Image

ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์

สัมภาษณ์
ม.ล. ปริญญากร วรวรรณ
๔๐ ปี ตัวตนคนถ่ายภาพสัตว์ป่า

ช่างภาพสัตว์ป่าเมืองไทย
Thai Wildlife Photographers

สัมภาษณ์ : ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล
ภาพ : ม.ล. ปริญญากร วรวรรณ

“ความเป็นช่างภาพสัตว์ป่า ไม่ได้อยู่ที่เลนส์หรือกล้อง แต่อยู่ที่ทัศนะและความเข้าใจ”

ในหมู่ช่างภาพสัตว์ป่าทั่วฟ้าไทย เขาคือ “พี่ใหญ่” ผู้บันทึกชีวิตสัตว์ป่ามานานกว่า ๔ ทศวรรษ

ส่วนตัวเขานิยามตัวเองว่าเป็น “คนใจสัตว์”

หนึ่งในเรื่องเล่าคลาสสิกของชายผู้แบกเลนส์และกล้องท่องในป่าลึกเพื่อนำเรื่องราวของสัตว์ป่ามาสื่อสารกับคนข้างนอก จนช่วงหนึ่งเขาใช้นามบัตรระบุตัวเองว่าเป็น “ช่างภาพสัตว์ป่า” ก่อนจะเลิกใช้ เพราะเห็นว่ายังไม่รู้จักสัตว์ป่าดีพอ

ม.ล. ปริญญากร วรวรรณ

อดีตหนุ่มนักเรียนนอกด้านการเกษตร พนักงานบริษัทผลิตเหล็กเคลือบดีบุกสำหรับกระป๋องอาหาร ที่มีโอกาสเดินตามหมอบุญส่ง เลขะกุล และ ฟิลิป ดี. ราวด์ (Philip D. Round) เข้าไปสัมผัสธรรมชาติและสัตว์ป่า งานอดิเรกนั้นค่อย ๆ เปิดประตูให้เขารู้จักชีวิตอื่น ๆ และเริ่มบันทึกภาพสิ่งที่พบพาน เอาจริงเอาจัง กระทั่งรู้สึกว่าการเดินเข้าโรงงานกลายเป็นเรื่องยาก เมื่อรู้ชัดว่างานประจำ “ไม่ใช่” เส้นทางของตน จึงก้าวออกมาเป็นช่างภาพควบคู่กับการเขียนถ่ายทอดเรื่องราวของสรรพชีวิตอย่างคมคาย

มิตรภาพต่างสายพันธุ์, บนเส้นทางของการค้นหา, นกในดวงใจ, เลี้ยวตามโค้ง, เดินบนถนนมิตรภาพ, เงาตนบนรอยซาย ฯลฯ เป็นตัวอย่างบางส่วนบางเสี้ยวของผลงานที่โดดเด่น ยากจะมีใครเลียนแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชีพจรไพร โฟโตบุ๊กเล่มใหญ่ที่มีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

หลายปีที่ผ่านมา รูปแบบหรือสไตล์งานถ่ายภาพยิ่งย้ำชัดถึงคุณลักษณะเฉพาะของเขา

เขากดปุ่มลั่นชัตเตอร์น้อยลง แต่มองลึกเข้าไปในหัวใจของสัตว์ป่ามากขึ้น

พึงพอใจในภาพกึ่งเบลอกึ่งชัด หรือมีสัตว์ป่าปรากฏอยู่เพียงมุมใดมุมหนึ่ง มากยิ่งกว่าภาพที่คมชัดทุกรูขุมขน

นับวันเขายิ่งตั้งคำถามว่าแท้จริงแล้ว “คน” รู้จัก “สัตว์ป่า” มากเพียงใด

“ในสังคมของสัตว์ป่า แม้จะพยายามสักเท่าใด ผมก็เป็นเพียงคนแปลกหน้า เวลา ๓ ปีในป่า ผมได้หนังสือภาพสัตว์ป่ามาเล่มหนึ่ง ทว่าในความเป็นมนุษย์ ผมได้รับสิ่งมีค่ากว่านั้น” เขาเขียนไว้ในหนังสือ ชีวิตไพรห้วยขาแข้ง เมื่อหลายปีก่อน

เป็นสิ่งเดียวกับที่หม่อมหลวงปริญญากร หรือ “พี่เชน” บอกกับเราในปีนี้

หลักการใช้กล้องเป็นเครื่องมือเข้าหาธรรมชาติและสัตว์ป่าของคุณคืออะไร

ผมเคยพูดว่ากล้องกับผ้าเหลืองเหมือนกัน คนใช้ผ้าเหลืองเพื่อนำไปสู่การค้นพบอะไรสักอย่าง บางคนทำสำเร็จ แต่หลายคนก็เป็นอย่างที่เราเห็นข่าว  กล้องก็เหมือนกัน ถ้าเราใช้เป็นเครื่องมือนำไปสู่ความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติจริง ๆ มันก็ดี แต่ถ้าเราใช้กล้องแค่ให้เราตัวโตขึ้นก็ไม่มีประโยชน์ เรื่องหลังนี่เยอะกว่า

ปัจจุบันมีการจัดฉาก สร้างขอน แต่งมอส ล่อนกหรือสัตว์ให้มาเกาะจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา น่าเสียดายสำหรับคนรุ่นใหม่ที่เข้าสู่วงการแล้วไปเริ่มในกลุ่มที่ผิดทิศทาง หากพวกเขาเริ่มต้นด้วยความเข้าใจธรรมชาติจริง ๆ จะดีกว่า เพราะการแต่งฉากล่อสัตว์ไม่ได้นำพาไปสู่ความเข้าใจธรรมชาติที่แท้จริง

Image

Image