เมตามอร์โฟซิส
จากบรรณาธิการ
จากประสบการณ์การเดินทางเข้าป่า ผมเคยพบแมลงมาแล้วหลากหลายกลุ่ม
กลุ่มเบสิกที่เราพบได้ไม่ยากคือผีเสื้อกลางวัน ซึ่งในตอนกลางคืน ใครช่างสังเกตก็อาจพบผีเสื้อกลางคืนหรือมอธด้วย พวกมันมักมาเกาะตามผ้าเต็นท์หรือฝาผนังบ้านพัก
ก้ม ๆ เงย ๆ ดูตามใบไม้และลำต้นไม้ก็อาจเจอพวกแมลงปีกแข็งเกาะอยู่ เช่น ด้วง มวน มักให้ความรู้สึกเหมือนตุ๊กตาหุ่นยนต์ แต่กลุ่มที่ถ้าเจอปุ๊บต้องรีบถอยมาตั้งหลัก คือ ผึ้ง ต่อ แตน ส่วนตอนจะหยุดเดินหรือนั่งบนพื้นในป่าตรงไหน ก็ต้องดูเสียก่อนว่ามีแถวมดเดินขบวนอยู่ไหม เพราะเราอาจจะโดนพวกมันไต่ขึ้นรุมกัดเราได้
ในหมู่ผีเสื้อ ส่วนตัวชอบผีเสื้อร่อนลมที่สุด มันกระพือปีกบางเบาลอยไปลอยมาอ้อยอิ่ง ราวกับเป็นนางฟ้าในนิยาย ผีเสื้อกลุ่มนี้พบทางภาคใต้เท่านั้น
แมลงที่มักสร้างความน่าฉงนสนเท่ห์ คือพวกมีรูปร่างพรางตัวคล้ายกับสิ่งอื่น อย่างผีเสื้อหรือมอธที่ปีกคล้ายใบไม้ หรือตั๊กแตนที่ตัวเรียวยาวคล้ายกิ่งไม้ ชนิดที่ส่วนตัวยกให้สวยทึ่งและแปลกสุด ๆ คือตั๊กแตนตำข้าวกล้วยไม้ เคยพบตัวหนึ่งในเขตป่าอนุรักษ์แห่งหนึ่งเมื่อหลายสิบปีก่อน และยังไม่มีโชคได้พบเห็นอีกเลย
เรื่องราวของแมลงยิ่งน่าทึ่งไปอีก ถ้าใครจำตอนเรียนสมัยเด็ก ๆ ได้ว่า แมลงที่เราเห็นความจริงแล้วมันไม่ได้มีหน้าตาแบบนี้มาตั้งแต่เกิด
แมลงมีพัฒนาการเป็นลำดับขั้น จากไข่ กลายเป็นตัวอ่อนหรือหนอน ค่อย ๆ ตัวใหญ่ขึ้นจนถึงเวลาเข้าดักแด้ ซึ่งเหมือนรังห่อหุ้มมันอยู่ข้างใน แล้วในที่สุดก็แปลงร่างออกจากดักแด้มาเป็นตัวเต็มวัยเพื่อทำหน้าที่สำคัญคือการผสมพันธุ์และวางไข่ ในแต่ละขั้นตอนรูปร่างของมันแตกต่างกันจนแทบจำไม่ได้เลยว่าเคยเป็นอะไรมาก่อน
ตัวอ่อนที่น่าจะนึกถึงกันได้ไม่ยาก คือตัวบุ้งหรือหนอนผีเสื้อต่าง ๆ และถ้าพูดถึงดักแด้ก็อาจนึกถึงดักแด้ของไหม (มอธชนิดหนึ่ง) ที่เราเอาใยมาทอผ้า
กระบวนการแปลงร่างเป็นขั้นเป็นตอนนี้เรียกว่าเมตามอร์โฟซิส (metamorphosis)
บางคนอุปมาอุปมัยชีวิตที่ต้องฝ่าฟันผ่านอุปสรรคกว่าจะถึงช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลง หลุดพ้น ตื่นรู้เบิกบานหรือมีอิสระเหมือนเมตามอร์โฟซิสของผีเสื้อ ซึ่งเริ่มจากหนอนหน้าตาน่าเกลียดแต่ในที่สุดกลายเป็นผีเสื้อปีกสวย
ชาวกรีกโบราณเชื่อว่าผีเสื้อเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่ และวิญญาณที่ออกจากร่างผู้เสียชีวิตจะอยู่ในรูปของผีเสื้อ
ชาวอียิปต์โบราณก็เชื่อว่าด้วงสคารับ (scarab) เป็นสัญลักษณ์ของเทพเคปรี (Kephri) เทพแห่งดวงอาทิตย์และการเกิดใหม่ เพราะสังเกตเห็นด้วงสคารับเข็นก้อนดินกลมเหมือนเทพเจ้าที่เข็นดวงอาทิตย์ออกมาในยามเช้า และยังเห็นด้วงสคารับผุดออกจากก้อนดินขึ้นมามีตัวมีตนเป็นชีวิตใหม่
เบื้องหลังมาจากพฤติกรรมของด้วงสคารับซึ่งชอบปั้นและเข็นก้อนมูลสัตว์ไปเก็บกินเป็นอาหาร และยังวางไข่ไว้ข้างในก้อนมูล หนอนจะกินมูลเป็นอาหาร เติบโตจนเข้าดักแด้เป็นตัวเต็มวัย แล้วผุดออกจากก้อนดินราวกับจู่ ๆ ก็ถือกำเนิดใหม่ขึ้นเอง
แมลงสคารับจึงเป็นรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์ของชาวอียิปต์โบราณ
และจะวางรูปแมลงสคารับไว้บนหน้าอกของมัมมี่ตามความเชื่อว่าวันหนึ่งเจ้าของวิญญาณจะกลับมาใหม่ในร่างนี้
สารคดี ฉบับนี้ชวนมาติดตามแมลงในสถานการณ์ที่พวกมันกำลังล้มหายตายจากจนอาจถึงขั้นล่มสลาย ขณะที่หลายชีวิตพยายามศึกษาและทำความรู้จักพวกมันมากขึ้น
ไม่รู้ว่าต้องรอมนุษย์เกิดใหม่ก่อนหรือแมลงเกิดใหม่ก่อน มนุษย์ถึงตระหนักว่าชีวิตนี้ต้องพึ่งพิงธรรมชาติ เช่นเดียวกับตัวหนอนที่ต้องอาศัยดักแด้และแมลงสคารับที่ต้องอาศัยมูลสัตว์
และต้องหลับฝันอีกนานแค่ไหน มนุษย์ถึงตื่นรู้ ว่าเป็นแค่ผีเสื้อที่ดำรงอยู่เพียงชั่วคราวในระบบนิเวศอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ
สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ
บรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี
suwatasa@gmail.com
ฉบับหน้า : เรือ พาหนะแห่งอารยธรรม
ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง