“หลังเรดาร์” ที่เมืองย่าโม
Pic (พลิก) Story
อ่านภาพ : สุเจน กรรพฤทธิ์
ภาพ : U.S. Air Force, National Archives and Records Administration II
ครึ่งแรกของศตวรรษที่ ๒๑ ทั่วโลกเต็มไปด้วยสงคราม และสงครามใกล้เรากว่าที่คิด
ปลายปี ค.ศ. ๒๐๒๕ คนไทยหลายคนในเจเนอเรชันนี้ได้เห็นปฏิบัติการของกองทัพอากาศไทยอย่างเต็มรูปแบบกับเป้าหมายในประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาเป็นครั้งแรก อันเป็นผลจากการกระทบกระทั่งตามแนวชายแดนที่ดำเนินมานานนับทศวรรษ
จากการประมวลข่าว เครื่องบินขับไล่ที่ไทยใช้ปฏิบัติการมีหลายแบบ แต่หลัก ๆ มีสองแบบ เรียกตามชื่อทางราชการคือ เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๒๐ (F-16 ADF/MLU) และแบบที่ ๒๑ (Gripen C/D) โดย F-16 ทำหน้าที่ทิ้งระเบิดภาคพื้นดินจนถึงช่วงหลังปีใหม่ ค.ศ. ๒๐๒๖
สนามบินหลักที่ F-16 ใช้มีสองแห่งคือ กองบิน ๑ (นครราชสีมา) และกองบิน ๔ (ตาคลี นครสวรรค์)
นึกถึงฐานบินกองบิน ๑ ผมนึกถึงภาพเก่าภาพหนึ่งที่ได้มาจากสหรัฐอเมริกา
ในภาพถ่ายนี้ปรากฏรูปชายคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อดูจากลักษณะน่าจะเป็นชาวอเมริกัน กำลังจ้องจอเรดาร์ทรงกลมเรืองแสง คำบรรยายภาพเขียนว่า “สถานที่ : สนามบินนครราชสีมา ประเทศไทย, เวลา : ๕ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๗๒, อะไร : ผู้ควบคุมเรดาร์กำลังตรวจสอบการแสดงผลหลังเครื่องบินแจ้งเตือนและตรวจการณ์แบบ EC-121 ควบคุมการเข้าโจมตีทางอากาศ, ทำไม : บันทึกภารกิจ College Eye Mission (Airborne Command Post) ไปยังฐานทัพอากาศอุดรธานี”
ภาพนี้ทำให้ผมทราบว่า ก่อน F-16 ของกองทัพอากาศไทยจะเข้าประจำการที่ฐานทัพอากาศโคราชช่วงปลายทศวรรษ ๑๙๘๐ ย้อนกลับไปในยุคสงครามเย็น ที่นี่เคยเป็นฐานทัพของเครื่องบินแจ้งเตือนและตรวจการณ์แบบ EC-121 ที่สหรัฐฯ ย้ายจากเวียดนามใต้เข้ามาประจำการในเมืองไทย เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการก่อวินาศกรรม และในฐานทัพก็คงมีห้องควบคุมปฏิบัติการทางอากาศอันทันสมัย
โดยตัว EC-121 ทำหน้าที่ในสนามรบเป็น “หอบังคับการณ์ลอยฟ้า” บินอยู่ในระดับสูง คอยนำทางเครื่องบินรบแบบต่าง ๆ ระหว่างการทำหน้าที่โจมตีหรือทิ้งระเบิด
สนามบินอีกแห่งหนึ่งที่มีเครื่องบินรุ่นนี้ประจำการอยู่คือฐานทัพอากาศอุดรธานี โดยกองทัพอากาศอเมริกันให้ชื่อฝูงบิน EC-121 ที่ทำหน้าที่ในไทยว่า College Eye Task Force
เมื่ออเมริกันถอนตัวจากเวียดนามใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใน ค.ศ. ๑๙๗๕ เครื่องบินรุ่นนี้ก็ถูกถอนกลับไปด้วย แต่สิ่งที่ทิ้งไว้ให้ไทยดูต่างหน้าเป็น “มรดกเจ้าคุณพ่อ” คือ
โครงสร้างพื้นฐานของฐานทัพอากาศนครราชสีมาและอุดรธานี ที่ต่อมากลายเป็น “บ้านหลังแรก” ของ F-16 ที่ไทยจัดซื้อจากอเมริกาใน ค.ศ. ๑๙๘๘ ตามโครงการ “นเรศวรสันติ ๑” (Peace Naresuan I) นั่นเอง
ใครจะคิดว่า ๓๗ ปีต่อมา ฐานทัพอากาศโคราชต้องทำหน้าที่ที่ไม่ “สันติ” ใน “ยุทธการศตวรรษ” ส่ง F-16 ไทยออกรบพร้อมทัพบกและทัพเรือตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วงรอยต่อ ค.ศ. ๒๐๒๕-๒๐๒๖
กรณีนี้ยังคงต้องรอเวลา ตีความและประเมินค่า จากนักประวัติศาสตร์ในอนาคต