ผ่านช่องหุบเขาแห่งเทือกเขาบรรทัด มีชุมชน “บ้านตระ” ดินแดนลับแลที่ซึ่งในอดีตเป็นพื้นที่สีแดงกับเรื่องราวการต่อสู้เพื่อความเป็นอยู่ของผู้คนที่อาศัยอิงผืนป่าและการเฝ้ารอยอมรับการมีอยู่จากโลกภายนอก
ในตระ
เสียงของคนไร้สิทธิ์
ในเมืองลับแล
THE OTHER
เสียงของความหลากหลาย
เรื่อง : รุอร พรหมประสิทธิ์
ภาพ : ธีรเมธ เชิดวงศ์ตระกูล
คุณเคยคิดไหมว่าจะเป็นอย่างไร หาก “บ้าน” ที่บรรพบุรุษเคยอาศัยอยู่และสืบทอดมากลายเป็นที่ซึ่งกฎหมายบอกว่าเราไม่มีสิทธิ์อาศัยบนที่ดินผืนนี้
พื้นที่ที่ต้องขออนุญาตอยู่อาศัยราวกับว่าไม่ได้เป็นเจ้าของบ้าน หรือหากจะปลูกบ้านก็ต้องพ่วงจากการมีสวนพืชผลอะไรสักอย่าง นี่เป็นเงื่อนไขที่กรมป่าไม้และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัดกำหนด
ชาวบ้านตระในอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ผู้อาศัยในชุมชนขนาดเล็กกลางเทือกเขาบรรทัดต้องเผชิญความจริงนี้ แม้ที่นี่มีการอยู่อาศัยสืบมานานกว่า ๓๐๐ ปี แต่เอกสารสิทธิในที่ดินกลับไม่เคยอยู่ในมือชาวชุมชน เมื่อรัฐประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ที่ดินของชาวบ้านกลายเป็นของกรมป่าไม้ไปโดยปริยาย
บ้านที่ปลูกเองกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
สวนยางและสวนผลไม้ที่ดูแลมาตลอดถูกมองว่าเป็นการบุกรุก
พวกเขาเป็นเจ้าของบ้านจากจิตสำนึกและความรู้สึก
แต่ไม่ใช่ในสายตาของรัฐ
เขาประตู ประตูเมืองสู่ดินแดนบ้านตระ
บรรดาชาวบ้านนับร้อยรวมตัวกันเข้าประชุมเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานานนับสิบปี เพื่อร่วมกันสร้างบทบาทใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในชุมชน
[๑]
ท่ามกลางแนวเทือกเขาบรรทัดที่ทอดตัวยาวคร่อมสามจังหวัด ตรัง พัทลุง และสตูล มีชุมชนเล็ก ๆ ชื่อบ้านตระ ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา ชุมชนนี้เกิดจากการดิ้นรนและสืบทอดของผู้คนหลายรุ่น ตั้งแต่ชาวมุสลิมลูกหลานสุลต่านสุไลมานแห่งสงขลาที่เข้ามาปักหลัก จนถึงวันที่ถูกตราให้เป็น “พื้นที่สีแดง” ครอบครองด้วยสมาชิกจากพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ฐานที่มั่นสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ก่อนค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสวน ไร่ นา ของชาวบ้านรุ่นปัจจุบัน
ผืนป่าบ้านตระหนาทึบจนแสงอาทิตย์ส่องถึงพื้นเพียงเล็กน้อย พอให้รู้สึกถึงไอแดดที่แทรกผ่านร่มไม้ ความชื้นในอากาศ กลิ่นดินและรากไม้ขับเน้นให้ป่ามีชีวิต ต้นไม้ใหญ่สลับซับซ้อนเสมือนกำแพงธรรมชาติ ลำธารเล็ก ๆ ไหลรวมกันเป็นคลองใหญ่ที่หล่อเลี้ยงทั้งผู้คนและสรรพสัตว์ ดินที่นี่ทั้งอุดม อ่อนนุ่ม และอุ้มน้ำได้ดี ราวกับธรรมชาติออกแบบไว้เพื่อการเพาะปลูกและการดำรงชีพ
ครั้งหนึ่งผืนป่าแห่งนี้คือแดนสวรรค์ของสัตว์น้อยใหญ่ ฝูงปลาว่ายทวนน้ำแน่นขนัด ลิงเสนโหนตัวจากกิ่งไม้สูง เสียงนกเงือก นกแก๊ก และนกใหญ่หลากชนิดสะท้อนก้องทั่วหุบเขา จังหวะชีวิตดำเนินไปตามท่วงทำนองธรรมชาติ ก่อนที่กาลเวลาจะค่อย ๆ บั่นทอนความเขียวขจีจนป่าบางลงทีละน้อย
ค่ำคืนหนึ่ง ฉันได้ฟังเรื่องเล่าวันเข้าป่าเป็นนิทานก่อนนอนจาก พิตร ช่วยเต็ม หรือน้าด้วง อดีตสมาชิก พคท. ที่อาศัยอยู่ในบ้านตระช่วงปี ๒๕๒๒-๒๕๒๖ ยุคที่การเมืองไทยยังไร้เสถียรภาพ และเป็นห้วงเวลาเดียวกับที่เหล่านักศึกษาและปัญญาชนหันหลังจากเมืองและหันหน้า “เข้าป่า” จากเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙
อดีตผู้ใหญ่บ้านสุลต่าน นายแจ้ง แสงกุล ผู้ปกครองและดูแลกลุ่มชนแบบกึ่งระบอบทหาร
เมื่อป่าเปิดทุกอย่างก็หมดสิ้น เหลือเพียงร่องรอยการต่อสู้และคำถามที่ยังคงก้องอยู่ในใจ ใครกันแน่เป็นผู้บุกรุกใครเล่าคือเจ้าของพื้นที่อย่างแท้จริง
การประชุมเลือกตั้งประธานชุมชนบ้านตระ ประจำปี ๒๕๖๘