Image

ชีวิตเปราะบางของผู้ไร้สัญชาติกับความมั่นคงบนกำแพงถุงทรายยักษ์…ถึงสายธารผู้สร้างชีวิตซึ่งกลายเป็นความเสี่ยง…

พายุ โคลนถล่มแม่สาย
ความเปราะบางของคนชายขอบ

THE OTHER
เสียงของความหลากหลาย

เรื่อง : ทันทัศน์ แสนทน
ภาพ : ธีรภัทร อวศิริพงษ์

[๑]

๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๘ ณ พื้นที่ชายแดนริมแม่น้ำแม่สาย

วันวานเคยเป็นตลาดคึกคัก

แต่วันนี้ตลาดสายลมจอยมีผู้คนค้าขายบางตา สภาพตลาดริมน้ำนี้ไม่ต่างจากสมรภูมิที่ทิ้งคราบและร่องรอยเหตุการณ์ในอดีต โคลนเกลื่อนถนน คราบน้ำที่เสาสูงเลยหัวไปเกือบถึงคานซุ้มหลังคา  นายทหารและรถเครื่องจักรขับเคลื่อนแข่งขันกับเวลา พวกเขากำลังเตรียมการตั้งรับการปะทะกับสงครามที่พวกเราไม่อาจมีวันชนะ

พ้นตลาดไปตรงสุดถนนที่ชุมชนถ้ำผาจม พื้นที่นี้เคยเป็นสวนสาธารณะริมน้ำ มีป้าย “เหนือสุดยอดในสยาม” ดึงดูดผู้มาท่องเที่ยวให้บันทึกหมุดหมาย ณ สุดขอบชายแดน และยังเคยเป็นพื้นที่ร่มรื่นใต้ต้นไม้ใหญ่ให้ชุมชนใช้ชีวิตอยู่เคียงข้างลำน้ำแม่สาย

บัดนี้ เบื้องหน้าของผู้เขียนมีกองดินสูง ๓ เมตร ภูเขาขนาดย่อมนี้เรียกได้ว่าเป็นพนังกึ่งถาวร สร้างเป็นปราการป้องกันไม่ให้น้ำไหลท่วมสู่พื้นที่ แต่ก็ปิดกั้นความสัมพันธ์ของชุมชนกับแม่น้ำสายไปตลอดกาล  กองดินถูกเสริมแกร่งด้วยเสาปูน ถุงบิ๊กแบ็ก (big bag) และกล่องกระชุหินแต่ไม่มีอะไรยึดจับหน้าดินที่เอียงเกือบ ๔๕ องศา ดินจึงไหลลงมาเมื่อฝนตกเกิดเป็นโคลนเปื้อนทั่วพื้นถนน

ป้ายแสดงเขตแดนและสวนสาธารณะถูกกองดินกลืนกลบ กองดินกว้างพอขึ้นไปเดินได้  มุมมองแม่น้ำสายจากบนนี้ไม่เหมือนในความคุ้นชิน ดูไร้ซึ่งชีวิต ไม่มีพืชพรรณริมน้ำ น้ำไหลเชี่ยวสีขุ่นแถมยังปนเปื้อนสารพิษ รอบข้างลำน้ำมีเพียงตลิ่งสูงกับตึกที่สร้างชิดลำน้ำ เศษหินเศษเหล็กถมทบแม่น้ำให้แคบจนหดหู่

Image
Image

เมืองแห่งสายน้ำและการค้าไร้ซึ่งพรมแดน…ภาพถ่ายทางอากาศแสดงการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของแม่สาย ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของความเจริญทางเศรษฐกิจที่ชายขอบระหว่างสองรัฐชาติไทย-เมียนมา ตลอดช่วง ๗๐ ปีที่ผ่านมา

[๒]

“เมื่อก่อนผมมาเดินออกกำลังที่สวนนี้ประจำ น้ำแม่สายใสและกว้างมาก มีหาดทรายลงเล่นน้ำได้ เดี๋ยวนี้กว้างไม่ถึง ๑๕ เมตร ไม่นึกว่าวันนึงบ้านเราจะกลายเป็นแบบนี้” สมพร พึ่งถิ่นอุดม ชาวไทใหญ่ผู้อาศัยในชุมชนแสดงทัศนะต่อการเปลี่ยนแปลง

“น้ำท่วมเป็นเรื่องปรกติของชุมชนที่ใช้ชีวิตอยู่ริมน้ำ ในอดีตน้ำมาคืนเดียวก็ไป ถ้ำผาจมเป็นชุมชนทำอาหาร ส่วนสายลมจอยจะเป็นร้านค้า เวลาน้ำมาทุกคนรู้ตัวเลยว่าต้องเฝ้าร้าน ประมาณ ๔ ชั่วโมงน้ำจะลด ต้องรีบล้างเศษดินเศษโคลนออก น้ำจะแค่ข้อเท้าเอง ปรับตัวกันตามประสบการณ์มาตั้งแต่อดีต วันรุ่งขึ้นก็กลับมาค้าขายปรกติ” อุ้ยสา ทูลทรัพย์ ชาวชุมชนถ้ำผาจมเล่าย้อนความ

“จนกระทั่งน้ำและโคลนมาแบบที่รับไม่ได้แล้ว โคลนสูงเกือบ ๒ เมตร เข้าในบ้านไม่ต่ำกว่า ๑.๕ เมตร ใช้เวลาเอาดินออกไม่ต่ำกว่า ๑ เดือน แต่บ้านเราตกหล่นความช่วยเหลือ ยังดีที่มีมูลนิธิเข้ามาช่วย”

อำเภอแม่สายฝั่งไทยและท่าขี้เหล็กฝั่งเมียนมาตั้งอยู่บนภูมิลักษณ์แบบเนินตะกอนรูปพัด แม่น้ำสายที่ไหลมาจากหุบเขาจึงมีความเร็วและพลังมหาศาล แผ่กระจายเมื่อลงสู่ที่ราบ พื้นที่ต้นน้ำอยู่ในประเทศเมียนมา กาลเวลาผ่านไปมันถูกเปลี่ยนแปลงจากป่าสู่พื้นที่เกษตรกรรมและเลวร้ายขั้นสุดเมื่อถูกใช้งานเป็นเหมืองแร่ไร้มาตรฐาน เหนือต้นน้ำไม่เหลืออะไรช่วยชะลอน้ำและยึดหน้าดินอีกต่อไป

ด้วยอิทธิพลของพายุยางิ ทั้งแม่สายและท่าขี้เหล็กจมอยู่ใต้น้ำและโคลน  ดินโคลนไหลหลากพุ่งออกจากหุบเขากระจายสู่เมืองที่ราบลุ่มด้วยความเร็ว อาคารบ้านเรือนขวางมวลดินได้รับความเสียหายมหาศาล ครัวเรือนมากมายเข้าถึงที่อยู่อาศัยไม่ได้  ผกายมาศ เวียร์ร่า ประธานหอการค้าแม่สาย ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจเฉพาะในอำเภอแม่สายไม่น่าจะต่ำกว่า ๓ พันล้านบาท

เหตุการณ์ภัยพิบัติดินโคลนถล่ม กันยายน ๒๕๖๗ เป็นแค่การเริ่มต้น เนื่องจากการขยายเมืองอย่างไร้การควบคุมไปสู่พื้นที่เสี่ยงและปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามชายแดนเป็นภาพสะท้อนความเปราะบางของเมืองชายแดน และยังคงไม่มีทางออกชัดเจนสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น

Image

ผู้ไร้สัญชาติกว่าหมื่นรายในแม่สาย… มีคำขอสัญชาติไทยที่ค้างพิจารณากว่า ๒.๗ หมื่นคน เมื่อปี ๒๕๖๑ (Reuters, 2018) และปัจจุบันมีผู้แสดงความต้องการขอตรวจสอบคุณลักษณะในการขอสัญชาติไทยกว่า ๓.๘ หมื่นคน (MGR Online, ปี ๒๕๖๘)

Image

สภาพชุมชนเกาะทรายและระดับเตรียมความพร้อมรับมือจากน้ำท่วมและดินโคลน  ชื่อ “เกาะทราย” มาจากตะกอนทรายแม่น้ำและการงอกของหาดทราย ซึ่งเป็นผลจากกระบวนการของแม่น้ำและนิเวศ

วัดเกาะทรายในช่วงภัยพิบัติเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คน ความช่วยเหลือ รวมถึงแหล่งรวมกองทราย วัสดุบรรจุ และอุปกรณ์ในกระบวนการติดตั้งถุงทรายยักษ์ป้องกันน้ำท่วม

Image