ภาพ : นวพร นนทกานันท์
ธนิสร์ วีระศักดิ์วงศ์
INTERVIEW
สัมภาษณ์ : ณัฐชานันท์ กล้าหาญ
“ปี ๒๔๗๔ อันเสียงระเบ็งเซ็งแซ่แห่งความทุกข์ยากของราษฎรที่กำลังอื้ออึงอยู่ในสยามเวลานี้เป็นที่ทราบดีว่าเกิดจากการเงินของประเทศเรากำลังอยู่ในสภาพร่อแร่จากความอับจนของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ชาวนานับล้านผู้อาบเหงื่อต่างน้ำเพื่อเลี้ยงดูคนทั้งชาติต้องมีความเป็นอยู่แร้นแค้นอย่างที่เรียกว่าขุดดินกินหญ้า เนื่องจากความตกต่ำของราคาข้าว”
นี่คือข้อความในหน้าแรกของกราฟิกโนเวล ๒๔๗๕ นักเขียนผีแห่งสยาม ว่าด้วยเรื่องราวของนักพิสูจน์อักษรหญิงจาก หนังสือพิมพ์ บางกอกนิวส์ ผู้ทำหน้าที่เป็นสายลับให้คณะราษฎร เพื่อปฏิบัติภารกิจปฏิวัติสยาม หรือที่เรารู้จักกันในนามการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี ๒๔๗๕ ขณะที่หนังสือตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ๒๕๖๗
“นิภา” หญิงสาวหน้าตึงผู้มุ่งมั่นในสายอาชีพสิ่งพิมพ์ มีน้องชายชื่อ “อรุณ” ซึ่งกำลังเรียนกฎหมาย พ่อของทั้งสองคน
เป็นข้าราชการที่เขียนหนังสือร้องทุกข์ช่วยเหลือชาวบ้านในพระนคร แต่วันดีคืนดีต้องถูกจับ กลายเป็นกบฏ และเสียชีวิตเพราะวัณโรคในที่สุด ทำให้ทั้งนิภาและอรุณต้องดำรงชีวิตในฐานะลูกของกบฏมาโดยตลอด แต่ความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมเพื่อความเท่าเทียมของประชาชนไม่เคยดับมอดไป
๒๔๗๕ นักเขียนผีแห่งสยาม เริ่มเรื่องราวทั้งหมด ๔๖๐ หน้าด้วยเส้นเรื่องแบบนี้ หากใครอ่านจบทั้งเล่มหรือรู้ที่มาของการสร้างหนังสือเล่มนี้จะรู้ดีว่า นี่คือกราฟิกโนเวลที่ไม่ได้เล่าในมุมชื่นชมยินดี หรืออยู่เคียงข้างคณะราษฎร กลุ่มชนชั้นสูงผู้รวมตัวกันเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทยในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗
“หนังสือเล่มนี้เกิดจากช่วงมูฟเมนต์ประท้วงของกลุ่มคณะราษฎร ๒๕๖๓ มีกระแสพูดถึงประวัติศาสตร์ ๒๔๗๕ ในสายตาของคนปัจจุบันที่มองกลับไปในอดีตค่อนข้างเยอะ ทั้งในแง่ความเป็นไปของยุคสมัยนั้นและการเอาอดีตมาใช้เป็นเครื่องมือต่อสู้ทางการเมือง
“เรามีเพื่อน NGO คนหนึ่งที่ไปฟังเสวนาเกี่ยวกับสมาชิกคณะราษฎร แล้วจับคอนเซปต์ได้ว่า ช่วง ๒๔๗๕ คณะราษฎรก็อายุประมาณ ๓๐ ปีเท่านั้นเองนี่ เป็นคนรุ่นใหม่ แต่เขาเปลี่ยนแปลงประเทศเลยนะ ถ้ามีการ์ตูนที่เล่าเรื่องคนอายุไม่เยอะเปลี่ยนแปลงประเทศ (ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน) ก็น่าสนใจ เลยพูดคุยกันว่าควรจะเขียนออกมาแบบไหน เขียนยังไงได้บ้าง
“ถ้าการตะโกนในม็อบเป็นน้ำเสียงหนึ่ง เราคิดว่าการเขียนหนังสือเป็นเล่มแล้วไปอยู่ในนั้นมันจะเป็นอีกน้ำหนักที่เราในฐานะนักเขียนการ์ตูนก็รู้สึกว่าควรต้องทำ แล้วก็ท้าทายด้วย
“แต่เมื่อทำไปเรื่อย ๆ เราก็พบว่ายากกว่าที่คิด เพราะ agenda แรกของทีมคืออยากให้หนังสือออกมาทันมูฟเมนต์
หาได้ในม็อบ เพราะน่าจะช่วยดันแรงกระเพื่อมที่ขบวนการการเมืองพยายามสร้างอยู่ รวมถึงช่วยดันเพดานเสรีภาพในการแสดงออกได้ด้วย”
ภูมิ-ธนิสร์ วีระศักดิ์วงศ์ หรือที่คนอ่านการ์ตูนไทยรู้จักกันดีในนาม “สะอาด” (Sa-ard) เล่าถึงที่มาของการสร้างสรรค์งานนี้ ใจจริงเขาอยากขับเคลื่อนโปรเจกต์ให้เสร็จภายในปี ๒๕๖๓ ในฐานะศิลปะเพื่อการเมือง เพราะปรากฏการณ์ของกระแสการประท้วงเพื่อประชาธิปไตยกำลังเบ่งบาน คนรุ่นใหม่ต่างพากันลงถนนเพื่อหวังเปลี่ยนแปลงประเทศ