Image

Image

สถานีเรดาร์ ค่ายรามสูร ปี ๒๕๖๙  ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ “พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ค่ายรามสูร” ไม่ไกลจากอำเภอเมืองอุดรธานี จะเห็นได้ว่าโครงสร้างอาคารและเสาเรดาร์ยังหลงเหลืออยู่ชัดเจน

เรื่อง : สุเจน กรรพฤทธิ์
ภาพ : U.S. Nation Archives and Records Administration II,
พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี, สุเจน กรรพฤทธิ์,ฉลองรัฐ เพชรไพฑูรย์

Image

ภาพถ่ายทางอากาศ สถานีเรดาร์ค่ายรามสูรในยุคสงครามเย็น

ปี ๒๕๐๗ จีไอเริ่มเข้ามาประจำการในฐานทัพอากาศอุดรธานี พอปี ๒๕๐๘ ก็เริ่มเข้ามาประจำการในค่ายรามสูร สถานีเรดาร์ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย 

Image

ปี ๒๕๐๗ ห้วงเวลาเดียวกันกับที่จีไอหลั่งไหลไปตาคลี ห่างขึ้นมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือราว ๔๐๐ กิโลเมตร “ฐานบินอุดร” (Udorn Royal Thai Air Force Base/Udorn RTAFB) ที่ได้รับการปรับปรุงรันเวย์มาแล้วในช่วงกึ่งพุทธกาลโดยความช่วยเหลือของสหรัฐ-อเมริกา ก็อ้าแขนรับฝูงบินขับไล่และจีไอนับพันคนที่เข้ามาใช้ที่นี่เป็นหัวหาดปฏิบัติการทางอากาศในลาวและเวียดนามเหนือ

ที่นี่เป็นที่ประจำการของฝูงบินขับไล่และลาดตระเวนทางยุทธวิธีหลายฝูง มีเครื่องบินทหารหลายแบบ เช่น F-4 Phantom ฯลฯ ด้วยฐานทัพนี้ห่างจากกรุงเวียงจันทน์เพียง ๕๓ กิโลเมตร ห่างเวียดนามเหนือไม่มากในทางอากาศ และมีพื้นที่ใช้สอยมากถึง ๓,๕๐๑ ไร่

Image

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จฯ มายังฐานทัพอากาศอุดรธานีในทศวรรษ ๒๕๐๐

Image

เครื่องบินแบบ F4 Phantom กำลังบินขึ้นจากฐานทัพอากาศอุดรธานี ช่วงปลายสงครามเวียดนาม 
(ภาพ : นัวโรว์ อาร์ตสเปซ)

สายวันต้นปี ๒๕๖๙ ร.ต. ธรรมวัฒน์ รัตนวิจารณ์ ซึ่งทำหน้าที่ดูแลพิพิธภัณฑ์กองบิน ๒๓ เล่าระหว่างพาชมด้านในพิพิธภัณฑ์ว่า ฐานบินอุดรช่วงปี ๒๕๐๔-๒๕๑๘ เรียกกันว่า “ฐานบินในช่วงสงครามเวียดนามและสงครามลาว”

นอกจากภาพถ่ายขาวดำเล่าเรื่องทหารอากาศไทยที่ปฏิบัติการอย่างลับ ๆ ในลาวด้วย “ฝูงบินหิ่งห้อย” (Firef lies Squadron) ยังมีบอร์ดกล่าวถึง “ปฏิบัติการปั๊มน้ำ” (Operation WATER PUMP) ของสหรัฐฯ ที่เสริมศักยภาพ
กองทัพอากาศลาวฝ่ายขวาด้วยการส่งนักบินลาวมาฝึกบินกับเครื่องบินแบบ “เต-ซาวแปด” (T-28) ที่ฐานบินอุดร โดยมีนักบินอเมริกันและไทยบางส่วนช่วยเหลือ

เมื่อนำข้อมูลนี้ประกอบกับบันทึกความทรงจำ ปากคำทหารเสือพราน (ทสพ.) กองกำลังอาสาสมัครรับจ้างที่เคยเข้าไปช่วยลาวฝ่ายขวารบกับทหารเวียดนามเหนือและขบวนการ
ปะเทดลาวใน “สงครามลับ” (Secret War) จะพบว่าฐานบินอุดรยังเป็นที่ตั้ง “กองบัญชาการ ๓๓๓” ของไทยใน “ตึกขาว” ที่ทำงานร่วมกับสำนักข่าวกรองกลางแห่งสหรัฐฯ (Central Intelligence Agency - CIA) บัญชาการการรบตามสมรภูมิต่าง ๆ ในลาว

ปัจจุบัน “ตึกขาว” ตั้งอยู่ติดปากทางเข้าค่ายประจักษ์ศิลปาคม ด้านถนนมิตรภาพ (ถนนทหาร/ถนนหมายเลข ๒) แต่แปรสภาพเป็นที่ทำการของศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ ๒๔ อาคารชั้นเดียววางตัวยาวตามแนวถนน ตัวอาคารทาสีขาว เต็มไปด้วยป้ายต่าง ๆ ไม่ได้มีลักษณะโดดเด่นแต่อย่างใด

ร้อยตรีธรรมวัฒน์เล่าให้ฟังว่า เขาเกิดในห้องแถวของกองทัพบกในซอยตรงข้ามกองบัญชาการ ๓๓๓ “คุณตาผมไปรบที่เวียดนาม พ่อเป็นทหารอากาศต้องไปทำงานจังหวัดอื่น
แม่ย้ายมาอยู่กับทหารบกที่รู้จักกันเพื่อช่วยกันช่วงใกล้คลอด  ตอนเด็กจำได้ว่าตรงตึกขาวมักมีลุงสองคนเดินเก็บของเก่า หิ้วถังใส่เศษอาหารไปทิ้ง มารู้ทีหลังว่านั่นคือทหารที่ทำงานในตึกขาว ดูลึกลับมาก”

Image