Image

ศาสตราจารย์กิตติคุณ
ดร. ทวีศักดิ์ บุญเกิด
ครูของนักพฤกษศาสตร์

The Master

เรื่อง : ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล
ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์
ภาพเก่าได้รับความเอื้อเฟื้อจาก ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. ทวีศักดิ์ บุญเกิด

“เมื่อพบปะผู้คนนอกวงการศึกษา มักจะถูกถามว่าสอนชั้นไหน หลายครั้งผมมักจะตอบไปว่า สอนตั้งแต่ชั้น ป. ๔ ไปจนถึง ป. เอก ตามที่ปฏิบัติอยู่จริง ผมตั้งปณิธานว่าจะดูแลเด็ก ๆ เหล่านี้ให้ดี เหมือนที่เคยได้รับความเมตตาจากอาจารย์ของผม”

Boonkerdia Li Bing Zhang, Pollawatn, X.M. Zhou & Liang Zhang เป็นชื่อสกุลเฟินที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. ทวีศักดิ์ บุญเกิด นักพฤกษศาสตร์ชาวไทย

ชื่อสกุล Boonkerdia ตั้งขึ้นโดยนักพฤกษศาสตร์สี่คน ได้แก่ Li Bing Zhang, Pollawatn, X.M. Zhou และ Liang Zhang ซึ่งเป็นชื่อที่ปรากฏต่อท้ายตามหลักการตั้งชื่อทางอนุกรมวิธาน

วารสาร Taxon เล่ม ๗๒ ฉบับที่ ๕ ซึ่งตีพิมพ์ใน ค.ศ. ๒๐๒๓ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าชื่อสกุล Boonkerdia ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Thawesakdi Boonkerd เนื่องจากผลงานสำคัญที่มีต่อการศึกษาเฟินของประเทศไทย รวมถึงการฝึกอบรมนักพฤกษศาสตร์ด้านเฟินรุ่นใหม่จำนวนมาก

สิ่งที่น่าสนใจคือ Boonkerdia นั้นเป็น “ชื่อสกุล” (genus) ซึ่งเป็นลำดับทางอนุกรมวิธานที่อยู่เหนือ “ชื่อชนิด” (species) พูดง่าย ๆ คือพืชสกุลหนึ่งประกอบด้วยพืชได้หลายชนิด

อาจารย์ทวีศักดิ์ให้ความเห็นว่า “ชื่อคนที่จะตั้งเป็นชื่อสกุลทางอนุกรมวิธาน โอกาสมันจะยาก ถือเป็นการให้เกียรตินักวิทยาศาสตร์” 

คำว่า “บุญ-เกิด-เดีย” ของอาจารย์จึงถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์อนุกรมวิธานพืช โดย Boonkerdia เป็นกลุ่มเฟินที่ส่วนใหญ่มีขนาดค่อนข้างเล็กและพบมากในป่าดิบชื้น และเป็นสกุลที่ตั้งขึ้นใน ค.ศ. ๒๐๒๓

การมีชื่ออยู่ในสกุลเฟิน/พืชนับเป็นเกียรติยศอย่างสูงในแวดวงอนุกรมวิธาน แต่สำหรับอาจารย์ทวีศักดิ์แล้ว อาจมีบางสิ่งสำคัญยิ่งกว่า

เขาไม่เพียงเป็นนักพฤกษศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

หากเส้นทางชีวิตอาจถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าต้องเป็น “ครู” ของนักพฤกษศาสตร์ด้วย

น้องใหม่

“เส้นทางชีวิตของผมน่าจะถูกโปรแกรมเอาไว้แล้วว่าต้องมาเป็นนักพฤกษศาสตร์”

อาจารย์ทวีศักดิ์ย้ำคำเดิมที่เคยบอกเพื่อนฝูงและลูกศิษย์ลูกหา เมื่อย้อนมองตัวเอง

ในวัย ๗๖ ปีเศษ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. ทวีศักดิ์ บุญเกิด ไม่ได้เดินทางไป “ภาควิชา” มาหลายปีแล้ว ไม่ได้กลับไปเยี่ยมเยือนห้องทำงานเล็ก ๆ รวมถึงห้องเรียนและห้องแล็บในตึกพฤกษศาสตร์ พื้นที่ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไม่ต่างจากบ้าน

“ผมไม่ได้ไปภาควิชามานานมากโดยเฉพาะชั้น ๔ ที่เคยนั่งทำงาน เดี๋ยวนี้หาที่จอดรถยาก ถ้าไปจอดแถวสามย่านมิตรทาวน์หรือจามจุรีสแควร์ต้องเดินมาไกล ผมเดินป่าสำรวจพรรณไม้มาเยอะ สิ่งที่ตามมาคือข้อเข่าเสื่อม นี่ก็รอผ่าตัดอยู่ครับ”

ภาพจำยังชัดเจนตั้งแต่วันแรกที่นิสิตใหม่ก้าวเท้าเข้าสู่รั้วจามจุรี

“เมื่อแรกเข้าเรียน ปี ๒๕๑๑ ผมเริ่มเรียนพฤกษศาสตร์ที่อาคารพฤกษศาสตร์-ธรณี ซึ่งเป็นที่ตั้งของภาควิชาพฤกษศาสตร์และภาควิชาธรณีวิทยาเวลานั้นด้านนอกยังไม่ได้ปรับปรุงภูมิทัศน์และยังไม่มีเรือนต้นไม้อย่างที่เห็น
ในทุกวันนี้”

อดีตนิสิตหนุ่มยังจำได้ดีว่าปีการศึกษา ๒๕๑๑ เป็นปีสุดท้ายที่คณะวิทยาศาสตร์ใช้ระบบประเมินผลแบบคะแนน นิสิตต้องได้อย่างน้อย ๖๐ จาก ๑๐๐ คะแนน จึงถือว่าสอบผ่าน ซึ่งผลการเรียนของน้องใหม่รุ่นนั้นออกมาว่า

- พ้นสภาพนิสิต (retire) ได้คะแนน รายวิชาน้อยกว่า ๖๐ มากกว่า ๓ วิชา ประมาณ ๓๐ คน

- ต้องเรียนซ้ำชั้นใหม่ทุกวิชา (repeater) ประมาณ ๙๐ คน 

- สอบแก้ตัวรายวิชาหนึ่งวิชา (re-exam) อีกจำนวนหนึ่ง

ที่เหลือคือผู้ผ่านด่าน ได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ปีที่ ๒ ตามแต่แผนกวิชาที่เลือก

สำหรับนิสิตหนุ่มหน้ามนนาม ทวีศักดิ์ ผลออกมาว่าอยู่ในกลุ่มต้องเรียนซ้ำชั้นใหม่ทุกวิชา เขาเล่าผ่านใบหน้าเปื้อนยิ้มในอีก ๕๘ ปีต่อมาว่า

“หลักสูตร วท.บ. ใช้เวลาเรียน ๔ ปี แต่ผมใช้มากกว่าเพื่อนคือ ๕ ปี หลังซ้ำชั้นแล้วทางมหาวิทยาลัยถึงปรับเกณฑ์เป็นระบบตัดเกรดอย่างที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งตอนนั้นถือเป็นเรื่องใหม่ ผมคิดว่าอาจารย์ท่านตัดเกรดแบบโหดหิน โอกาสที่นิสิตจะได้เกรด A ยากมาก ผมใช้หลักเรียนให้ผ่าน เก็บความรู้ให้แน่น แล้วขอเพียงผ่านการสอบแต่ละรายวิชาไปให้ได้”

Image

ทีมสำรวจเฟินและพรรณไม้ดอกเขาหินปูน อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย หน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจตั้งแต่ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย เหตุผลที่เลือกคณะวิทยาศาสตร์เพราะชอบวิชาเคมีแต่เมื่อเข้าไปเรียนจริงกลับพบว่า ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์สอนเคมี ฟิสิกส์หรือสัตววิทยา ล้วนดุถ้วนหน้า บางท่านเคร่งขรึม บางท่านไม่ค่อยพูดจา จนนิสิตหนุ่มเริ่มหวั่นไหว

“พวกเรานิสิตใหม่ยังงุนงงกับสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมากมาย การพูดคุยให้ความเป็นกันเองของอาจารย์จึงมีส่วนสำคัญ จำได้ว่าผมเข้าเรียนวิชาพฤกษ-ศาสตร์ทั่วไปที่ตึกพฤกษ์ครั้งแรก อาจารย์คุมแล็บบอตของผมคืออาจารย์พรรณี ชิโนรักษ์ และอาจารย์วิยดา เทพหัตถี ทั้งสองท่านพูดจาอ่อนหวานและให้กำลังใจผม มีผลให้ผมเลือกเรียนพฤกษศาสตร์ในเวลาต่อมา”

ศาสตราจารย์และดอกเตอร์ด้านพฤกษศาสตร์ถ่ายทอดความทรงจำครั้งยังเป็นน้องใหม่ภายในห้องปฏิบัติการพฤกษศาสตร์ (Botanical Laboratory) หรือที่ยุคนั้นเรียกว่า “แล็บบอต”

ที่ผ่านมา ปัญหาสำคัญคือการได้ยิน อาจารย์ทวีศักดิ์ชี้ไปที่ใบหูซึ่งใส่เครื่องช่วยฟังมาตั้งแต่วัยหนุ่ม

ออกสำรวจต้นดอกหินบนยอดเขาแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อศึกษาความแตกต่างจากตัวอย่างที่มีรายงานไว้ก่อนหน้านี้ที่ดอยเชียงดาวและดอยหัวหมด 
นำไปสู่การตรวจสอบและจำแนกชนิดใหม่  (reidentified)

“หูผมไม่ค่อยได้ยินมาตั้งแต่เด็กการเรียนที่ผ่านมาอาศัยความขยันมาตลอดจึงเอาตัวรอดมาได้ พอเรียนมหาวิทยาลัยจึงต้องปรับตัวมาก เมื่อไม่สามารถจดเลกเชอร์ในห้องเรียนได้ก็ขอยืมตำราจากห้องสมุดมาอ่าน แต่ถ้าเป็นวิชาที่มีปฏิบัติการในห้องแล็บผมจะชอบมาก ใช้เวลาทำแล็บนอกเหนือจากเวลาเรียนตามตาราง อย่างวิชา Ecology ผมสนใจติดตามการเจริญเติบโตของหนอนไหม เข้าออกห้องแล็บทุกวันเพื่อวัดขนาดและติดตามดูกราฟการเจริญเติบโต วิชา Genetics ก็เพียรไปดูแมลงหวี่และผสมพันธุ์แมลงหวี่ให้ได้ตามที่ต้องการ วิชา Mycology พยายามเขี่ยเชื้อราเอามาทำสไลด์ให้เห็นทุกโครงสร้างที่จำเป็น เช่นเดียวกับวิชา Plant Microtechnique ผมพยายามตัดชิ้นเนื้อเยื่อของพืชมาทำสไลด์ถาวรเพื่อให้อาจารย์เอาไปใช้สอนได้ด้วย”

การเข้าสู่แผนกวิชาพฤกษศาสตร์ไม่ทำให้เขาผิดหวัง สิ่งที่ชอบมากคือการออกทริปนอกห้องเรียนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาจารย์ทวีศักดิ์ไล่เรียงความทรงจำช่วงนี้ว่า 

“มีทั้งการไปเรียนนอกจุฬาฯ ที่กรมการข้าว บางวิชามีอาจารย์จากพิพิธภัณฑ์พืชกรุงเทพเข้ามาสอนแต่ไม่พาออกทริป นิสิตต้องขวนขวาย ช่วยตัวเอง จัดทริปไปเก็บตัวอย่างพืชที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช นครราชสีมา เหตุการณ์เหล่านั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยปูพื้นฐานการเป็นนักพฤกษศาสตร์และการทำงานเป็นทีมให้พวกเรา

“พอขึ้นชั้นปีที่ ๓ ได้เรียนวิชา Ornamental Plant และวิชา Economic Plant ซึ่งต้องศึกษานอกสถานที่ สิ่งสำคัญ
ที่ผมได้รับจากสองวิชานี้ คือตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ผมยังจำชื่อพฤกษศาสตร์ของต้นไม้ที่เรียนได้ และในปีนี้ยังได้ลงทะเบียนเรียนวิชาไม้น้ำ อาจารย์พาไปลุยน้ำศึกษาไม้น้ำทุกกลุ่ม และต้องส่งรายงานศึกษา ทั้งเลือกพื้นที่เองและไปเก็บตัวอย่างเอง ฝึกการทำงานด้วยตนเองผ่านการทำงานกลุ่ม ส่วนวิชาโรคพืชมีนักวิชาการจากกรมวิชาการเกษตรเข้ามาเป็นผู้สอนร่วมกับอาจารย์ของแผนกวิชา วิชานี้เราออกทริปกันไกลถึงสถานีทดลองยาสูบแม่โจ้ เชียงใหม่เพื่อไปศึกษาโรคของใบยาสูบ รวมถึงโรคของพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ ตามรายทาง

“ขึ้นชั้นปีที่ ๔ ก็ได้เรียนวิชา Bryology กับอาจารย์อบฉันท์ ไทยทอง ซึ่งท่านเพิ่งกลับจากไปเรียนต่อต่างประเทศได้ไม่นาน วิชานี้ไปสำรวจพืชไกลถึงเกาะช้าง ตราด พวกเรานั่งเรือชาวบ้านลำน้อยจากแหลมงอบเพื่อข้ามไปเก็บตัวอย่างไบรโอไฟต์แถวน้ำตกธารมะยม”

หลังจบปริญญาตรี เพื่อนร่วมรุ่นต่างแยกย้ายกันไปทำงาน ขณะที่บางคนตัดสินใจเรียนต่อ อาจารย์ทวีศักดิ์จำได้ว่ามีเพื่อนร่วมรุ่นสามคนเลือกเรียนต่อแพทยศาสตร์และประสบความสำเร็จถ้วนหน้า ส่วนตนเองตั้งใจเรียนต่อปริญญาโททันทีโดยไม่หยุดพัก

“ตั้งเป้าว่าอยากทำงานเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่สถานีวิจัยแม่โจ้ ซึ่งต้องใช้วุฒิปริญญาโท แต่เส้นทางชีวิตของผมก็เกิดพลิกผันอีกครั้ง”

“พืชบางชนิดผมรู้อยู่แล้วว่าเป็นชนิดใหม่ แต่ไม่อยากทำเอง เพราะอยากสร้างคน อยากให้ลูกศิษย์เป็นคนเขียน ผมตรวจดูความถูกต้องแล้วก็ส่งไปตีพิมพ์ ทั้งที่จริงผมทำเองก็ได้ แต่ทำอย่างนั้น ผมก็จะรู้อยู่คนเดียว ซึ่งผมไม่ทำ นี่คือแนวทางการสร้างคน คือทำให้เขาเกิดความมั่นใจ ”

Image

พานิสิตคณะเภสัชศาสตร์ ชั้นปีที่ ๒ ไปศึกษาพรรณไม้ ณ สวนพฤกษศาสตร์พุแค สระบุรี ในวิชา Morphology and Plant Identification  ปี ๒๕๒๖ เป็นรุ่นสุดท้ายที่มาเรียนวิชานี้

จากป่าสู่ห้องเรียน

การตัดสินใจเรียนต่อระดับปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม.) ก็เพราะหวังว่า เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้ทำงานเป็นนักวิจัยหรือนักวิทยาศาสตร์ โดยใช้ความรู้ความสามารถด้านวิทยาเชื้อรา (Mycology) ที่ศึกษาเกี่ยวกับเชื้อราและเห็ด ซึ่งเขาคิดว่าตัวเองถนัด เคยได้รับแรงบันดาลใจและประสบการณ์ที่ดีจากการทำวิจัยเรื่อง “ราที่ทำให้เกิดโรคในคน” ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์และอำนวยความสะดวกในการศึกษาเชื้อราชนิดต่าง ๆ จากสถาบันโรคผิวหนัง

แต่ระหว่างเรียนโทอยู่นั้น แผนกวิชาพฤกษศาสตร์เปิดสอนวิชาสัณฐานวิทยาและการระบุชนิดพืช (Morphology and Plant Identif ication) ให้แก่นิสิตคณะเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ ๒ และเปิดรับอาจารย์ผู้สอน

อาจารย์ทวีศักดิ์เล่าถึงโอกาสสำคัญในชีวิตที่เข้ามาโดยไม่คาดหมาย

“ตอนนั้นมีอาจารย์ที่เคารพแนะนำให้ผมติดต่อขอให้ศาสตราจารย์ ดร. กสิน สุวตะพันธ์ นักพฤกษศาสตร์และนักอนุกรมวิธานพืชรุ่นบุกเบิกของไทย และมีบทบาทสำคัญต่อการวางรากฐานงานพฤกษศาสตร์ของจุฬาฯ มาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ถึงแม้ท่านจะปฏิเสธผมหลายครั้ง แต่สุดท้ายท่านก็รับ โดยตั้งเงื่อนไขว่า ผมต้องทำวิจัยหัวข้ออนุกรมวิธานของพืชกลุ่มเฟิน”

อาจารย์ทวีศักดิ์ตั้งข้อสังเกตในเวลาต่อมาถึงเหตุผลที่อาจารย์กสินพยายามตั้งเงื่อนไขดังนี้ว่า 

“คงไม่ใช่เพราะท่านสนใจเฟินมากกว่าพืชชนิดอื่น แต่เพราะตอนนั้นองค์ความรู้ด้านอนุกรมวิธานและนิเวศวิทยาของเฟินในเมืองไทยยังมีอยู่น้อย”

๑๒ กันยายน ๒๕๑๖ นิสิตปริญญาโทได้รับการบรรจุเป็นอาจารย์ตรี สังกัดแผนกวิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“ผมเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ซึ่งถือว่าหนัก ภาระงานสอนมีทั้งบรรยายและสอนปฏิบัติการในห้องแล็บ ไม่ว่าจะเป็นวิชา Morphology and Plant Identif ication หรือ General Botany นอกจากนี้ทางแผนกวิชายังเปิดโอกาสให้ผมสอนในภาคสมทบตามความสมัครใจ วันไหนสอนปฏิบัติการถึง ๓ คาบ พอหัวถึงหมอนก็นอนหลับเป็นตาย”

Image

ถ่ายภาพกับ Prof. Kunio Iwatsuki หนึ่งในผู้เขียน Flora of Thailand Vol. 3 (ค.ศ. ๑๙๗๙-๑๙๘๙) ว่าด้วยกลุ่มพืช Pteridophytes ตำราเล่มสำคัญสำหรับศึกษาค้นคว้าด้านพรรณไม้ไทย

อาจารย์ทวีศักดิ์กับ Dr. Alan Pearson อาจารย์ที่ปรึกษาสมัยเรียนปริญญาเอก ระหว่างเดินทางไปเขาใหญ่ ทั้งสองอายุห่างกันเพียง ๕ ปี จึงสนิทสนมและดูแลกันเสมือนพี่น้อง 

การสอนวิชาสัณฐานวิทยาและการระบุชนิดพืชต้องใช้เวลาเตรียมตัวมากเป็นพิเศษ กลุ่มผู้สอนต้องหารือกันเกี่ยวกับรายละเอียดของพืชแต่ละชนิดที่จะใช้สอนนิสิตเพื่อให้คำตอบตรงกัน นอกจากนี้ยังต้องใช้เวลาปรับแก้คู่มือตรวจหาชื่อวงศ์พืช เพื่อความสะดวกและถูกต้องในการจำแนกว่าเป็นพืชอะไร

ภารกิจนอกเหนือจากงานสอนของอาจารย์มหาวิทยาลัยยุคนั้นก็คงไม่ต่างจากสมัยนี้ อาจารย์ทวีศักดิ์ได้รับมอบหมายให้ดูแลทั้งเรื่องการจัดทำทะเบียนครุภัณฑ์ งานกิจการนิสิต งานเลขาแผนกวิชา บางงานหมุนเวียนกันทำตามแต่ใครจะได้รับมอบหมายจากหัวหน้า “แผนกวิชา” ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็นคำว่า “ภาควิชา”

แต่ด้วยการบริหารเวลาและทำงานตามแผนที่วางไว้ ทำให้สามารถเรียนจบปริญญาโทได้ใน ๒ ปี

“ถือว่าชดเชยเวลาที่เคยเสียให้กับการเรียนซ้ำชั้นช่วงปริญญาตรี” ใบหน้าของอาจารย์เปื้อนยิ้มอีกครั้ง

หลังสอนหนังสือให้แก่นิสิตคณะเภสัชศาสตร์ยาวนานนับสิบปี คือตั้งแต่ปี ๒๕๑๖ ถึงปี ๒๕๒๖ ทางคณะเภสัชฯ ขอรายวิชานี้กลับไปสอนเอง ระหว่างนั้นอาจารย์ทวีศักดิ์หาโอกาสรับทุนไปศึกษาต่อปริญญาเอกในต่างประเทศ แต่ก็ยังไม่เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับทุน กระทั่งจุฬาฯ มีโครงการส่งบุคลากรไปศึกษาต่อโดยจัดสรรเงินผลประโยชน์ที่ได้จากค่าเช่าในเขตพาณิชย์ของมหาวิทยาลัย จึงผ่านขั้นตอนต่าง ๆ และได้เดินทางไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเดอรัม ในมณฑล
เดอรัม (County Durham) ทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ เมืองเล็ก ๆ ที่มีแม่น้ำเวียร์ไหลผ่าน และมีทางเดินร่มรื่นทั้งสองฝั่งของแม่น้ำ

อาจารย์ทวีศักดิ์เล่าว่า “การเรียนปริญญาเอก เริ่มจากอาจารย์ที่ปรึกษาเสนอให้ศึกษาสังคมพืชในอดีตของสกอตแลนด์จากละอองเรณูที่สะสมอยู่ในตะกอนก้นทะเลสาบ เป็นงานวิจัยที่ท้าทายมาก แต่ผมคิดว่าเกินศักยภาพของตัวเองที่ต้องขับรถขึ้นเหนือไปตามทะเลสาบต่าง ๆ และเก็บตัวอย่างโดยใช้เรือ จึงขอปฏิเสธไม่รับหัวข้อนี้ ข้อเสนอที่ ๒ คือทำวิจัยโดยเน้นด้านสรีรวิทยาเชิงนิเวศของพืชกลุ่ม Primula ต้องตระเวนไปตามสถานที่ที่มีความต่างกันของระดับความสูง ตั้งแต่บนภูเขาถึงริมทะเล และเก็บตัวอย่างมาศึกษาต่อในห้องแล็บ ผมชอบงานลักษณะนี้มาก และมีความสุขกับการทำวิจัย”

ในการออกภาคสนาม นักศึกษามักเดินทางไปกับอาจารย์ที่ปรึกษา หรือถ้าอาจารย์ติดภารกิจ ก็จะมีเจ้าหน้าที่เทคนิคของภาควิชาพฤกษศาสตร์เป็นสารถี

Image

เฟินแววปีกแมลงทับสยาม (Microsorum siamense Boonkerd) 
สังเกตใบกว้าง แตกต่างจากเฟินแววปีกแมลงทับไทย (Microsorum thailandicum Boonkerd & Nooteboom) ในภาพล่างซึ่งมีใบแคบกว่า 
(ภาพ : ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. ทวีศักดิ์ บุญเกิด)

Hypodematium boonkerdii เฟินชนิดใหม่ของโลกที่ค้นพบและตีพิมพ์เผยแพร่ในปี ๒๕๕๙  พบครั้งแรกที่ถ้ำผาสวรรค์ อำเภอผาขาว จังหวัดเลย โดยขึ้นอยู่ตามซอกหินปูนในบริเวณร่มบนผนังถ้ำ  ชื่อ boonkerdii ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่อาจารย์ทวีศักดิ์ 
(ภาพ : ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. ทวีศักดิ์ บุญเกิด)

“พวกเราจะผลัดกันเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่ม ผมยังมีโอกาสทำอาหารไทยเลี้ยงที่บ้านของอาจารย์และเจ้าหน้าที่เพื่อตอบแทนความเอื้อเฟื้อ”

นับจากเริ่มเรียนปริญญาเอกจนถึงวันสอบวิทยานิพนธ์เป็นช่วงเวลาที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไม่ว่าความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ที่เข้มข้น ตลอดจนวิถีวัฒนธรรมคนท้องถิ่น

ประสบการณ์ในการศึกษาทั้งระดับปริญญาโทและตรี รวมถึงคำแนะนำจากอาจารย์รุ่นพี่ ทำให้บริหารการทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกให้จบภายในเวลาขั้นต่ำคือ ๓ ปี อาจารย์ทวีศักดิ์เอ่ยถึงอาจารย์หลายท่านที่มีส่วนชี้นำเส้นทางชีวิต

“อาจารย์ประดิษฐา อินทรโฆสิต เคยเป็นศิษย์เก่าอังกฤษ ท่านสร้างแบบจำลองสถานการณ์ให้ผมก่อนออกเดินทางจากเมืองไทย ว่าหากเผชิญเรื่องเครียดต้องรับมืออย่างไร และมอบหนังสือธรรมะไว้ให้อ่านและนำไปปรับใช้ ส่วนอาจารย์อบฉันท์ นอกจากเป็นแบบอย่างที่ดีแล้ว ท่านยังเดินทางไปเยี่ยมผมถึงอังกฤษเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ ตอนนั้นอยู่ในช่วงที่ผมเริ่ม ‘เปรี้ยวปาก’ เพราะไม่ได้พูดภาษาไทยมานานมาก สำหรับอาจารย์อาภรณ์รัตน์ รัตนทารส นอกจากคำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริงแล้ว ท่านยังกรุณามอบเงินติดตัวให้ผมไว้ใช้ท่องเที่ยวในยุโรปก่อนเดินทางกลับผมรู้สึกขอบพระคุณอาจารย์ทุก ๆ ท่านจากใจจริง”

หลังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตและกลับมาลุยงานสอนต่อที่จุฬาฯ ก็มีนิสิตทั้งระดับปริญญาโทและปริญญาเอกแวะเวียนมาให้ความสนใจงานวิจัยของเขาทั้งในด้านอนุกรมวิธานพืช (Plant Taxonomy) และสรีรวิทยาเชิงนิเวศ (Ecophysiology) 

แวดวงวิชาการช่วงปี ๒๕๓๐ เป็นต้นมา มีอุปสรรคใหญ่สำหรับคนทำงานวิจัยคือเรื่องทุนทรัพย์ อาจารย์ทวีศักดิ์ให้ความเห็นว่าตัวเองโชคดีที่ได้รับทุนทำวิจัยเรื่อง “การศึกษาความหลากหลายของพรรณไม้เฉพาะพื้นที่” อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมการลงพื้นที่สำรวจทั่วทุกภาค โดยได้รับสนับสนุนค่าเดินทางและค่าคนนำทางจากโครงการ BRT (Biodiversity Research and Training Program) เป็นเวลายาวนานกว่า ๑๐ ปี

โครงการ BRT เปรียบเสมือนลมใต้ปีกที่ช่วยผลักดันงานวิจัยด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยให้ก้าวหน้า พร้อม ๆ กับบ่มเพาะมหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิตรุ่นใหม่ให้เติบโตขึ้นในแวดวงพฤกษศาสตร์

หลายปีต่อมา อาจารย์ทวีศักดิ์ได้รับยกย่องและเป็นที่รู้จักในฐานะนักพฤกษศาสตร์ผู้มีความรู้ความสามารถและมีลูกศิษย์ลูกหามากที่สุดคนหนึ่ง ผลงานสำคัญด้านอนุกรมวิธานพืชคือการค้นพบและร่วมบรรยายพืชชนิดใหม่ของโลกหลายชนิดจากประเทศไทย เช่น
เฟินแววปีกแมลงทับสยาม (Microsorum siamense Boonkerd) เฟินใบเดี่ยวสีเขียว
อมฟ้าและมีประกายคล้ายปีกแมลงทับ โดยคำว่า siamense ในชื่อวิทยาศาสตร์หมายถึง “แห่งสยาม” สะท้อนถิ่นกำเนิดที่ค้นพบ


อีกชนิดหนึ่งคือ
 เฟินแววปีกแมลงทับไทย (Microsorum thailandicum Boonkerd & Nooteboom) เฟินใบเดี่ยวที่ใบมีสีเขียวอมฟ้าเป็นมันคล้ายโลหะ

กลุ่มอับสปอร์ (sori) บริเวณครึ่งบนของแผ่นใบ ตอนอ่อนจะมีสีเหลืองใส และเปลี่ยนเป็นสีดำเมื่อแก่จัด 
(ภาพ : ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. ทวีศักดิ์ บุญเกิด)

ส่วนหญ้า Mnesithea thailandica Traiperm & Boonkerd ยังไม่มีชื่อสามัญภาษาไทยอย่างเป็นทางการเป็นพืชถิ่นเดียวของประเทศไทย (endemic) ที่พบในบริเวณนาข้าวจังหวัดร้อยเอ็ด

การได้ออกเดินทางสำรวจพรรณไม้ไปทั่วประเทศ ไม่เพียงทำให้ได้รับประสบการณ์อันกว้างขวาง หากยังได้นำความรู้
เหล่านั้นมาถ่ายทอดผ่านผลงานวิจัยและหนังสือที่ได้รับการตีพิมพ์ 

อาจารย์ทวีศักดิ์เล่าว่าความรู้ด้านพฤกษศาสตร์เหล่านี้ได้ส่งต่อไปยังลูกศิษย์ ทั้งผู้ที่เคยร่วมออกสำรวจพรรณไม้ใน
ผืนป่าและผู้เรียนรู้ในห้องเรียน

“ตำราเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังอยู่ที่ภาควิชา เนื้อหาค่อนข้างเฉพาะทางและมีคำศัพท์เทคนิคเยอะ คนอ่านต้องเริ่มศึกษาพื้นฐานทางพฤกษศาสตร์มาตามลำดับขั้นจึงจะเข้าใจ แล้วจึงนำความรู้ไปต่อยอดในการทำงานวิจัย จำเป็นทั้งนิสิตและอาจารย์มหาวิทยาลัย”

ตลอดเส้นทางการทำงานด้านพฤกษศาสตร์ของอาจารย์ทวีศักดิ์สามารถตรวจสอบและยืนยันรายการผลงานที่ไม่ซ้ำกันได้อย่างน้อย ๔๗ รายการ และมีผลงานอีกหลายรายการที่อยู่ระหว่างตรวจสอบต้นฉบับเพิ่มเติมก่อนจัดทำเป็นรายการผลงานตีพิมพ์ทั้งหมดอย่างครบถ้วน 

หนังสือ ตำรา คู่มือ และผลงานวิชาการสำคัญ แบ่งออกเป็นหมวดต่าง ๆ เช่น

ผลงานวิจัยและบทความวิชาการ
- การศึกษาอนุกรมวิธานของ Pteridophytes ที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช นครราชสีมา ปี ๒๕๒๓

- ความสัมพันธ์ด้านมอร์โฟเมตริกระหว่างสามประชากรของถั่วแปบช้างในประเทศไทย ปี ๒๕๔๔

- เฟินสกุล Microsorum ชนิดใหม่จากประเทศไทย ปี ๒๕๔๙

หนังสือและคู่มือ 
- การเก็บและการเตรียมตัวอย่างพรรณไม้แห้ง (Collection and Preparation of Herbarium Specimens) ปี ๒๕๓๐

- เฟิร์นไทย ปี ๒๕๔๐

- Pteridophytes in Thailand ปี ๒๕๔๓ หนังสือสำคัญด้านเฟินและพืชกลุ่มใกล้เคียงเฟินของประเทศไทย

- พรรณไม้ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี ๒๕๕๙ จัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปีแห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


นอกจากนี้อาจารย์ทวีศักดิ์ยังเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ทั้งระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ทั้งในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาหลัก (f irst advisor) อาจารย์ที่ปรึกษารอง (second advisor) และอาจารย์ที่ปรึกษาร่วม (co-advisor)

การทำงานของอาจารย์ทวีศักดิ์จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการศึกษาพรรณไม้และการสร้างองค์ความรู้ทางพฤกษศาสตร์ แต่ต่อเนื่องสู่การถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์การทำงานให้แก่นิสิตและอาจารย์รุ่นแล้วรุ่นเล่า

Image

Image

ตำราพฤกษศาสตร์ภาษาอังกฤษที่อยู่คู่การเรียนรู้และการสอนของอาจารย์ทวีศักดิ์มาตั้งแต่วัยหนุ่ม
(ภาพ : ปริญญนุช กลิ่นรัตน์)

สร้างคน

“การเป็นครูสอนระดับมหาวิทยาลัยเราจะพบนิสิตรุ่นใหม่ ๆ ที่หมุนเวียนกันเข้ามาเรียน เมื่อพบปะผู้คนนอกวงการศึกษามักจะถูกถามว่าสอนชั้นไหนหลายครั้งผมมักจะตอบไปว่าสอนตั้งแต่ชั้น ป. ๔ ไปจนถึง ป. เอก ตามที่ปฏิบัติอยู่จริง ผมตั้งปณิธานว่าจะดูแลเด็ก ๆ เหล่านี้ให้ดี เหมือนที่เคยได้รับความเมตตาจากอาจารย์ของผม”

ในปี ๒๕๓๘ โรงเรียนสาธิตแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม ริเริ่ม “โครงการนักพฤกษศาสตร์น้อย” อาจารย์ทวีศักดิ์ได้เข้าร่วมเป็นวิทยากรของโครงการนี้ ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน

ระหว่างเรียนปริญญาโทและเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่จุฬาฯ เมื่อได้รับคำชวนให้ไปช่วยสอนชีววิทยาที่โรงเรียนราชินีก็ตอบรับ แม้เพิ่มภาระงานสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ และ ๕ ในวันเสาร์ แต่ก็ทำให้เขามีลูกศิษย์จากโรงเรียนนี้อยู่ถึงสี่รุ่น

“มีนักเรียนคนหนึ่งเป็นหัวหน้าชั้นต่อมาจบปริญญาตรีจากคณะบัญชี จุฬาฯ ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คนนี้ได้ตำแหน่งศาสตราจารย์แล้ว ก็ยังติดต่อส่งข่าวคราวกันอยู่” ผู้ผ่านประสบการณ์มาหลายทศวรรษเล่า

สำหรับคนคนหนึ่งที่ส่งผ่านความรู้ด้านพฤกษศาสตร์มาตลอดทั้งชีวิตอาชีพครูคือเกียรติยศที่งดงาม

Image

พานิสิตภาควิชาพฤกษศาสตร์และนิสิตคณะครุศาสตร์ เอกชีววิทยา ออกภาคสนามวิชา Plant Morphology ที่เขาใหญ่

ร่วมเป็นวิทยากร “โครงการนักพฤกษศาสตร์น้อย” ของโรงเรียนสาธิตแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม จนทำให้มีลูกศิษย์ลูกหาตั้งแต่ชั้นประถมฯ ไปจนถึงปริญญาเอก

“พืชบางชนิดผมรู้อยู่แล้วว่าเป็นชนิดใหม่ แต่ไม่อยากทำเอง เพราะอยากสร้างคน อยากให้ลูกศิษย์เป็นคนเขียน ผมตรวจดูความถูกต้องแล้วก็ส่งไปตีพิมพ์ ทั้งที่จริงผมทำเองก็ได้ แต่ทำอย่างนั้นผมก็จะรู้อยู่คนเดียว ซึ่งผมไม่ทำ นี่คือแนวทางการสร้างคน คือทำให้เขาเกิดความมั่นใจ เหมือนหมอเวลาผ่าตัด ถ้าอาจารย์ทำหมด ลูกศิษย์ก็จะทำไม่ได้ ไม่มีความมั่นใจ งานของผมเป็นลักษณะนี้ ผมเน้นที่การสร้างคน”

พฤกษศาสตร์คือศาสตร์ที่ทำความเข้าใจชีวิตของพืช ตั้งแต่โครงสร้าง การจำแนกชนิด การเจริญเติบโต ไปจนถึงความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม

“วิชาอนุกรมวิธาน (Taxonomy) หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นการท่องจำ เราไม่ปฏิเสธว่ามันต้องจำ แต่เป็นการจำจากสิ่งที่เราฝึกฝนหรือปฏิบัติ ซึ่งช่วยทำให้เราจำได้แม่น  โดยทั่วไปแล้ว เวลาเราบอกใครว่าเป็นนักพฤกษศาสตร์ เขาจะถามกลับมาว่ารู้จักต้นไม้ต้นนี้ไหม ชื่ออะไร ปลูกยังไง อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน นี่คือคำถามแรก ๆ เป็นสิ่งที่เขาคาดหวังว่านักพฤกษศาสตร์ต้องรู้จักต้นไม้”

ส่วนครูหรืออาจารย์พฤกษศาสตร์นั้นไม่ได้หมายถึงเพียงผู้สอนเรื่องพืช หากยังหมายถึงผู้ศึกษาค้นคว้า สร้างองค์ความรู้ และถ่ายทอดความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ให้แก่ผู้อื่น โดยเฉพาะนักเรียนหรือนิสิต/นักศึกษา

“คนที่มาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของคนจบปริญญาเอกคนแรกของโลกก็ไม่ได้จบปริญญาเอกมา ถูกต้องไหมแต่ต้องมีผลงานที่ทำให้คนยอมรับ เรื่องการสอนก็เหมือนกัน คือทำผลงานให้เป็นที่ยอมรับ”

อาจารย์ทวีศักดิ์กล่าวในวัย ๗๖ ปี หลังเกษียณอายุราชการจากภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาแล้วหลายปี

ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จที่แท้จริงของครู คงไม่มีอะไรมากไปกว่าการได้เห็นลูกศิษย์ก้าวเดินและเติบโตในอาชีพของตนเอง  

ขอขอบคุณ
รศ. ดร. อบฉันท์ ไทยทอง, รศ. ดร.กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐ และคุณปริญญนุช กลิ่นรัตน์ สำหรับคำแนะนำและความช่วยเหลือในการติดต่อประสานงาน

ร้าน Botanist activity space & cafe คาเฟ่ในสวนพฤกษศาสตร์ เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร