วันเข้าพรรษาของปีนี้ ตรงกับวันที่ ๓๐ กรกฎาคม
ตามรอยนิราศพระบาท
วาดเมือง
เรื่องและภาพ : นันทวัน วาตะ
วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยา เมื่อปี ๒๑๖๗ ปัจจุบันปี ๒๕๖๙ นับได้ ๔๐๒ ปี
มณฑปน้อยสวมรอยพระบาทนั้น
ล้วนสุวรรณแจ่มแจ้งแสงอร่าม
เพดานดาดลาดล้วนกระจกงาม
พระเพลิงพลามพร่างพร่างสว่างพราย
นิราศพระบาท ของสุนทรภู่
ด้านตะวันตกมีบันไดนาคห้าเศียรหล่อด้วยโลหะ
สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๕
ตั้งแต่อดีตพระมหากษัตริย์และเจ้านายมักเดินทางมาสักการบูชา รวมทั้งพุทธศาสนิกชนที่มาแสวงบุญที่วัดพระพุทธบาทนี้ ถ้าได้อ่าน นิราศพระบาท ของสุนทรภู่ก็จะพบว่า เทือกเขาหินปูนแห่งนี้นอกจากเป็นที่ตั้งศาสนสถานที่สำคัญแล้วยังมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
ผ่านมาหลายร้อยปี แม้จะนึกภาพตามนิราศไม่ออก แต่พื้นที่แถบนี้ก็ยังมีโอกาสพบสัตว์ป่าหายากและพืชพันธุ์เฉพาะถิ่น
ภาพคนนั่งช้างนี้ก็วาดตามจินตนาการ จากที่ได้อ่าน นิราศพระบาท ซึ่งเล่าว่า การเดินทางจากบางกอกไปสักการะรอยพระพุทธบาทที่สระบุรีนั้น
เริ่มจากลงเรือขึ้นไปตามแม่นํ้าเจ้าพระยาไปขึ้นฝั่งที่ พระนครศรีอยุธยา จากนั้นนั่งช้างบุกป่าไปถึงตีนเขาสุวรรณบรรพต ก่อนจะเดินเท้าต่อไปยังวัดพระพุทธบาท
ดอกเข้าพรรษา
หรือดอกหงส์เหิน
ดอกเข้าพรรษาหรือหงส์เหินเป็นพืชตระกูลขิง ข่า ออกดอกในช่วงฤดูฝนพบได้บริเวณเทือกเขาหินปูน
สระบุรีเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเทือกเขาหินปูนจึงพบดอกไม้ชนิดนี้ได้มาก และช่วงเข้าพรรษาจะมีประเพณีตักบาตรดอกไม้ คนจึงนิยมนำไปสักการะรอยพระพุทธบาท