“ปิ่นโตเคลือบเหลือง” หนึ่งในผลิตภัณฑ์ ภาพจำของตรากระต่าย เป็นภาชนะที่ทำจากเหล็กเคลือบสีอีนาเมลให้คุณสมบัติสีสันสดใสและพื้นผิวมันเงา
"ปิ่นโต" ยุค 50s
กับก้าวกระโดดของ
“(ตรา) กระต่าย” วัย ๗๐
เมด อิน ไทยแลนด์
เรื่อง : สุชาดา ลิมป์
ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง
“ปิ่นโตตรากระต่าย” เพิ่งฉลองวัย ๗๐ เมื่อปี ๒๕๖๘
ไม่เพียงเป็นสินค้าอุปโภคคู่ครัวไทยตั้งแต่ปี ๒๔๙๘ ยังเป็นสิ่งสามัญประจำบ้านเรือน วัดวา โรงเรียน โรงอาหาร โรงทาน ฯลฯ ที่คนรุ่นคุณปู่ซู่ซ่าวัยอันธพาลครองเมือง คุณย่ายุคปริศนาเวอร์ชัน อมรา อัศวนนท์ ต่างคุ้นเคยและส่งต่อวิถีใส่อาหารพกพามารุ่นต่อรุ่น
พิริยะ สันติพันธ์พิทักษ์ กระต่ายรุ่น ๓ อุ่นเรื่องเล่าในปิ่นโตทีละชั้น ชวนลิ้มรสประสบการณ์ยุคก่อตั้งธุรกิจของคุณปู่ที่เลือกสร้างงานด้วยการคิดต่าง วิธีก้าวกระโดดสู่เส้นทางนานาชาติยุคคุณพ่อ และไม่ยอมให้ตรากระต่ายเป็นสินค้าดักแก่ในสายตาคนยุคตน
จนเป็นปิ่นโตเคลือบยุค 50s ที่บรรจุเรื่องราวอย่างเข้มข้น
ปิ่นโตชั้นล่าง : กระต่ายหมายจันทร์
เครื่องเคลือบกำเนิดจากสมัยกรีกและอียิปต์โบราณ เข้าสู่จีนประมาณ ๑๔๐๐-๑๓๐๐ ปีก่อนคริสต์ศักราช
เทคนิคเคลือบอีนาเมลมักใช้กับเครื่องประดับ งานศิลปะตกแต่ง ของใช้โลหะ เช่น ภาชนะสำหรับทำอาหาร อ่างล้างจาน อ่างอาบน้ำ ตู้เย็น ป้ายถนน ป้ายโลหะ ผนังกำแพงสิ่งปลูกสร้าง ฯลฯ
แล้วในปี ๒๔๙๘ โสภณ สันติพันธ์พิทักษ์-อดีตลูกจ้างบริษัทจำหน่ายสินค้าซึ่งสนใจเครื่องใช้ในครัวเรือนก็ก่อตั้งบริษัทโรงงานอุตสาหกรรมภาชนะเคลือบ จำกัด (SIAM ENAMEL) ผลิตและจำหน่ายช้อน แก้ว จาน ชาม หม้ออวย หูหิ้วสีน้ำเงิน กะละมังสีขาว ถาดลายดอกไม้ รวมถึงปิ่นโตสีเหลือง เคลือบอีนาเมลภายใต้เครื่องหมายการค้า “ตรากระต่าย”
“คุณปู่ไม่เคยเล่าว่าทำไมตอนตั้งยี่ห้อถึงเลือกกระต่าย ลูกหลานจึงเดาว่าอาจมาจากปีเกิดของคุณย่า สมัยก่อนไม่มีใครสนใจเรื่องคิดแบรนด์หรอก อะไรก็ได้ที่เรียกง่ายติดปาก กิจการคนสมัยก่อนเลยนิยมใช้รูปสัตว์ อย่างนกพิราบ เพนกวิน ม้า เสือ จระเข้”
แค่รู้กันในหมู่ผู้ผลิต-ยี่ปั๊วว่าตรากระต่ายขายอะไรต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไรก็พอ
“สมัยนั้นเครื่องครัวไม่ได้มีตัวเลือกมาก คุณปู่จึงเลือกทำภาชนะเคลือบอีนาเมลที่มีรูปทรงและสีสันสวยโดยมีเหล็กเป็นโครงสร้าง จึงทนไฟใช้งานกับเตาดี แถมทนทาน ต่อให้ผิวนอกกะเทาะก็ยังใช้งานต่อได้”
พิริยะย้อนก้าวบุกเบิกของกระต่าย เป็นยุคที่งานหลายส่วนเจ้าของต้องนั่งทำเอง
“อย่างสีสันบนผลิตภัณฑ์คุณปู่กับคุณพ่อจะช่วยกันหาแหล่งวัตถุดิบและค้นคว้าสูตรสีเพื่อให้เข้ากับรสนิยมของลูกค้าคนไทยถึงขนาดเปิดโรงงานทำสีด้วย เรื่องรสนิยมของสีผมว่าคนไทยแต่ละภาคมีความชอบต่างกัน ทั่วไปจะชอบใช้ภาชนะใส่อาหารสีขาวขอบน้ำเงินเพราะดูสะอาดตา แต่สำหรับภาคเหนือและอีสานจะชอบลวดลายสดใสในการจัดจานหรือสำรับอาหาร ถ้าภาคใต้จะนิยมสีเหลืองขอบเขียวเพื่อใส่แกงต่าง ๆ ซึ่งกลมกลืนกับสีแกง”
เมื่อผลิตภัณฑ์ออกสู่ท้องตลาดจึงสร้างรายได้โดยไม่ต้องประชาสัมพันธ์
ในบรรดาสินค้าขายดีและผู้คนจดจำหนึ่งในนั้นต้องมีปิ่นโตตรากระต่าย
แม้ตรากระต่ายไม่ได้มองว่าโลโก้เป็นสิ่งเพิ่มมูลค่าให้สินค้า กลับเพิ่มต้นทุน แถมเป็นภาระด้วย เพราะก่อนจะนำไปใช้งานก็ต้องลอกออก แต่ยี่ปั๊วรู้สึกว่าการมียี่ห้อช่วยให้ขายได้มากขึ้น ที่สุดแล้วเมื่อตรองถึงประโยชน์ของโลโก้ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งภาพจำและสื่อถึงคุณภาพสินค้า ยี่ห้อที่ติดตาจะยืนหยัดในตลาดได้มั่นคง ส่งผลให้แบรนด์เติบโตในระยะยาว ตรากระต่ายก็ต้องโอนอ่อนปรากฏรูปธรรม
“สมัยนั้นเครื่องครัวไม่ได้มีตัวเลือกมาก คุณปู่จึงเลือกทำภาชนะเคลือบอีนาเมลที่มีรูปทรงและสีสันสวยโดยมีเหล็กเป็นโครงสร้าง จึงทนไฟใช้งานกับเตาดี แถมทนทาน ต่อให้ผิวนอกกะเทาะก็ยังใช้งานต่อได้”
โชว์รูมขนาดเล็กภายในบริษัท จัดเก็บผลงานผลิตภัณฑ์เคลือบหลากหลายรูปแบบสะท้อนพัฒนาการที่เป็นดั่ง คำขวัญของตรากระต่าย “ดีไซน์ที่ไร้กาลเวลา การใช้งานที่ทันสมัย”
กระต่ายสีขาวบนดวงจันทร์สีเหลืองนวลล้อมด้วยพื้นที่สีน้ำเงินเข้ม (midnight blue)
ราวสิ่งที่ดวงตามองเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนเมื่อได้รับแสงส่องสว่างจากจันทร์เต็มดวง
คือโลโก้น่ารักพรินต์สีเรียบง่ายลงกระดาษบาง แตะแป้งเปียกนิดเดียวให้ล้างออกง่าย ติดลงผลิตภัณฑ์แบบไม่ให้ความสำคัญเรื่องทนอยู่ ไม่ก่ออันตรายแก่ผู้บริโภค แต่สร้างภาพจำให้สินค้าได้ก็พอ
ถ้าเปรียบธุรกิจตระกูลสันติพันธ์พิทักษ์เป็นปิ่นโตหนึ่งเถาที่ยังไม่รู้จะสิ้นสุดชั้นไหน นอกจากโครงแข็งแรงทำหน้าที่ร้อยหูสองข้างของปิ่นโตรวมเป็นเถาเดียว ความสำคัญในยุคก่อตั้งของปู่โสภณคงดั่งปิ่นโตชั้นล่างที่มีขอบสูงขนาดใหญ่กว่าทุกชั้นเพื่อรองรับของร้อนอย่างข้าวสุกและต้องการพื้นที่บรรจุดีกว่าชั้นอื่น ถ้าชั้นล่างแข็งแรงย่อมเป็นรากฐานให้โครงสร้างลูกหลาน-ชั้นที่สูงขึ้นไปมีอนาคต-มั่นคง
“สำหรับผมคุณปู่เป็นคนกล้าได้กล้าเสีย สร้างธุรกิจจากที่ทำไม่เป็นและไม่มีอะไรเลย แต่เชื่อมั่นว่าเครื่องใช้ในครัวเรือนเคลือบอีนาเมลอย่างไรก็ขายได้ จึงตั้งหน้าตั้งตาทำเรื่อยมา”
เพราะกระต่ายรุ่น ๑ ไม่ได้มองว่าดวงจันทร์คือความสำเร็จที่ไกลเกินเอื้อม
ผลิตภัณฑ์ทั่วไปของตรากระต่ายจะไม่ปรากฏโลโก้ฝังลงภาชนะ ยกเว้นสินค้ากลุ่มคอลเลกชันพิเศษหรือโปรเจกต์คอลแลบกับศิลปิน เพื่อเพิ่มคุณค่าทางใจในการสะสม
ปิ่นโตชั้นกลาง : หนวดเต่าเขากระต่าย
แรกเริ่มบริษัทตั้งอยู่แถวถนนทรงวาด ส่วนโรงงานอยู่ท่าพระ
กระทั่งปี ๒๕๒๖ ย้ายสำนักงาน-โรงงานมาย่านหนองแขมเตรียมขยายกำลังการผลิตเพื่อพัฒนามาตรฐานต่าง ๆ และออกแบบผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายขึ้น สถานที่เดิมจึงใช้เป็นโกดังเก็บสินค้าแทน แล้วปี ๒๕๔๐ สนิท สันติพันธ์พิทักษ์ กระต่ายรุ่น ๒ ก็เริ่มมีนโยบายส่งสินค้าออกต่างประเทศ
“คุณพ่อเป็นคนลุยกระจุยกระจาย ดูแลและควบคุมกระบวนการต่าง ๆ เองรวมถึงเดินทางสำรวจตลาดต่างประเทศเสมอ ยุคคุณพ่อมีการนำเสนอสินค้ารูปแบบใหม่ ๆ
เช่น หม้อชุด ทั้งแบบชุดเจ็ดใบ ชุดเก้าใบ เสนอขายลูกค้ากลุ่มห้างสรรพสินค้า ผลิตสินค้าขอบสเตนเลสที่เหมาะกับตลาดตะวันตก ทำให้ตรากระต่ายขยายฐานไปต่างประเทศทั้งโซนเอเชียและยุโรป ขณะเดียวกันประเทศเพื่อนบ้านก็เป็นลูกค้าหลักเพราะมีวัฒนธรรมการกินการใช้ภาชนะแบบเดียวกัน อย่างลาวและพม่าก็อุดหนุนจาน ชาม ช้อน ปิ่นโต หรือมาเลเซียจะเป็นพวกหม้อแกง จาน ชาม และกะละมังสีเหลือง สินค้าเราใช้วัสดุที่ดีและราคาไม่แพงจึงใช้สอยแพร่หลายตามบ้านเรือนเหมือนคนไทย หากเป็นสินค้าส่งออกไปไกลหน่อยอย่างญี่ปุ่น ไต้หวัน จนฝั่งยุโรปอย่างอเมริกา เยอรมนี การทำงานจะเป็นลักษณะ OEM (original equipment manufacturer) พาร์ตเนอร์โดยลูกค้ามีลวดลายและยี่ห้อของตนเองอยู่ เราทำหน้าที่ผลิตพร้อมจัดหาบรรจุภัณฑ์ให้ ประทับตรา Made in Thailand ก่อนแพ็กส่งไปกับตู้คอนเทนเนอร์ทางเรือ”
ถ้าเปรียบความสำคัญในยุคพัฒนาของสนิทเป็นปิ่นโตชั้นกลางที่เหมาะสำหรับใส่กับข้าวหรือน้ำแกง ซึ่งต้องเป็นชั้นที่มั่นคงพอจะทำให้สำรับไม่หกง่าย ขณะเดียวกันก็ต้องประคองระหว่างชั้นล่าง-ความสำเร็จที่ผ่านมา กับชั้นบน-ส่งต่อความทนทานแก่รุ่นต่อไป
ธุรกิจยุคกระต่ายรุ่น ๒ จึงเน้นยึดมั่นในข้อดีธรรมดาที่เป็นธรรมชาติของตนและเลือกรับสิ่งเกินจำเป็นอย่างรอบคอบ เพราะคงไม่มีของดีใดยั่งยืนกว่าของสามัญ
คนไทยแต่ละภาคมีความชอบต่างกัน ทั่วไปจะชอบใช้ภาชนะใส่อาหารสีขาวขอบน้ำเงินเพราะดูสะอาดตา แต่สำหรับภาคเหนือและอีสานจะชอบลวดลายสดใสในการจัดจานหรือสำรับอาหาร ถ้าภาคใต้จะนิยมสีเหลืองขอบเขียวเพื่อใส่แกงต่าง ๆ ซึ่งกลมกลืนกับสีแกง
แผ่นเหล็กที่นำมาใช้ต้องมีคุณสมบัติในการขึ้นรูปที่ดี ต้านทานการบิดเบี้ยวและมีความแข็งแรงสูง-ไม่หย่อนในกระบวนการอบ ซึ่งจะส่งผลให้ขั้นตอนเคลือบอีนาเมลออกมาดีด้วย
ปิ่นโตชั้นบน : ยืนกระต่ายสามขา
พิริยะ สันติพันธ์พิทักษ์ คือกระต่ายรุ่น ๓ และปิ่นโตชั้นบนสุดของเถาเวลานี้
เป็นปิ่นโตเคลือบอีนาเมลที่บรรจุประสบการณ์ผลิต-จำหน่ายมา ๗๐ ปีแล้ว
แม้ยุคของพ่อจะพาตรากระต่ายก้าวกระโดดออกนอกประเทศอย่างสวยงาม แต่ลูกก็ได้รับการปลูกฝังเสมอว่าโลโก้นี้เป็นสินค้าไทย ผลิตในเมืองไทย อยากขายให้คนไทยได้ใช้มากกว่า
“และตรากระต่ายก็ได้ประโยชน์จากความเป็นไทยมาก ชาวต่างชาติมาเที่ยวต่างจังหวัดเห็นคนไทยใช้ยิ่งรู้สึกว่านี่คือสินค้า local กลุ่มลูกค้าเอเชียอย่างเกาหลี ญี่ปุ่นจะชอบ เพราะภาชนะเคลือบอีนาเมลเป็นสิ่งที่บ้านเขาใช้มาแต่โบราณ แต่ไทยขายถูกกว่าจึงซื้อเป็นของฝากได้ง่าย ส่วนชาวตะวันตกที่คุ้นเคยวัสดุอีนาเมลเป็นทุนเดิมจะรู้สึกแปลกตากับดีไซน์ สีสัน ที่มีคาแรกเตอร์ความเป็นไทยแทรกซึมอยู่ในตัวสินค้า กลายเป็นจุดขายให้ร้านอาหารที่ต้องการเสิร์ฟกลิ่นอายแบบไทย ๆ พลอยนึกถึงภาชนะของเราหรือสั่งเราผลิตภาชนะให้
“ผมเข้ามาบริหารช่วงปี ๒๕๕๘ ก่อนนั้นผมทำงานด้านมาร์เกตติงให้บริษัทหนึ่ง แล้วเคยไปหาประสบการณ์ที่ไต้หวันกับญี่ปุ่น เวลาเห็นสินค้าคนอื่นที่ใกล้เคียงยิ่งเห็นคุณค่าธุรกิจของเรา สำหรับผมอะลูมิเนียมกับสเตนเลสไม่ใช่คู่แข่ง เราเสียลูกค้าให้พลาสติกมากกว่า เพราะคนยุคใหม่นิยมพกพาสะดวกและอุ่นอาหารโดยใช้ไมโครเวฟจึงทำให้ผลิตภัณฑ์กลุ่มพลาสติกตอบโจทย์ แต่ถึงแม้ภาชนะเคลือบตรากระต่ายจะไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟเพราะมีโครงสร้างที่ทำจากเหล็กอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร แต่ข้อดีคือใช้งานได้หลากหลายกว่าไม่ว่าจะเป็นเตาแก๊สทั่วไป เตาถ่านเวลาทำกิจกรรมเอาต์ดอร์ เตาอบ เตาไฟฟ้า และเตาแม่เหล็กไฟฟ้า induction รวมถึงจุดเด่นอีกอย่างคือไม่ทิ้งคราบสีบนภาชนะ ใช้น้ำยาล้างจานทั่วไปก็ทำความสะอาดง่าย”
ตรากระต่ายใช้เทคนิคการผลิตเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์ภาชนะเคลือบอีนาเมล (จะไม่ใช้การสกรีนรูปลอก) เป็นคุณสมบัติที่ทำให้รูปลายและโลโก้ต่าง ๆ ไม่หลุดลอกหลังการใช้งาน
“การเดินทางตลอด ๗๐ ปี ตรากระต่ายสั่งสมประสบการณ์จนสร้างตัวตนชัดเจน แต่ผมก็ยังอยากเห็นอัตลักษณ์และโลโก้ของตรากระต่ายชัดขึ้นอีกและอยู่ถึง ๑๐๐ ปี”
นั่นคือสิ่งที่ภาชนะเคลือบอีนาเมลเป็นจุดแข็งสำหรับคนที่รู้จัก-เคยใช้ ซึ่งในไทยมีผู้ผลิตไม่กี่ราย
“มาถึงรุ่นผมตรากระต่ายมีตลาดมั่นคงแล้ว ปัจจุบันมีลูกค้าสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่ผูกพันมาแต่ยุคบุกเบิก รายได้หลักจึงเป็นผลิตภัณฑ์แบบคลาสสิก กับอีกกลุ่มคือคนรุ่นใหม่ที่ยินดีซื้อความพรีเมียมและดีไซน์ต่าง ๆ และเราก็ไม่ลืมเอาใจกลุ่มลูกค้าผู้หญิงซึ่งเป็นผู้ใช้งานเครื่องครัว”
พิริยะ-กระต่ายรุ่น ๓ เลือกปรับลุคกระต่ายสูงวัยให้เป็นกระต่ายที่ยิ่งแก่ยิ่งสนุกโดยจับมือกับนักออกแบบไทยรังสรรค์หลากลวดลายหลายสีสันให้ทวีความน่ารัก น่าใช้ น่าสะสม
“การร่วมมือมีทั้งแบบคอลแลบ หรือผมอาจติดต่อศิลปินที่ชื่นชอบ อย่างตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร ผมรู้จักคาแรกเตอร์ ‘มะม่วง’ ผ่านนิตยสาร a day กระทั่งตอนอยู่ญี่ปุ่น
แล้วเห็นมะม่วงที่นั่นจึงชวนเขาทำ หรือบางคนทำงานด้านอื่นแล้วอยากนำผลงานตนมาประยุกต์ผ่านผลิตภัณฑ์เรา ไม่ว่านักออกแบบคาแรกเตอร์ นักออกแบบกราฟิก ผู้ผลิตแบรนด์เสื้อผ้า หรือร้านค้าร้านอาหารต่าง ๆ ตรากระต่ายก็ยินดีร่วมตอบสนอง ผมอยากสนับสนุนให้ศิลปินไทย ร้านค้าไทยมีหลายแพลตฟอร์มแสดงผลงาน แล้วต้องการคอนเนกต์กับคนรุ่นใหม่โดยให้ศิลปะของศิลปินที่พวกเขาชื่นชอบเป็นช่องทางสื่อสารถึงคนในสังคมปัจจุบันให้ได้สัมผัสภาชนะไทยมากขึ้น”
หากคุณสมบัติของปิ่นโตชั้นบนสุดเหมาะสำหรับใส่ผัก ผลไม้ เป็นชั้นที่โดนความร้อน (จากข้าวสุก) น้อยสุด ทำให้ยังคงความสดใหม่อยู่เสมอ หน้าที่ของกระต่ายรุ่น ๓ จึงเหมาะแล้วที่จะใช้ความเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ปรับตัวสู่โลกยุคที่ผู้คนมองหาผลิตภัณฑ์สดใหม่-สร้างสรรค์
ขณะเดียวกันก็ยืนหยัดในคุณธรรม-ข้อดีที่บรรพบุรุษทั้งสองรุ่นกรุยทางสร้างไว้
“การเดินทางตลอด ๗๐ ปี ตรากระต่ายสั่งสมประสบการณ์จนสร้างตัวตนชัดเจน แต่ผมก็ยังอยากเห็นอัตลักษณ์และโลโก้ของตรากระต่ายชัดขึ้นอีกและอยู่ถึง ๑๐๐ ปี อีก ๓๐ ปีข้างหน้าคิดว่าจะคงรูปแบบคลาสสิกเดิมไว้ แล้วเพิ่มตัวเลือกให้มีลูกเล่นขึ้น ไม่ว่าจะรูปทรง สีใหม่ หรืออะไรต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ตลาด ให้ลูกค้าสนุกกับการเลือกซื้อและมีความสุขเมื่อหยิบใช้งาน”
วันนี้ปิ่นโตประจำครอบครัวตรากระต่ายมีสามชั้น ซึ่งแน่นอนว่าจะสูงขึ้นไปในยุคสมัยของทายาทรุ่นอนาคต ตราบที่ผลิตภัณฑ์นี้ยังคงแนวคิด “ดีไซน์ที่ไร้กาลเวลา การใช้งานที่ทันสมัย”
ภาชนะเคลือบอีนาเมลก็น่าจะอยู่คู่ครัวไทยไปได้แบบไม่มีวันหมดอายุ