของหมูย่าง และของฟักทอง ถูกเบรกโดยรสเปรี้ยวฝาดหวานนัวของเนื้อและเปลือกมะกอกสุกอย่างพอดิบพอดี ใครเคยกินตำปราร้าใส่มะกอกบ้างล่ะ มันนัวแบบนั้นแหละครับ

สุดยอดมาก...

เท่านี้ เพื่อร่วมก๊วนปั่นจักรยานทัวริงของผมก็ไม่มีใครลืมรสมะกอกป่า โอชะแห่งช่วงต้นหน้าหนาวนี้ได้หรอกครับ...