ท้ายครัว
เรื่องและภาพ : กฤช เหลือลมัย
ทุกวันนี้ ความรู้ทั้งการแพทย์แผนไทยและโภชนาการสมัยใหม่ทำให้เราทราบรายชื่อผักหญ้าปลาเห็ดที่ช่วยรักษาความเสื่อมทางกายด้วยการกินมันเข้าไปเป็นอาหารประจำวัน อาการผิดปรกติ เช่น ความดันโลหิตสูง-ต่ำ ไขมันในเลือดไม่สมดุล ฯลฯ นอกจากกินยาตามใบสั่งแพทย์ ยังอาจเลือกกินอาหารบางชนิดที่มีสรรพคุณเสริมการรักษาได้ด้วย โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ถ้ากินในขนาด/สัดส่วนของ “อาหาร” นะครับ
ผมคิดว่า ประเด็นนี้นับเป็นหัวใจของวลีที่ได้ยินบ่อยๆ นะครับ ก็คือ “กินอาหารเป็นยา” เพราะว่าการประกอบอาหารแต่ละอย่างนั้น รสชาติ กลิ่น สัมผัสของเนื้อวัตถุดิบที่มีสรรพคุณทางยาจะถูกควบคุมแต่แรกด้วยสูตรและวิธีปรุง...โดยความเป็นอาหาร มันไม่มีทางจะเผ็ดจัด เค็มจัด ขมจัดไปกว่าที่ด่านรับรสแรกของร่างกาย คือลิ้น จะสามารถทนรับได้ ดังนั้นเราไม่มีทางรับ “ตัวยา” เกินขนาดแน่นอน
แต่ถ้าเรากินตัวยาสกัด ผ่านเม็ดยา หรือแคปซูล มันเป็นคนละเรื่องกันแล้วนะครับ คืออาจเผลอกินเป็นกำๆ ได้ง่ายๆ
อย่างเช่นอาการน้ำตาลในเลือดสูง หรือเบาหวานนั้น มีพืชผักหลายอย่างที่ควรกินประจำเพื่อบรรเทาอาการ อย่างมะเขือพวง มะระขี้นก ผักเซียงดา กระทั่งผักพื้นๆ อย่างยอดตำลึง ซึ่งมีระบุในตำรายาสมุนไพรของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี...วิธีที่น่าจะกินง่ายๆ คือโรยเกลือ แล้วห่อใบตองปิ้งจนสุก
วิธีนี้ผมคิดว่าน่าสนใจ คือสามารถพลิกแพลงทำเพิ่มเติมต่อพอให้เป็นกับข้าวอร่อยๆ ได้อีกมาก เช่น ใช้เค้าโครงของห่อหมกกะทิ แต่เอาใบตำลึงรองเนื้อห่อหมกแทนใบยอ ใบแสงจันทร์ หรือใบโหระพา
หรือเอาที่ใกล้เคียงสูตรยามากหน่อย คือผมลองทำ “หมกไข่ใบตำลึง” โดยผสานเข้ากับวิธีทำหมกพื้นบ้านแบบง่ายๆ ที่มีไข่ดิบเป็นหลัก อาจเพิ่มเห็ดที่ชอบกินเข้าไปตามชอบเลยครับ
เริ่มจากไปเก็บใบอ่อนและยอดตำลึงมาเด็ดล้างให้หมดฝุ่น
ฉีกเห็ดเป็นชิ้นใหญ่หน่อย แล้วเอาขยำกับไข่ไก่หรือไข่เป็ด ปรุงรสเค็มเผ็ดอ่อนๆ ด้วยเกลือและพริกกระเทียมสดตำหยาบๆ
ห่อใบตอง ปิ้งไฟเตาถ่าน หรือนาบกระทะร้อนๆ จนสุกหอม
รสอร่อยของเห็ดสดๆ จะเข้ากันดีกับความมันของไข่และรสหวานของตำลึง จะกินเป็นกับข้าว หรือกินเปล่าๆ ไปเลยก็ได้ครับ
ลองหาตำรายาไทยเก่าๆ มาเปิดดู บางทีจะเห็นช่องทางการปรุงต่อเติมเพิ่มเป็นอาหารแบบทำนองนี้ ก็อย่ารอช้าครับ
ไม่แน่ว่าถ้าถูกโรคกัน อาการป่วยของเราหรือญาติเพื่อนฝูงเรา ก็อาจทุเลาลงในที่สุด เรียกว่า “...ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯ”