Image

เรื่อง : วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง
ภาพ : พิชญ์ เยาว์ภิรมย์
เรือจำลอง : พิพิธภัณฑ์เรือไทย
ไพบูลย์ ขาวมาลา

อยุธยาที่ฝรั่งให้สมญาว่า “เซอนาว” หรือ “ซาโนว” หมายถึงนครแห่งเรือและคูคลอง เนื่องจากเป็นบ้านเมืองที่หลากหลายด้วยลำเรือ ซึ่งบางส่วนยังคงลอยลำผ่านกาลเวลามาอยู่ในวิถีชีวิตคนท้องถิ่นทุกวันนี้

Image

เรือข้างกระดาน

Image

เรือเข็ม 

เรือต่อ* ลำเล็กทรงเพรียวยาว หัวท้ายแหลม น้ำหนักเบา พายเร็วได้ มักต่อด้วยไม้สักหรือไม้ยมหอม กลางลำเป็นช่องนั่งพายได้คนเดียวหรือสองคน

Image

เรือสำปั้น

บางคนว่าชื่อนี้เพี้ยนเสียงมาจากสามแผ่นซึ่งเป็นจำนวนกระดานที่นำมาต่อลำเรือเดิมเป็นเรือในสำเภาจีน ใช้เป็นเรือเล็กพายเข้าฝั่ง ต่อจากกระดานไม้ฉำฉาสามแผ่น รูปทรงเทอะทะ  ต่อมาช่างไทยปรับเป็นห้าแผ่น เสริมกราบ และแก้รูปให้เพรียวอ่อนช้อยขึ้น ใช้ไม้สัก หัวท้ายตัดตรง ด้านท้ายเชิดสูงกว่าหัวเรือ ปัจจุบันมีหลายขนาด  ลำใหญ่กลางลำมีประทุนพักอาศัยได้ ใช้สองคนแจว เรียก “เรือสำปั้นสวน” สำหรับค้าขายผลิตผลจากสวน  ขนาดกลางมักรับส่งโดยสาร เรียก “เรือสำปั้นรับจ้าง”  ลำเล็กใช้พายขายสินค้า  ที่เป็นลำเพรียวยาวเรียก “เรือสำปั้นเพรียว” พระใช้พายบิณฑบาต

เรืออีแปะ

คล้ายเรือสำปั้น แต่หัวและลำเรือสั้นกว่าท้องแบน เสริมกราบ 

เรือป๊าบ

เป็นเรือต่อจากไม้สัก ไม้ตะเคียน หรือไม้ยาง ท้องแบน ไม่เสริมกราบ หัวและท้ายมน รูปร่างคล้ายเรืออีแปะ ลำเรือยาว ๗-๘ ศอก โดยสารได้สามถึงสี่คนหรือบรรทุกของเล็ก ๆ น้อย ๆ

Image

เรือกระแชง

เป็นเรือต่อท้องกลมป้อม มีหลายขนาดใช้ใบเตยหรือใบจากเย็บเป็นแผงทำเป็นประทุนโค้งบังแดดฝน ใช้บรรทุกของ

เรือเอี้ยมจุ๊น

ต่อด้วยไม้เคี่ยม ไม้สัก ไม้ตะเคียน แข็งแรง รูปร่างอ้วนใหญ่ใช้สำหรับงานบรรทุกหนัก  ลักษณะคล้ายเรือกระแชงต่างที่ทวนหัวและทวนท้ายเป็นสัน ไม่แบนเรียบ และท้ายเรือเรียว มีไม้เสริมกราบ มีประทุนอยู่ท้ายเรือ

Image

เรืออีโปง

เรือขุด** พื้นบ้านสุดเรียบง่าย ขุดจากโคนไม้ตาลผ่าซีก ใช้แกลบสุมเผาไส้จนเหลือแต่เปลือกนอก แล้วใช้กระดานปิดด้านท้าย ยาด้วยชัน  ทางโคนที่โป่งป่องเป็นหัวเรือใช้บรรทุกของปลีกย่อยเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือนั่งพายบริเวณน้ำตื้น

Image

เรือพายม้า

เรือขุดจากซุงไม้สักหรือไม้ตะเคียน เสริมกราบ ลำเรือป่องกลาง ขุดแต่งหัวท้ายเรียวงอนขึ้นให้เท่ากัน สามารถกลับด้านเป็นหัวเรือได้ทั้งสองข้าง  มีเอกลักษณ์ต่างจากเรือแบบอื่น ๆ ตรงมีไม้หูกระต่ายติดขวางหัวและท้ายเรือ มีพื้นแคร่ยกสูงเกือบเสมอปากเรือยาวตลอดลำ หากลำใหญ่กลางลำมีประทุนสำหรับพักอาศัย สันนิษฐานว่าได้แบบอย่างจากพม่า และชื่อเรือคงเพี้ยนมาจากพม่าหรือพะม้า โดยทั่วไปใช้สัญจรในหมู่บ้าน บรรทุกสินค้าหรือพืชผลการเกษตร และเป็นเรือแข่งในงานบุญหรือเล่นเพลงเรือ 

Image

เรือหมู

เรือขุดขนาดเล็ก ขุดจากซุงประเภทไม้ตะเคียน ไม้มะค่า ไม้สัก เสริมกราบ ตรงกลางป่องมีแคร่วาง พื้นหัวท้ายมีแคร่เปิดปิดได้ รูปทรงคล้ายเรือพายม้า แต่หัวเรียวและลำเล็กกว่า หัวและท้ายลำถากเล็กแหลมยื่นชี้ขึ้น เป็นเรือสวยงามที่วัดความสวยด้วยสัดส่วนความลงตัวของหัวและหางเรือ เป็นเรือพายสัญจรเก่าแก่ในท้องถิ่นภาคกลางและเป็นเรือหาปลาแต่ดั้งเดิม  

Image

เรือมาด 

เรือประจำถิ่นภาคกลาง ส่วนใหญ่ขุดจากไม้ตะเคียนหรือไม้สัก ท้องกลม ลำใหญ่ และแข็งแรงกว่าเรือพายม้า หัวเรือแบนกว้างไม่งอนเท่าเรือพายม้าและไม่เรียวเล็กเหมือนเรือหมู หากติดประทุนจะเรียกเรือมาดประทุน หากติดเก๋งเรียกเรือมาดเก๋ง มักเป็นเรือประจำตำแหน่งข้าราชการผู้ใหญ่  ลำใหญ่ใช้บรรทุกข้าวเปลือก ฟืน วัสดุก่อสร้าง  ลำเล็กขนาดยาว ๓-๕ ศอก ในงานบุญกฐิน-ผ้าป่า ใช้เป็นเรือหาปลา  ที่รูปร่างเพรียวใช้เป็นเรือแข่ง ใช้ถ่อหรือพายตามทุ่งลำเรือเป็นไม้ชิ้นเดียว อายุการใช้งานทนทาน

* เรือต่อ สร้างโดยนำไม้กระดานหลาย ๆ แผ่นมาประกอบหรือต่อเข้าด้วยกันเป็นรูปทรงเรือ  ลำใหญ่จะมีกระดูกงูและกงเป็นโครงสร้างหลัก น้ำหนักเบา  เรือประเภทนี้สร้างได้ใหญ่และยาวกว่าเรือขุด

** เรือขุด สุดยอดนวัตกรรมเรือไทยอันน่าทึ่งแต่โบราณ ด้วยกรรมวิธีทำซุงท่อนเดียวเป็นลำเรือ เริ่มจากเลือกไม้เนื้อแข็งทั้งต้นที่ตรงไม่มีโพรงหรือรอยแตกร้าว ขุดเซาะร่องเว้นหัวท้าย แล้วเบิกเรือ โดยคว่ำด้านที่ขุดลงแล้วใช้แกลบสุมไฟลนให้ร้อนทั้งลำ จากนั้นใช้ไม้ปากการูปร่างคล้ายกรรไกรถ่างปากเรือค้างไว้ โดยค่อย ๆ เพิ่มความยาวของไม้ไปถึงกลางเรือ และลดความยาวของไม้ไล่ไปทางท้ายเรือ ปล่อยให้เย็นจึงนำไม้ค้ำออก ทำซ้ำหลายครั้งจนได้ความกว้างเรือตามต้องการ  ตกแต่งโดยใช้ขวานถากให้ได้ความลึก แล้วเกลาให้เรียบและได้รูป