Image

Image

INDEPENDENT
BOOKSTORES
ทั่วไทย

ณ ปี ๒๕๖๙ ถ้าไม่นับร้านหนังสือเชนสโตร์ขนาดใหญ่ Read Me Book น่าจะเป็นร้านหนังสืออิสระร้านเดียวที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ในตัวอำเภอเมืองกำแพงเพชร

Read Me Book ตั้งอยู่ริมถนนเทศา ๑ ติดสนามบาสเกตบอลของเทศบาลเมือง มีขนาดหนึ่งคูหา หน้าร้านขายน้ำดื่มสารพัดชนิด สำหรับคนที่มาจากกรุงเทพฯ ภาพแปลกตาคือมีน้ำมันเบนซินบรรจุขวดขายด้วย

ศิริพร วิบูลสุนทรางกูล เจ้าของร้าน เล่าให้ฟังว่า เธอตัดสินใจเปิดร้านนี้ในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๑ โดยใช้ประสบการณ์ทั้งหมดจากตำแหน่งแคชเชียร์ของร้านมาสเตอร์บุ๊คเซนเตอร์ ที่ปิดตัวลงก่อนหน้านั้น ๒ เดือน

“มันกะทันหันมาก เราทำงานที่นั่นตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ นอกจากแคชเชียร์ยังทำหน้าที่สั่งหนังสือเข้ามาขายในร้านด้วยเลยรู้หมดว่ากลุ่มลูกค้าคือใคร  สมัยนั้นมาสเตอร์บุ๊คฯ อยู่ในห้องแถวขนาดสองคูหา ชั้นล่างขายหนังสือ ชั้นลอยขายการ์ตูน เครื่องเขียน หนังสือเรียน  พอปิดเขาต้องส่งหนังสือคืนสำนักพิมพ์เป็นร้อยกล่อง”

หลังลองหางานใหม่อยู่พักหนึ่งเธอก็คิดถึงร้านหนังสือและอยากลองดำเนินกิจการด้วยตัวเองแม้ว่าจะถูกที่บ้านคัดค้าน “มีแต่คนเขาเลิกทำร้านหนังสือ แต่เราคิดว่าจะลองสักตั้ง”

เธอค้นหาสถานที่จนพบห้องแถวหนึ่งคูหาว่างให้เช่าอยู่อีกฟากถนนเยื้องกับร้านมาสเตอร์บุ๊คฯ ที่ปิดไป  Read Me Book เริ่มต้นจากการประหยัดต้นทุนเท่าที่ทำได้ “ทำทุกอย่างเองตั้งแต่สั่งหนังสือ เรียงขึ้นชั้น ทำบัญชี เพราะจะจ้างพนักงานคงไม่ไหว เราเปิดร้านใหม่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๑”

ศิริพรตั้งชื่อร้านว่า Read Me Book โดยได้ไอเดียจากเพื่อน “แล้วเราก็ชอบด้วย แปลไทยได้ว่า ‘อ่านฉัน’ บางคนนึกไปถึงโปรแกรม ReadMe สมัยคอมพิวเตอร์ยังใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์รุ่นเก่า คนชอบเรียกร้านเราสั้น ๆ ว่า ‘ร้านรี้ด’  ตอนไปจดทะเบียนการค้าเจ้าหน้าที่เขาเขียนว่า ‘รีดมีบุ๊ค’ เราก็ไม่ได้เปลี่ยน เพราะไม่อยากทำป้ายเยอะ”

“ถ้าคนอ่านช่วยอุดหนุนร้าน Read Me Book ก็จะเดินหน้าต่อไปได้”

บริเวณหน้าร้าน มีสินค้าที่มากกว่าหนังสือ

เจ้าของร้าน Read Me Book เลือกแนวหนังสือคล้ายกับสมัยร้านมาสเตอร์บุ๊คฯ คือ นิยาย วรรณกรรม งานฝีมือ หนังสือเสริมการเรียน ช่วงแรกศิริพรใช้ความคุ้นเคยและเชื่อใจจากสำนักพิมพ์ที่เคยติดต่อค้าขายจากร้านเดิมเพื่อสั่งหนังสือมาวางในร้านนี้ ทำให้หลายแห่งไม่เรียกเงินวางประกันหรือไม่ต้องซื้อขาด  อย่างไรก็ตามช่วงแรกก็ยังได้หนังสือมาจำนวนจำกัด อีกส่วนหนึ่งจึงเลือกนิตยสารรายเดือนมาขายให้ลูกค้าประจำที่สั่งล่วงหน้าเท่านั้น

ศิริพรเล่าว่าระยะตั้งต้นนั้นกิจการไม่ดีนัก “ค่อนข้างเงียบ กลุ่มลูกค้าหลักคือเด็กนักเรียน แพทย์ ครู สักพักถึงทำกำไรได้เท่าเงินเดือนสมัยยังทำงานอยู่ร้านมาสเตอร์บุ๊คฯ มันน้อย แต่ก็พอเลี้ยงตัวเองได้ เราพยายามอาศัยรายได้อื่น อย่างการสั่งหนังสือให้โรงเรียนและหน่วยงานราชการ เช่น กรมราชทัณฑ์ ห้องสมุดชุมชน โครงการ ‘คนละครึ่ง’ ก็ช่วยได้มาก ทำให้คนกล้าสั่งนิยายเป็นชุด  จริง ๆ ย้อนกลับไปช่วงโควิด-๑๙ ปี ๒๕๖๓ ก็ขายได้พอควรเพราะคนอยู่บ้าน ไม่มีอะไรทำเลยสั่งหนังสือไปอ่าน”

แนวหนังสือที่ขายดีของร้านคือ นิยาย การ์ตูน และคู่มือด้านต่าง ๆ ตามลำดับ

ศิริพรยังพยายามสร้างระบบสมาชิกตลอดชีพด้วยค่าสมัครคนละ ๒๐๐ บาท โดยจะได้ส่วนลด ๕ เปอร์เซ็นต์จากราคาหนังสือและห่อปกฟรี

นอกจากนี้เธอนำสินค้าที่มั่นใจว่าจะเสริมรายได้มาขาย คือน้ำมันเบนซินบรรจุขวด น้ำขวด น้ำอัดลม ด้วยเหตุที่ร้านอยู่ติดสนามบาสเกตบอลของเทศบาลเมือง คนมาเล่นกีฬามักขี่จักรยานยนต์มาแล้วซื้อน้ำมันเบนซินจากทางร้านมากกว่าจะไปเติมตามปั๊มน้ำมันที่อยู่ไกลออกไป หลายคนซื้อน้ำดื่ม (ราคาย่อมเยา) ทั้งก่อนและหลังเล่นกีฬาด้วย

ผ่านไปกว่า ๗ ปีจนย่างเข้าสู่ปีที่ ๘ นับจากเปิดร้านปัจจุบัน Read Me Book เป็นร้านหนังสืออิสระเพียงร้านเดียวที่ยังยืนหยัดอยู่ในอำเภอเมืองกำแพงเพชร

ศิริพรทิ้งท้ายกับเราโดยฝากถึงนักอ่านว่า “ถ้าคนอ่านช่วยอุดหนุน ร้าน Read Me Book ก็จะยังเดินหน้าต่อไปได้”