เป็นมาร่วม ๒๐๐ ปี ช่วงออกพรรษาในลุ่มน้ำหลังสวน บริเวณหน้าวัดด่านประชากรเป็นที่ชุมนุมเรือยาวที่มาร่วมประชัน “ชิงธง” ประจำปี และคนทั้งอำเภอรวมทั้งจากที่อื่นๆ มาชมและเชียร์กันแน่นขนัดบนอัฒจันทร์ริมฝั่งน้ำ ที่กล่าวกันว่าเป็นสนามชมเรือแข่งที่กว้างใหญ่สุดในประเทศ
ภาพ : สกล เกษมพันธุ์
เรือรับเสด็จพระพุทธเจ้า
ขึ้นโขนชิงธง
ออกพรรษาที่หลังสวน
เรื่อง : วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง
ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง
งานแข่งเรือไม่ว่าครั้งไหน ถ้าจะให้ถึงใจต้องไปอยู่ในงานด้วยตัวเอง
จะได้เห็นจังหวะจ้วงพายหนักหน่วง พร้อมเพรียง ฉับไวของเหล่าฝีพาย ผืนน้ำแตกกระเซ็นกระจายฟายฟอง ลำเรือพุ่งทะยานไปข้างหน้าโดยไม่ต้องพึ่งแรงม้าเครื่องยนต์ ในเสียงพากย์รัวเร็วแบบจับใจความแทบไม่ได้ แต่เน้นอารมณ์เร้าระทึกใจ ซึ่งเสียงพากย์นั้นนับว่าเป็นสีสันหนึ่งของงานแข่งเรือทุกสนาม ยังไม่นับความพลุกพล่านละลานตาประสางานเทศกาลสนุกทั่วไป
งานแข่งเรือไม่ว่าที่ไหน โดยทั่วไปตัดสินกันด้วยเส้นชัย หัวเรือลำไหนถึงก่อนก็ถือว่าชนะ แต่งานแข่งเรือที่แม่น้ำหลังสวนตัดสินกันด้วยธง เรือลำที่นำหน้าอาจยังไม่ใช่ผู้ชนะเสมอไป ฝ่ายที่คว้าธงได้คือผู้กำชัยตัวจริง งานบุญแข่งเรือออกพรรษาของท้องถิ่นนี้จึงมีชื่อเต็มว่า “แข่งเรือขึ้นโขนชิงธง” คนหลังสวนกล่าวอย่างภาคภูมิว่าเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในเมืองไทยหรืออาจรวมถึงในโลกด้วย
เป็นงานเทศกาลที่เล่าขานต่อกันมาว่ามีมานับ ๒๐๐ ปี และไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เพิ่งได้รับการประกาศขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ด้านการเล่นพื้นบ้านกีฬาพื้นบ้าน และศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว โดยกระทรวงวัฒนธรรม เมื่อปี ๒๕๖๑ ในชื่อการแข่งเรือยาวขึ้นโขนชิงธง และเป็น Unseen Thailand ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ทุกวันนี้งานแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธงไม่ใช่แค่งานบุญประเพณี แต่ยังผูกโยงความสัมพันธ์ของสังคมชุมชนไว้ด้วย คนท้องถิ่นต่างพูดกันว่า คนเลือดเนื้อหลังสวนไม่ว่าจะไปอยู่ในแห่งหนไหน เมื่อถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ เขาจะต้องกลับมาบ้าน
แต่เมื่อถึงวันงานก็แทบจะไม่มีใครอยู่ที่บ้าน ทุกคนต่างออกมารวมกันอยู่ในงานบุญแข่งเรือในแม่น้ำหลังสวน กันหมด
งานแข่งเรือขึ้นโขนชิงธงหลังสวนเป็นงานประเพณีในท้องถิ่น แต่จัดใหญ่ระดับจังหวัดและภูมิภาค ถึงช่วงใกล้ออกพรรษา ใครลงใต้ตามถนนสายเอเชีย ถึงแยกหลังสวนจะเห็นป้ายงานแข่งเรือขนาดใหญ่อยู่ริมทาง เลี้ยวซ้ายเข้าไปถึงตัวอำเภอ ที่จัดงานแข่งเรือจะอยู่ในแม่น้ำหลังสวนแถวหน้าวัดด่านประชากร
หลังสวนเป็นอำเภอใหญ่อยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดชุมพร คนในถิ่นเล่าว่าแต่เดิมเมื่อครั้งที่มีแต่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ เพชรเกษม เป็นเส้นทางหลักสู่ปักษ์ใต้เพียงเส้นเดียว เมื่อถึงตัวจังหวัดชุมพร เส้นทางจะวกไปทางระนอง พังงา คนหลังสวนเพิ่งได้ใช้ถนนใหญ่เมื่อมีถนนหมายเลข ๔๑ จากชุมพรมุ่งไปทางสุราษฎร์ธานี ก่อนนั้นอำเภอทางใต้ของจังหวัดโดยเฉพาะแถบริมฝั่งทะเลและแม่น้ำหลังสวนยังใช้เรือกันเป็นหลัก หากเดินทางไกลเข้ากรุงก็ใช้รถไฟ
เรือที่ใช้กันอยู่ในวิถีชีวิตประจำวันนั่นเอง เป็นที่มาของงานประเพณีแข่งเรือยาวขึ้นโขนชิงธงอันเลื่องชื่อ
“เรือพระ” ซึ่งตั้งอยู่บนรถหรือล้อเลื่อนจากวัดต่าง ๆ ในอำเภอหลังสวน ประดับตกแต่งอย่างวิจิตร อัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญของวัดมาประดิษฐานบนเรือ และมีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ประพรมน้ำมนต์ขณะแห่ไปตามถนนในชุมชนให้ศาสนิกชนร่วมสักการะมีการฟ้อนรำและนำโล่พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะมอบแก่แชมป์เรือแข่งประจำปี มาร่วมแห่ในขบวนเรือพระด้วย