กระต่าย ในดวงจันทร์ :
ความหลากหลายของแมลง
แห่งเขากระโจม-เขาแหลม
แมลงไทยใกล้สูญพันธุ์
เรื่อง : ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล
ภาพ : มายเดย์ ตาอู, กวิน สิริจันทกุล
เวลาเด็กๆ เดินสำรวจป่าเขากระโจม อาจมีดวงตาแมลงนับพันๆ คู่จ้องมองอยู่ สัตว์ตัวน้อยเหล่านี้สร้างบ้านตามต้นไม้ หรือใต้ดิน บ้างหากินอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้ บางครั้งอาจบินผ่านหน้าไปโดยที่เราไม่ทันรู้ตัวเลย
“หาเจอมั้ยเด็กๆ”
เอนิ บุญทอง หรือพี่เอนิ หัวหน้าทีมกิจกรรมโครงการศึกษาธรรมชาติโดยศิลปวิธี ค่ายความหลากหลายของแมลง เอ่ยถาม
ความสูงประมาณ ๘๐๐ เมตรจากระดับทะเลปานกลาง เด็ก ๆ ยืนมองผ่านช่องว่างระหว่างเรือนยอดไม้ เบื้องหน้าเป็นผืนป่าใหญ่ที่แน่นขนัดด้วยต้นไม้สูงตระหง่าน
“ต้นไหนนะที่ดูมีแววว่าผึ้งหลวงจะเลือกทำรัง สองร้อยคะแนนจะเป็นของใครกัน กลุ่ม ๑ กลุ่ม ๒ หรือกลุ่ม ๓ !”
ร่องรอยเก่าของรังผึ้งหลวงที่พี่เอนิชี้ชวนให้มองหาอยู่บน “ต้นเลียงผึ้ง” ซึ่งมีคาคบใหญ่ เมื่อเด็ก ๆ ส่องกล้องมองก็เริ่มเห็นคราบรังเก่าสีดำตามกิ่งไม้
“หลังจากนางพญาตาย ผึ้งงานจะออกเดินทางหาที่อยู่ใหม่ ย้ายรังไปตามธรรมชาติ หรือบางครั้งอย่างต้นนี้ก็อาจมีคนปีนขึ้นมาเก็บน้ำผึ้ง”
พี่เอนิเล่าว่า ต้นเลียงผึ้งตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมท่ามกลางแหล่งอาหาร ลำต้นสูงปลอดภัยจากนักล่า และมียางที่ผึ้งหลวงใช้ช่วยรักษารังให้ปลอดเชื้อโรค
สำหรับเด็ก ๆ หลายคนนี่เป็นครั้งแรกที่เห็นต้นเลียงผึ้งและซากรังผึ้งหลวงนับร้อยรัง
ผึ้งหลวงเป็นผู้ผลิตน้ำหวานที่พวกเขาเพิ่งจะได้ลิ้มรสเมื่อเช้า หลังจากเคยฟังครูเล่าว่าน้ำผึ้งเดือนห้าของอำเภอสวนผึ้งนั้นรสชาติดี
เสร็จจากกิจกรรมตามหารังผึ้งหลวงแล้วจึงเริ่มออกสำรวจแมลงในป่า
เมื่อได้พบและสัมผัสแมลงนานาชนิดอย่างใกล้ชิด คำถามจากเจ้าตัวเล็กมีไม่ขาดสาย--ทำไมรูปร่างเป็นแบบนี้ หนวดทำหน้าที่อะไร แมลงดมกลิ่นทางไหน หรือถ้าหนู (หรือผม) กลัวตัวหนอน แต่ชอบผีเสื้อ จะทำอย่างไร จนถึงคำถามที่ต้องการคำอธิบายลึกซึ้งขึ้น ทั้งเรื่องวงจรชีวิตและบทบาทของแมลงในการผสมเกสร
จากห้องเรียนสู่โลกกว้างอันน่าตื่นตาตื่นใจ เด็ก ๆ ได้รู้ว่าสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เคยเห็นบนกระดาษนั้นมีอยู่จริงในธรรมชาติ และแมลงแต่ละตัวล้วนมีเรื่องราวการอยู่รอด ความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม และความมหัศจรรย์ซ่อนอยู่
แม้จะซ่อนตัวราวกับเป็นใบไม้ แต่ตั๊กแตนใบไม้เล็กลำพูน (Cryptophyllium westwoodii) ก็ไม่รอดพ้นจากการสังเกตเห็นของนักสำรวจตัวจิ๋ว
-ทิวา-
ยอดเขาที่มีเรื่องเล่าขาน
เขากระโจมเป็นยอดเขาสูงในอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ตั้งอยู่บนเทือกเขาตะนาวศรีตามแนวชายแดนไทย-พม่า ด้วยความสูงกว่า ๑,๐๐๐ เมตรจากระดับทะเลปานกลาง จึงมีอุณหภูมิต่ำกว่าพื้นที่ราบของราชบุรี และมีอากาศเย็นสบายช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว
การถูกปกคลุมด้วยผืนป่าต้นน้ำทำให้เขากระโจมเป็นแหล่งอาศัยของพืชพรรณและสัตว์ป่านานาชนิดโดยเฉพาะแมลงที่มีความหลากหลายยิ่ง
โปสเตอร์ “ความหลากหลายทางชีวภาพของป่าเขากระโจม” ที่ติดอยู่กลางลานกิจกรรมของมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ องค์กรอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อมซึ่งตั้งอยู่เชิงเขากระโจม ระบุว่าป่าเขากระโจมครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๒๔.๕๑๓ ตารางกิโลเมตร หรือ ๑๕,๓๒๐ ไร่ ประกอบด้วยผืนป่าสี่ประเภท ได้แก่ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และป่าดิบเขา
ความหลากหลายของระบบนิเวศดังกล่าว ประกอบกับการตั้งอยู่บริเวณรอยต่อของหลายเขตภูมิพฤกษ์ (plant geographic distribution) และเขตสัตวภูมิศาสตร์ย่อย (zoogeographical sub-region) อย่างน้อยสี่เขต ได้แก่
เขตอินโดจีน (Indochinese sub-region), เขตซุนดา (Sundaic sub-region หรือ Indo-Malayan) เขตอินโด-พม่า (Indo-Burmese sub-region) และเขตหิมาลัยตอนใต้ (Sino-Himalayan sub-region) ทำให้เขากระโจมเป็นศูนย์กลางความหลากหลายทางชีวภาพที่โดดเด่นของภาคตะวันตก
ผลการสำรวจและรวบรวมข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของโครงการอุทยานธรรมชาติวิทยา ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ และนักวิจัยทั้งไทยและต่างประเทศ พบพืชพรรณและสัตว์ชนิดใหม่ของโลกหลายชนิด รวมทั้งชนิดที่ยังไม่มีข้อมูลทางวิชาการมากนัก นอกจากนี้การสำรวจเขากระโจมยังคงดำเนินการเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ และให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธรรมชาติของเยาวชนและประชาชนทั่วไป
จากห้องเรียนสู่โลกกว้างอันน่าตื่นตาตื่นใจ เด็กๆ ได้รู้ว่าสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เคยเห็นบนกระดาษนั้น มีอยู่จริงในธรรมชาติ และแมลงแต่ละตัวล้วนมีเรื่องราวการอยู่รอด ความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม และความมหัศจรรย์ซ่อนอยู่
เด็ก ๆ ตื่นเต้นและประหลาดใจ เมื่อรู้ว่ามี “ฮีโร่ตัวน้อย” แฝงตัวอยู่ท่ามกลางใบไม้
ด้วงดินปีกแผ่นใหญ่หรือด้วงไวโอลิน (Mormolyce phyllodes) จับจองพื้นที่ใต้ขอนไม้ใหญ่ การพบประชากรด้วงชนิดนี้บนยอดเขาแหลมถือเป็นการขยายขอบเขตการกระจายพันธุ์ที่เคยมีรายงานการพบเฉพาะภาคใต้
ภาพ : กวิน สิริจันทกุล
ในฐานะพื้นที่ศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพใกล้เมืองหลวง ห่างจากกรุงเทพมหานครราว ๒-๓ ชั่วโมง เมื่อกล่าวถึงเขากระโจมมักเอ่ยถึงเขาแหลมด้วย เนื่องจากเป็นผืนป่าต่อเนื่องและมีลักษณะทางนิเวศวิทยาคล้ายคลึงกัน
เขาแหลมมีความสูงประมาณ ๑,๑๖๒ เมตร นับเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ขณะเขากระโจมตั้งอยู่ข้าง ๆ มีความสูงต่ำกว่าเล็กน้อย
ชาญชัย พินทุเสน ประธานมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ อดีตผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณาที่ผันตัวจากโลกธุรกิจมาสู่งานอนุรักษ์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเมื่อปี ๒๕๔๓ ให้รายละเอียดว่า อำเภอสวนผึ้งเป็นถิ่นอาศัยของชาวกะเหรี่ยงมาแต่โบราณ กลุ่มชาติพันธุ์ปรับตัวอยู่ร่วมกับผืนป่าอย่างกลมกลืน
“พื้นที่แถบเขากระโจมเคยเป็นแหล่งสำรวจแร่ของกรมทรัพยากรธรณี เมื่อเจ้าหน้าที่พักแรมก็ต้องตั้งกระโจม นี่เป็นเรื่องเล่านะ” ชาญชัยเท้าความถึงที่มาของชื่อ “เขากระโจม”
ไม่มีเอกสารประวัติศาสตร์หรืองานวิชาการยืนยันที่มาของนาม “เขากระโจม” มีเพียงข้อสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับลักษณะภูมิประเทศบริเวณยอดเขาหรือสถานที่พักแรมของผู้คน ซึ่งคนท้องถิ่นเรียกขานสืบต่อกันมา
ส่วนชื่อ “เขาแหลม” น่าจะมาจากรูปทรงของยอดเขาหรือสันเขา เมื่อมองจากบางมุมจะเห็นลักษณะเรียวเด่นกว่าภูเขาโดยรอบ
คน ต้นไม้ ป่าไม้ อยู่ร่วมกัน เกื้อกูลกัน อย่างยั่งยืน คือวิสัยทัศน์ของมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์
ทุกสิ่งเป็นชีวิตเดียวกัน ย่อมมีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกัน คือปรัชญาความเชื่อ
จุฑามาศ หวังอายัตวณิชย์ เลขานุการและฝ่ายประสานความร่วมมือ กล่าวถึงแนวทางทำงานของมูลนิธิว่า
“บทบาทหลักคือการอนุรักษ์ผ่านกระบวนการศึกษาธรรมชาติซึ่งเราดำเนินการมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เริ่มต้นที่ชุมชนใกล้ป่าต้นน้ำบ้านผาปก อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เราจัดกระบวนการเรียนรู้ธรรมชาติให้กับเด็ก ๆ ในชุุมชนโดยใช้หลักสำคัญคือ สนุก สัมผัสจริง จินตนาการในโครงการศึกษาธรรมชาติโดยศิลปวิธี โครงการเด็กสร้างสื่อ สื่อสร้างเด็ก ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปลูกจิตสำนึกรักธรรมชาติ”
วัสดุจากธรรมชาติทั้งดอกไม้ ใบไม้ ลูกไม้ป่า รูปทรงต่าง ๆ นานา วางเรียงรายให้เด็ก ๆ ฝึกมองและจดจำ ช่วยเปิดประสาทสัมผัสด้านการมองเห็น และฝึกให้ช่างสังเกตก่อนเข้าป่า
ที่ผ่านมามูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ทำงานโดยไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว การลองผิดลองถูกก่อให้เกิดองค์ความรู้มากมาย
“บ้านเราเป็นฮอตสปอต (hot spot) หนึ่งของความหลากหลายทางชีวภาพของโลก แต่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จึงไม่นำไปสู่การรักษา เมื่อเขาไม่รู้จักก็ไม่รู้ว่าจะต้องรักษาอะไร ฉะนั้นจะเกิดการอนุรักษ์หรือปกป้องดูแลขึ้นมาได้ก็ต้องทำให้รู้จักก่อน ซึ่งคนกลุ่มแรก ๆ ที่เราคิดว่าทำได้เลยคือเด็ก”
กิจกรรมการศึกษาระบบนิเวศและธรรมชาติมีกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือเด็ก ๆ เยาวชน รวมทั้งคนท้องถิ่น โดยเปิดโอกาสให้สัมผัสความงามและความจริงตามธรรมชาติ มองเห็นความสำคัญของการอยู่ร่วมกับสิ่งต่าง ๆ
“เมื่อเกิดความรู้จะทำให้การลงมือทำถูกต้อง นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ได้ผล ถึงตอนนี้จะยังไม่เห็นปลายทาง แต่มันพอเห็นเส้นทางที่ชัดขึ้น และค่อย ๆ ถูกปลูกฝังทั้งความรู้และความรัก ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่สนุกสนาน อีกส่วนหนึ่งที่มูลนิธิทำคือการสร้างองค์ความรู้ทางธรรมชาติผ่านการศึกษาวิจัย เราเก็บข้อมูลความหลากหลายของพืชและสัตว์โดยคนในชุมชนเองทำงานร่วมกับนักวิชาการ ค่อย ๆ สั่งสม และทำทุกขั้นตอนด้วยความสุขและมีความหวัง เหมือนเด็ก ๆ ที่มองดวงจันทร์ในวันพระจันทร์เต็มดวงแล้วเห็นกระต่าย ไม่ว่าเงยหน้ามองเมื่อใดก็จะเห็นกระต่ายตัวนั้นทุกครั้ง”
ตามหาเพื่อนตัวจิ๋ว
“เด็ก ๆ คิดว่าถ้าเจอผึ้ง จะบอกอะไรเราได้บ้าง”
พี่เอนิตั้งคำถาม หลังจากทุกคนเห็นต้นเลียงผึ้งและซากรังผึ้งหลวงแล้ว
“ร้อยคะแนนสำหรับการหาเหตุผลเมื่อเราเจอผึ้งเยอะ ๆ ในพื้นที่หนึ่งพื้นที่ใด”
“เป็นที่ที่อุดมสมบูรณ์ครับ” ตัวแทนกลุ่ม ๓ ยกมือตอบก่อนใคร
“บอกว่าตรงนี้เป็นที่ของผึ้ง” คำตอบของกลุ่มถัดไป
“มีผึ้งเพราะ...มีดอกไม้” กลุ่มสุดท้ายตะโกน
สายชล คำถนอม หรือพี่เพชร วิทยากรค่ายความหลากหลายของแมลงอีกคนเฉลยว่า “บอกว่าพื้นที่ตรงนี้อุดมสมบูรณ์ด้วยดอกไม้ มีต้นเลียงผึ้งเสมือนบ้านที่เขาอยู่อาศัยได้ แล้วก็ไม่มีสารเคมีหรืออันตรายมารบกวนเขา”
“สรุปแล้วหลัก ๆ คือ มีแหล่งอาหาร มีที่อาศัย และไม่มีสารเคมี กลุ่มที่ได้ ๑๐๐ คะแนน คือกลุ่ม ๑ กลุ่ม ๒ และกลุ่ม ๓” พี่เอนิประกาศรางวัลเรียกเสียงเฮลั่นจากทุกฝ่าย
“ค่อยๆ สั่งสม และทำทุกขั้นตอนด้วยความสุขและมีความหวัง เหมือนเด็กๆ ที่มองดวงจันทร์ในวันพระจันทร์เต็มดวงแล้วเห็นกระต่าย ไม่ว่าเงยหน้ามองเมื่อใดก็จะเห็นกระต่ายตัวนั้นทุกครั้ง”
ค่ายความหลากหลายของแมลงยึดหลักสำคัญสามประการ คือ สนุก สัมผัสจริง และจินตนาการ เด็ก ๆ เรียนรู้เรื่องอวัยวะแมลงผ่านตัวต่อไม้ ช่วยกันตกแต่งและประกอบอวัยวะให้ครบถ้วน และเรียนรู้เรื่องผึ้งผ่านกิจกรรมจำลองรังผึ้ง แต่ละกิจกรรมออกแบบให้เด็กสนุก รู้จักตั้งคำถาม และกล้าแสดงความคิดเห็น
เสร็จสิ้นกิจกรรมตามหารังผึ้งหลวง เหล่าวิทยากรและพี่เลี้ยงของมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ก็พาเด็ก ๆ เดินบนเส้นทางสำรวจแมลงในป่า
เด็กแต่ละคนถือตาข่ายจับแมลงแบบมีด้ามยาวเหมือนในการ์ตูน เมื่อเห็นแมลงเกาะตามพุ่มไม้หรือบินผ่านใกล้ ๆ ก็ตวัดตาข่ายจับอย่างกระฉับกระเฉง แล้วพลิกปลายถุงตาข่ายพับทบกลับมาที่ด้ามจับ เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็รู้จักแมลงมากมาย
ค่ายเด็กรักแมลงเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้หัวข้อ “ฮีโร่ตัวน้อย (Tiny Heroes)” ของ Brightstart Academy โรงเรียนทางเลือกย่านเมืองเอก รังสิต-ปทุมธานี ที่เน้นลงมือปฏิบัติ
ดร. สุธาวดี อรรถปิยพันธุ์ ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้งอธิบายว่า “ไม่ว่าหัวข้ออะไร เราเน้นพัฒนาสองส่วนหลัก ทั้งวิชาการและการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์และการทำความเข้าใจ หลังอยู่ในห้อง ๖-๗ สัปดาห์ เด็ก ๆ จะออกมาตกผลึกกับสถานที่จริง อย่างตอนนี้กำลังเรียน theme-based เรื่อง Tiny Heroes เด็กโตจะเน้นระบบนิเวศว่าแมลงมีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมอย่างไร ถ้าไม่มีแมลงจะเกิดอะไรขึ้นกับธรรมชาติ ส่วนเด็กเล็กก็จะได้เรียนรู้ว่าแมลงมีหลายชนิด ดำรงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง”
นอกจากจะมีขา ๖ ขา หนวด ๒ เส้น และปีกที่ต่างกัน สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ เหล่านี้ยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
“เราพอจะรู้จักมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ว่าจัดกิจกรรมอะไร ก็ลองเปรียบเทียบกับสถานที่ต่าง ๆ เช่น โป่งก้อนเส้า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนจะตัดสินใจมาที่นี่ เพราะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านแมลงด้วย”
จากเคยดูภาพถ่ายและฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับแมลงภายในห้องเรียน เด็ก ๆ ได้ออกมาเชื่อมโยงกับโลกจริงได้รู้จักและสัมผัสแมลงชนิดต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ทำความเข้าใจบทบาทของแมลงที่ช่วยรักษาสมดุลธรรมชาติ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับมนุษย์อย่างแยกไม่ออก
น้องพัฒน์ นักเรียนคนหนึ่งกล่าวถึงประโยชน์ของแมลงว่า “แมลงที่ช่วยผสมเกสรอย่างผึ้งหรือผีเสื้อ จะพาเรณูจากดอกไม้ดอกหนึ่งไปสู่อีกดอก ทำให้พืชติดผลและสร้างเมล็ด ค้างคาวบางชนิดก็ช่วยผสมเกสรให้พืชที่ออกดอกตอนกลางคืนด้วย ถ้าแมลงหรือค้างคาวเหล่านั้นลดลง พืชหลายชนิดก็อาจผสมเกสรได้น้อยลง ทำให้ผลผลิตและการสืบพันธุ์ลดลงไปด้วย แล้วสัตว์ที่กินอาหารจากต้นไม้ก็จะน้อยตาม ส่วนสัตว์ที่จะมากินสัตว์ชนิดนั้นก็ลดลงอีกเป็นทอด ๆ ระบบห่วงโซ่อาหารจะค่อย ๆ พังทลาย พืชพรรณบางชนิดอาจหายไป อาหารจะขาดแคลน ต่อไปเราอาจหาของกินยากขึ้น”
การได้สัมผัสแมลงตัวจริงในป่าคือการเรียนรู้ที่เปิดโลกทัศน์ให้เด็ก ๆ เข้าใจว่า แม้จะเป็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็กแค่ไหนก็เป็นฮีโร่ของโลกเราได้
-ราตรี-
ยอดเขาที่มีเรื่องเล่าขาน
สู่ยอดเขากระโจม
รถโฟร์วีลไต่ระดับตามเส้นทางลาดชันและขรุขระของเขากระโจม ผ่านจุดที่เคยจัดกิจกรรมค่ายแมลงเมื่อปลายปีก่อน มุ่งสู่ยอดเขา ผ่านสะพานรักดาวเรือง ก่อนเลี้ยวเข้าฐาน ตชด. ๑๓๗
การสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพเป็นหนึ่งในภารกิจของมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ โดยเฉลี่ยแล้วจะออกสำรวจพืชและแมลงเดือนละครั้ง
เมื่อถึงจุดสำรวจบนยอดเขาความสูงประมาณ ๑,๑๓๐ เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ทีมสำรวจก็ขึงผ้าขาวและติดตั้งหลอดไฟ การล่อแมลงด้วยแสง (light trapping) เป็นวิธีมาตรฐานที่นักกีฏวิทยาทั่วโลกใช้สำรวจแมลงกลางคืน
ปริญญา ภวังคะนันทน์ นักสัตววิทยาและผู้เชี่ยวชาญ ด้านสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ซึ่งมีผลงานทั้งในฐานะนักวิจัย นักเขียน และวิทยากร ถ่ายทอดเรื่องราวของเหล่าคนรักแมลงใต้แสงดาวบนยอดเขากระโจมว่า
“โดยทั่วไปทีมสำรวจจะขึ้นมาติดตั้งผ้าดักแมลงตั้งแต่พลบค่ำ แมลงแต่ละชนิดจะทยอยออกหากินและโบยบินเข้าหาแสงในช่วงเวลาต่างกัน บางชนิดออกหากินช่วงหัวค่ำ ขณะบางชนิดเริ่มพบมากหลังเที่ยงคืน หากเป็นการสำรวจทางวิชาการอาจเปิดไฟต่อเนื่องตั้งแต่พลบค่ำถึงเที่ยงคืน ข้ามวันถึงตี ๑ ตี ๒ หรือตลอดคืน”
นักวิจัยของมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ออกสำรวจ และติดตามศึกษาประชากรแมลงในป่าเขากระโจม กลุ่มเป้าหมายมีทั้งแมลงกินพืช แมลงกินสัตว์หรือกินแมลงด้วยกัน และแมลงย่อยสลาย บางชนิดที่พบเป็นแมลงชนิดใหม่หรือมีโอกาสเป็นชนิดใหม่ของโลก ซึ่งต้องศึกษาด้านอนุกรมวิธานและนิเวศวิทยาต่อไป
ปริญญาเล่าว่ามักพบแมลงหลากหลายสุดช่วง ๑ ทุ่มถึง ๔ ทุ่ม แต่การสำรวจไม่มีเวลาตายตัว ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ สภาพอากาศ และกลุ่มแมลงเป้าหมาย
“การสำรวจแมลงเบื้องต้นมักใช้เวลาอย่างน้อย ๒-๔ ชั่วโมง แต่ถ้าต้องการเก็บข้อมูลจริงจัง ไม่ว่าเขากระโจมหรือเขาแหลม อาจสลับกันเฝ้าผ้าดักแมลงตั้งแต่หัวค่ำถึงรุ่งสาง”
คืนนั้นแรม ๘ ค่ำ หลังพระอาทิตย์ตกพระจันทร์ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า ผืนป่าบนเขากระโจมจมอยู่ในความมืดมิด มีเพียงดวงดาวระยิบระยับ
นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าบนโลกของเรามีแมลงอยู่ราว ๑๐ ล้านล้านล้านตัว (๑๐๑๙ ตัว)
ขณะที่เอกภพมีดวงดาวราว ๑ ล้านล้านล้านล้านดวง (๑๐๒๔ ดวง) ซึ่งมากกว่าแมลงบนโลกหลายแสนล้านเท่า
แต่หากนับเฉพาะดาวที่มองเห็นด้วยตาเปล่าจากโลกใบนี้จะมีเพียงไม่กี่พันดวง
จำนวนแมลงบนโลกจึงมหาศาลเกินกว่าดวงดาวที่มนุษย์มองเห็นบนท้องฟ้ายามค่ำคืนเสียอีก
“ไปกันเถอะ เดี๋ยวค่อยกลับมาดู” ปริญญาพูดหลังขึงผ้าขาวจนตึงและเปิดกับดักแสง
ท่ามกลางความเงียบสงัดของรัตติกาล ทีมสำรวจเดินแหวกพงหญ้าไปตามรอยทางดินแคบ ๆ มุ่งสู่จุดตรวจ ตชด. บริเวณเนิน ๑๑๖๒ ปลายทางของค่ำคืนนี้
ตัวเลข ๑๑๖๒ บอกถึงความสูงจากระดับทะเลปานกลาง
มวนนักกล้ามเป็นแมลงชนิดแรก ๆ ที่พบเกาะบนต้นไม้ ชื่อของแมลงได้มาจากขาคู่หลังที่หนาใหญ่และพองเด่นดูราวกับนักกล้าม
ตามด้วยแมลงหลายชนิดที่ล้วนมีเรื่องเล่าขานต่างกัน
จักจั่นงวงหนาม (Zanna sp.)
อาศัยตามต้นไม้ใหญ่เพื่อดูดกินน้ำเลี้ยง มักอยู่นิ่งพรางตัวเก่ง นักกีฏวิทยายังไม่ได้สำรวจแมลงกลุ่มนี้มากเท่าผีเสื้อหรือด้วง
ตั๊กแตนปีกสามเหลี่ยม (Systella sp.)
คล้ายใบไม้ พบในป่าดิบแล้งและป่าดิบเขาที่อุดมสมบูรณ์ พบเห็นได้ยากสำหรับภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันตก
แมลงกิ่งไม้ (Paragongylopus sp.)
มีหนวดสั้นเมื่อเทียบกับแมลงกิ่งไม้ชนิดอื่น มักอาศัยตามพื้นดินหรือพุ่มไม้เตี้ย ทำให้การสำรวจพบเจอได้ยาก
“นี่เป็นตั๊กแตนหนวดสั้นสกุลใหม่ของโลกเมื่อปีที่แล้ว”
ภัทรวิชญ์ ดาวเรือง นิสิตปริญญาเอก ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และวิทยากรพิเศษด้านแมลงและธรรมชาติของมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์กล่าว ลำแสงจากไฟฉายคาดศีรษะของเขาส่องกราดไปยังตั๊กแตนสีน้ำตาลขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย
แม้จะรู้จักแมลงหลากหลาย แต่ตั๊กแตนและจิ้งหรีดซึ่งอยู่ในอันดับ Orthoptera นั้นภัทรวิชญ์สนใจเป็นพิเศษ
“ตอนเจอกันครั้งแรกเขาเกาะบนพืชตระกูลขิงข่า ด้วยสีสันไม่ดึงดูดสายตา ถึงจะเก็บตัวอย่างมาแต่ผมก็ไม่สนใจนัก เพียงแค่สงสัยว่ามีตั๊กแตนที่กินขิงข่าด้วยหรือ”
เมื่อสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านพืชของมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ ถึงรู้ว่าเป็นต้น “ข่าคม”
“ตอนเก็บข้อมูลกลางวันก็เห็นมันกินทั้งข่าคมและต้นหญ้า” หนุ่มนักศึกษาผู้หลงรักตั๊กแตนกล่าว
ถึงจะมีลักษณะใกล้เคียงตั๊กแตนสกุล Beybienkoacris ที่พบในจังหวัดเพชรบุรี แต่ภัทรวิชญ์กลับคิดว่าไม่ใช่สกุลเดียวกัน จึงเริ่มค้นคว้าจริงจัง กระทั่งได้ข้อสรุปว่าเป็นตั๊กแตนสกุลใหม่
สำรวจแมลงในป่าเขากระโจมที่ความสูงราว ๑,๑๖๒ เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ผืนป่ายามค่ำคืนวุ่นวาย พอ ๆ กับเวลากลางวัน ต่างกันเพียงแมลงกลางคืนผลัดกันออกมาหาอาหาร
ภัทรวิชญ์ ดาวเรือง วิทยากรด้านแมลงของมูลนิธิ สำรวจจิ้งหรีดเปลือกไม้ (Duolandrevus sp.) ในซอกไม้
“ผมนำตัวอย่างไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และร่วมศึกษากับ Prof. Sergey Storozhenko ผู้เคยบรรยายลักษณะตั๊กแตนสกุล Beybienkoacris เขายืนยันว่าตัวอย่างนี้เป็นตั๊กแตนหนวดสั้นสกุลใหม่ของโลก เราจึงตั้งชื่อว่า enasserimacris หมายถึง ‘ตั๊กแตนแห่งเทือกเขาตะนาวศรี’ ตามสถานที่ค้นพบ ส่วนชื่อชนิด punctata ตั้งตามลักษณะผิวตะปุมตะปาหรือเปนหลุมประขนาดเล็ก รวมกันเป็นชื่อวิทยาศาสตร์ Tenasserimacris punctata บรรยายลักษณะทางวิทยาศาสตร์จากตัวอย่างที่พบในเขากระโจม
“ต้องขอบคุณเพื่อนเจ้าหน้าที่มูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ อาจารย์ที่ปรึกษา รวมถึงอุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ที่สนับสนุนและให้โอกาสเข้ามาศึกษาค้นคว้า”
หลายปีที่ผ่านมา เขากระโจมเป็นพื้นที่ที่มีการค้นพบแมลงชนิดใหม่ของโลกอยู่เสมอ ไม่ว่าเพลี้ยกระโดดลายบ้านเชียง (Hemisphaerius binduseni) ปี ๒๕๖๓, แมลงกิ่งไม้สวนผึ้ง (Pylaemenes scrupeus) ปี ๒๕๖๔, จิ้งหรีด
ต้นไม้ท้ายใหญ่สวนผึ้ง (Ultragryllacris jiaranaisakul) ปี
๒๕๖๗ และด้วงคีมร่องอกเลื่อย (Aegus crenulatus) ปี
๒๕๖๘ เป็นต้น
“ถ้าหน้าฝน บรรยากาศจะเปลี่ยนไปอีกแบบ นั่งรถมาได้แค่บางช่วง ส่วนเขาแหลมไม่มีเส้นทางรถ ต้องเดินเท้าสำรวจตั้งแต่ช่วงตีนเขาถึงยอดเขา” ปริญญาเล่าจากประสบการณ์ลงพื้นที่สวนผึ้งมานานเกือบ ๑๐ ปี
“แมลงช่วงหน้าฝนจะต่างจากฤดูนี้มาก ทั้งหลากหลาย
และชุกชุมกว่า เพราะมีพืชอาหารบางชนิดแตกใบและเริ่มเติบโต”
ภัทรวิชญ์เสริมคำของเพื่อนรุ่นพี่ทันควัน
“มันจะเป็นเหมือนลำดับขั้น พอเข้าหน้าหนาวแมลงจะน้อยลง บางพื้นที่เปลี่ยนเป็นแมลงอีกกลุ่ม ขึ้นอยู่กับระดับความสูงและประเภทป่า ผมเคยศึกษาแมลงปอช่วงหน้าหนาวก็เจอเพียงบางชนิด จนถึงช่วงแมลงที่กินพืช ค่อย ๆ เพิ่มจำนวน แมลงผู้ล่าก็จะเพิ่มตามมา ช่วงพีกสุดน่าจะราวกรกฎาคมถึงสิงหาคม ตอนนั้นจะมีแมลงผู้ล่าตัวใหญ่ ๆ เต็มป่า”
เหาไม้ แมลงตัวเล็กแค่ ๑-๒ มิลลิเมตร อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม กินเปลือกไม้และอินทรียวัตถุเป็นอาหาร
มอธหนอนคืบวงศ์ Geometridae และผีเสื้อกลางคืนกลุ่ม tussock moth วงศ์ Erebidae บนผ้าส่องไฟที่ใช้ล่อแมลงหากินกลางคืน
ความหลากหลายของเพื่อน (ฝูง)
มูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ออกสำรวจความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ ในเขากระโจมตั้งแต่ปี ๒๕๖๑-๒๕๖๘ พบความหลากหลายดังนี้
ไม้ยืนต้น ๒๙๓ ชนิด
กล้วยไม้ ๑๔๐ ชนิด
เห็ด รา ๑๘๐ ชนิด
สัตว์เลื้อยคลาน ๑๒๐ ชนิด
สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ๕๐ ชนิด
ปลา ๒๕ ชนิด
นก ๑๓๐ ชนิด
แมลง ๗๕๔ ชนิด
ฯลฯ
กวินท์ เจียรไนสกุล อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษาแมลงของมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ ซึ่งมีประสบการณ์การเป็นวิทยากรด้านแมลงและธรรมชาติศึกษาแก่หน่วยงานต่าง ๆ และมีส่วนสำคัญในการเก็บรวบรวมตัวอย่างแมลงสำหรับพิพิธภัณฑ์ของมูลนิธิ เล่าว่า “ตลอด ๘ ปีที่ทำงานสำรวจบริเวณเขากระโจมและเขาแหลมจะเจอแมลงชนิดใหม่ ๆ ทุกปี ตัวนั้นนิวสปีชีส์ ตัวนี้นิวสปีชีส์ นี่นิวเร็กคอร์ด ทั้งที่เราสำรวจจุดเดิมเป็นประจำ แต่พอปีถัดมาก็ยังมีสิ่งใหม่ให้ค้นพบ ยิ่งสำรวจก็ยิ่งชอบ สนุกขึ้นเรื่อย ๆ”
“ตัวนั้นนิวสปีชีส์ ตัวนี้นิวสปีชีส์ นี่นิวเร็กคอร์ด ทั้งที่เราสำรวจจุดเดิมเป็นประจำ แต่พอปีถัดมาก็ยังมีสิ่งใหม่ให้ค้นพบ ยิ่งสำรวจก็ยิ่งชอบ สนุกขึ้นเรื่อย ๆ”
ระหว่างทางลงจากยอดเขาแหลม ทีมนักวิจัยและอาสาสมัครบางส่วนของมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ไม่ได้มองหาเพียงแมลง แต่ยังคอยสังเกตสิ่งมีชีวิตกลุ่มอื่นตามความเชี่ยวชาญของแต่ละคน ทั้งไม้ยืนต้น เห็ด ปลา นก และสัตว์เลื้อยคลาน
กวินท์จบปริญญาตรีภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เมื่อปี ๒๕๕๙ และมีผลงานตีพิมพ์ทางวิชาการในวารสารนานาชาติหลายฉบับ ปัจจุบันเป็น Resident Biologist ประจำโรงแรมเขาหลักเมอร์ลิน จังหวัดพังงา เขารู้จักแมลงหลากหลายชนิด โดยสนใจจักจั่นงวงเป็นพิเศษ
จักจั่นงวงเป็นแมลงที่มีปากแบบเจาะดูด ปีกมีสีสันฉูดฉาด ดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืชเป็นอาหาร โดยแต่ละชนิดจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืชต่างชนิดกัน เช่น จักจั่นงวงแดงดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นลำไย จักจั่นงวงกุดใต้ปีกแดงใหญ่ดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นก่อแป้น เป็นต้น การแพร่กระจายพันธุ์จึงขึ้นอยู่กับชนิดของพืชอาหารเป็นหลัก
ในพื้นที่เขากระโจมพบจักจั่นงวงมากถึง ๑๙ ชนิด จากทั้งหมดอย่างน้อย ๖๐ ชนิดที่พบในประเทศไทย มีฤดูกาลที่ปรากฏตัวต่างกัน ทำให้พบจักจั่นงวงได้ตลอดทั้งปีและพบแทบทุกสภาพป่า เช่น ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา
“ตรงนี้ยังไม่ได้เป็นพื้นที่อนุรักษ์และยังตกสำรวจอยู่เลยเข้าไปทำงานง่าย” กวินท์ให้ความเห็น พร้อมเหตุผลว่าทำไมป่าเขากระโจมจึงเป็นศูนย์รวมความหลากหลายทางชีวภาพ
“ที่นี่เปรียบเสมือนสี่แยกที่รวมความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ ระหว่างเขตเหนือกับเขตใต้ แมลงที่เจอทางภาคใต้ของไทยก็พบที่เขากระโจม ส่วนแมลงทางภาคเหนือก็เจอได้เช่นกัน ป่าเขากระโจมเสมือนจุดกึ่งกลางของเขตสัตวภูมิศาสตร์ย่อยหลายเขต ในทางวิวัฒนาการแล้วแมลงใช้บริเวณนี้เป็นจุดเชื่อมต่อเพื่อกระจายตัวไปจุดอื่นตามแนวเทือกเขาตะนาวศรี
“ผมคิดว่าอีกพื้นที่หนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกันคือป่าแก่งกระจาน แต่เนื่องจากอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ การเข้าไปศึกษาจะยุ่งยากกว่า ป่าเขากระโจมจึงพอใช้เป็นตัวแทนได้ในบางแง่ของการศึกษา”
ภัยคุกคามต่อแมลงบนเขากระโจมไม่ได้มีเพียงการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล หากรวมถึงแรงกดดันจากการท่องเที่ยว การเปิดเส้นทางรถขึ้นสู่ยอดเขา ความเสื่อมโทรมของถิ่นอาศัย ตลอดจนความแห้งแล้งและไฟป่า ซึ่งล้วนกระทบต่อพืชอาหาร ความชื้น และแหล่งหลบภัยของแมลง
“การมีป่าไผ่บนยอดเขาแปลว่าเคยมีไฟป่า ซึ่งน่ากลัวมาก ถ้าเราไม่รีบสำรวจอย่างจริงจัง บางทีแมลงที่เรายังไม่เคยเจออาจหายไปตลอดกาลก็ได้”
ที่บริเวณลานจอดรถด้านหน้ามูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ พี่เอนิของเด็ก ๆ เล่าว่า “พื้นที่ตรงนี้ดี ไม่ต้องขึ้นเขา บางทีพวกเราก็เจอแมลงหน้าห้องน้ำ มีทั้งตัวเป็น ๆ และซากแมลงนี่ดีนะตรงที่เขาไม่เน่าไว พวกเราจะนำมาอบในตู้และเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์”
นอกจากเขากระโจม ทางมูลนิธิยังไปสำรวจตามพื้นที่ต่าง ๆ และเก็บตัวอย่างในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตเพื่อนำมาจัดจำแนก...
ความหลากหลายของแมลง สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างเราตลอดมา
ขอขอบคุณ
มูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์
คุณสายชล คำถนอม