สาริศา (ซ้าย) ธนัชชา (ขวา) สองทายาทตั้งสุุขสว่างพร ยกระดับคุณค่าขันบรรพบุรุษให้เป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์พร้อมใช้ สู่ภาชนะแฟชั่นที่ยังยึดโยงรากเหง้าเล่าวิถี
ขันอะลูมิเนียมลายไทย
อากงส่งให้หลาน โชว์พราว (ด์)
เมด อิน ไทยแลนด์
เรื่อง : สุชาดา ลิมป์
ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง
ห้าสิบปีก่อน ชายจีนอพยพจากบ้านเกิดมาเป็นลูกจ้างโรงงานไทย
เรียนรู้การผลิตสินค้าอะลูมิเนียมพลางสะสมเงินจนถึงวันที่พร้อมลงทุน เริ่มจากธุรกิจเล็ก ๆ ช่วยกันผลิตช้อน ของเล่นจิ๋ว ฯลฯ ในครอบครัว กระทั่งจดทะเบียนการค้าชื่อ บริษัทสุชัยโลหะการ จำกัด ผลิตภาชนะอย่างขัน แก้ว ถาด ภายใต้ “ตรากระเช้า” เวลานั้นเขาสังเกตเห็น “ขันอะลูมิเนียมลายไทย” สีเงินนิยมในท้องตลาดจึงเริ่มผลิตและกลายเป็นสินค้าขายดีสุดในบริษัทเรื่อยมา
จวบ ๔ ปีนี้ ธนัชชา ตั้งสุขสว่างพร และ สาริศา ตั้งสุขสว่างพร ทายาทรุ่น ๓ นำมาต่อยอดเป็นขันอะลูมิเนียมลายไทยสีสันสะดุดตาภายใต้ชื่อ “สุชัยคราฟต์” จับวัฒนธรรมไทยผสานสไตล์คอนเทมโพรารี ใช้เทคโนโลยีพลิกฟื้นธุรกิจด้วยแพสชันที่ฝันให้ขันอากงไปไกลกว่างานบุญ
วันนี้ตัวตนใหม่ของขันอะลูมิเนียมลายไทยจึงยิ่งเปล่งประกาย
เรื่องเล่า
“กระเช้า” อากง
เคยมีคนติดต่องานมาที่บริษัทสุชัยโลหะการ จำกัด ขอสาย “คุณสุชัย” แล้วได้คำตอบ...ไม่มี
“เพราะชื่อบริษัทมาจากคำแรกในชื่อของอาม่า ‘สุภาพร’ กับคำหลังของชื่ออากง ‘ชิตชัย’ ผสมกันเป็น ‘สุชัย’ ซินแส แนะนำว่าอาม่าดวงดีกว่าอากงเลยเอาชื่ออาม่าขึ้นก่อน”
ธนัชชา ตั้งสุขสว่างพร ย้อนรอยทรงจำที่มีต่อธุรกิจครอบครัว
“บริษัทเรานำเข้าแร่อะลูมิเนียมจากออสเตรเลีย แต่ยุคอากงจะซื้อผ่านคนกลาง เราใช้อะลูมิเนียม ๙๙.๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีสีเงิน ข้อดีของอะลูมิเนียมเกรดนี้คือเศษวัสดุที่เหลือจากการผลิตจะสามารถวนกลับมาหลอมเป็นวัตถุดิบต่อ ซึ่งโรงงานเราทำตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ มีกระบวนการหลอมเองจึงไม่มีขยะเหลือทิ้ง อากงมีวิสัยทัศน์มาก ยิ่งปัจจุบันอยู่ในกระแส Thai culture และการทำธุรกิจควรคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมก็ยิ่งเข้ากับยุคสมัย”
อากงมีลูกหกคน โรงงานที่ตกทอดเป็นธุรกิจของตระกูลทำกันสองครอบครัว คือครอบครัวพ่อของธนัชชา-ลูกชายคนเล็กของอากงกับลูกชายคนโตของอากงซึ่งก็มีลูกสาวอายุอ่อนกว่าเธอปีเดียว ทั้งคู่โตมาในบ้านที่ตั้งอยู่หน้าโรงงาน เห็นมาตลอดว่าอะลูมิเนียมบ้านตนมีคุณค่าอย่างไร
“ช่วงแรกทำสินค้าแบบไม่มีลายไทย โดนตลาดอะลูมิเนียมที่คุณภาพต่ำกว่าจากจีนมาขายตัดราคาเพราะงานของเขาแค่มีเครื่องจักรก็ทำได้ อากงจึงใช้คุณสมบัติของอะลูมิเนียมที่มีความแกร่งแต่ก็มีความอ่อนทำให้ปั๊มลายได้มาทำขันลายไทยและจ้างงานช่างฝีมือคนไทยเพราะย่อมเข้าใจลายไทยได้ดี การขึ้นแม่พิมพ์จะแกะลายบนเหล็กแล้วปั๊มเรียงรอบขัน ช่างต้องชำนาญจึงต่อลายได้สวยและช่วยให้ของเสียหายน้อย”
เคล็ดลับของลายสวยไม่ใช่แค่ช่าง แต่เจ้าของต้องละเอียด
การทำสีด้วยวิธีอะโนไดซ์เป็นหลักประกันได้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นทำจากอะลูมิเนียม ๙๙.๗ เปอร์เซ็นต์ เพราะคุณสมบัติเฉพาะของอะลูมิเนียมหากมีการผสมโลหะชนิดอื่นไปทำอะโนไดซ์ ผลิตภัณฑ์จะออกมาดำ
“อากงใส่ใจคุณภาพและความสวยงาม ลายปั๊มต้องคมชัด จึงต้องเปลี่ยนแม่พิมพ์บ่อย เพราะพอปั๊มเรื่อย ๆ แม่พิมพ์จะตื้นลง ลายไม่คม เมื่อเทียบลายกับสินค้าประเภทเดียวกันจึงยิ่งรู้สึกว่าของบ้านเรานี่ละสวย ยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ผ่านการทำมืออย่างพิถีพิถันกว่าจะเป็นสินค้าหนึ่งชิ้น สมัยนี้มีคำเรียก ‘หัตถอุตสาหกรรม’ คืองานคราฟต์ที่ใช้อุตสาหกรรมผลิต อากงก็ใช้เครื่องจักรทำจำนวน แต่การทำแม่พิมพ์ต้นแบบยังต้องผ่านสองมือของช่างไทย งานทุกชิ้นจึงยังนับเป็น handmade หรือ handicraft เอกลักษณ์ของสินค้าเรา และเป็นไม้เด็ดที่ทำให้ตรากระเช้าต่างจากยี่ห้ออื่น”
วันที่เสาเอกของครอบครัวถึงวัยพักผ่อนส่งต่อธุรกิจแก่ลูก ขันอะลูมิเนียมลายไทยอย่างลายกระหนก พฤกษา หรือสัตว์ในวรรณคดี สัญลักษณ์ของความสง่างามและเป็นสิริมงคลนั้นยังได้รับความนิยมทุกขนาดตั้งแต่ ๕.๕, ๖, ๗, ๘, ๑๐ เซนติเมตร แล้วขยับขึ้นทีละ ๒ เซนติเมตรจนถึงขนาด ๓๒ เซนติเมตร
“หน้าที่ของรุ่นพ่อคือสืบทอดสิ่งที่อากงเริ่มต้น รักษาฐานลูกค้าเดิมอย่างยี่ปั๊ว-พ่อค้าคนกลาง กระทั่งเขาเข้าวัยเกษียณพร้อมการมาถึงยุคที่ขันอะลูมิเนียมลายไทยซบเซา มีวัสดุพลาสติกเป็นทางเลือกด้วยราคาถูกและพ่นสีได้หลากหลาย ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปลูกค้าจึงลดลง”
ขณะรุ่นลูกมีแนวคิดจะปิดกิจการเพราะยังนึกไม่ออกว่าจะเพิ่มยอดขายอย่างไร การระบาดทั่วโลกของโควิด-๑๙ ปี ๒๕๖๓ ทำให้รัฐบาลประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศ คนงานไม่สามารถมาทำงาน ยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจให้สุชัยโลหะการซึ่งมีของค้างสต๊อกอยู่มาก แต่ในเรื่องร้ายยังมีเรื่องดีเมื่อคนรุ่นหลานพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ใช้ความรู้ด้านออกแบบที่เรียนมาหาข้อมูลแก้ปัญหา-พัฒนามรดกครอบครัว
โดยทำสีอะลูมิเนียมด้วยเทคนิคชุบอะโนไดซ์ (anodized color) เป็นจุดเริ่มนำสินค้าค้างสต๊อกมาปรุงโฉมด้วยนวัตกรรม ปรับลุคอะลูมิเนียมลายไทยให้ไฉไลในนาม “สุชัยคราฟต์”
“สินค้าต้องร่วมสมัย ถ้าคนรุ่นใหม่กล้าหยิบใช้ในชีวิตประจำวัน สินค้าเราก็น่าจะได้อยู่ต่อในบริบทที่ต่างจากเดิม ซึ่งคงถึงเวลาของ Gen 3 รุ่นหลานแบบพวกเรานี่ละ”
ขันอะลูมิเนียมจิ๋วในรูปแบบผลิตภัณฑ์ “พวงกุญแจขันลายไทย” เปิดมุมมองการพกขันออกนอกบ้านในฐานะเครื่องประดับตกแต่ง สร้างความรู้สึกขี้เล่นสนุกสนาน
“สุชัยคราฟต์”
อวดขันดีให้ทุก Gen ดู
“ทุกวิธีการที่อากงเริ่มต้นไว้เป็น know-how
“สิ่งที่เราทำวันนี้จึงไม่ใช่แค่สินค้า แต่เป็นมรดก
“ธุรกิจสมัยก่อนไม่ได้คิดเรื่องแบรนดิง ไม่สนใจว่าใครผลิตแต่มาถึงยุคนี้เราคิดแบบนั้นไม่ได้ แบรนดิงเป็นส่วนสำคัญของการขาย แม้เราจะแตกไลน์มาทำขันสี เติมไอเดียเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่และภาพจำที่แตกต่าง แต่ในส่วนโลโก้เราอยากให้เกียรติบรรพบุรุษผู้บุกเบิกจึงนำชื่อสุชัยโลหะการมาตั้งโลโก้ Suchai Craft ออกแบบเป็นตัว S กับตัว C ให้เส้นสายลายอักษรมีกลิ่นอายไทยนิด ๆ ลวดลายก็ดึงจากลายบนขันดั้งเดิมแล้วลดทอนรายละเอียดให้เข้าใจง่ายขึ้น อาจดูคล้ายดอกไม้คลาสสิก เป็นการผสมวัฒนธรรม”
หากมองผิวเผินก็อาจเห็นคล้ายขันสองใบประกบกัน
ธนัชชาเรียนจบคณะภูมิสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หล่อหลอมให้เป็นคนช่างคิด มองทุนทางวัฒนธรรมและงานศิลปะแบบรอบด้าน นอกเหนือจากความงาม เมื่อจับมือกับญาติผู้น้อง-สาริศา ตั้งสุขสว่างพร จบคณะศิลปกรรมศาสตร์จากรั้วสถาบันเดียวกันยิ่งผนึกกระบวนคิดในแง่ใช้สอย ของหนึ่งสิ่งควรพลิกแพลงประโยชน์ได้หลากหลายทั้งทางตรงทางอ้อม
ขันในรุ่นของสองผู้ผลิตวัยต้น ๓๐ จึงไม่ได้มีดีแค่คุณภาพ ยังพราวพลังสร้างสรรค์
สาริศาย้อนจุดเริ่ม เธอกับญาติผู้พี่ต่างเผชิญคำถามท้าทายจากผู้ใหญ่ในครอบครัว...ใครจะซื้อ
“มันเป็นเรื่องแปลกสำหรับครอบครัวเรา ที่ผ่านมาโรงงานเราทำเองทุกขั้นตอนตั้งแต่หลอม หล่อ ตัดแผ่นอะลูมิเนียมตามขนาดผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ ขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ปั๊มลาย เก็บขอบให้เรียบร้อยก็เป็นอันเสร็จ พอจะพัฒนาเรื่องสีซึ่งถือเป็นช่วงทดลองเลยยังไม่อยากลงทุนเครื่องจักรขนาดใหญ่จึงส่งไปชุบสีกับโรงงานอื่น เรายังไม่กล้าเล่นสีสดใส เพราะฐานลูกค้าของบริษัทเป็นกลุ่มผู้ใหญ่จึงลองทำแค่สีเงิน สีทอง สีนาก สีทองแดง ให้ลูกค้าเก๊ตว่ายังเป็นสีมงคลอยู่ ถึงอย่างนั้นถ้าเลือกสีไม่เป็นสินค้าก็ไม่สวยสีทองในแบบของเราจะไม่ใช่ทองเหลือง ทองส้ม แต่เป็นเฉดทองอ่อนเหมือนสีทองคำจริง ให้ความรู้สึกดูแพง”
เมื่อเสร็จกระบวนการชุบอะโนไดซ์ที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนเพื่อให้เกิดสีสันที่มีมิติ โดยนำเส้นอะลูมิเนียมชุบด้วยกระแสไฟฟ้าจนเกิดชั้นฟิล์มอะลูมิเนียมออกไซด์เป็นเฉดสีต่าง ๆ (ทำได้ตั้งแต่เฉดสีอ่อนอย่างสีเงินจนเข้มสุดอย่างสีดำ) ทำให้ผิวยิ่งแข็งแรงขึ้นและเพื่อความทนทาน จากนั้นขันโฉมใหม่จะส่งกลับมาที่สุชัยโลหะการอีกครั้งเพื่อปั๊มโลโก้ SC
“ความตื่นเต้นถัดมาคือเปิดตัวสินค้าโดยไปออกบูทกับภาครัฐ ได้ฟีดแบ็กจากลูกค้ากลุ่มโรงแรมว่าอยากให้ทำสีนั้นสีนี้ เราจึงกล้าพอจะกลับมาชุบสีใหม่เพิ่ม คอลเลกชันแรกชื่อ ‘Joy Luck Love’ สื่อความสนุกสนาน งานบุญ และ การรดน้ำดำหัว แล้วเปิดตัวช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๗ เป็นโทนสีเงิน ชมพู แดง เขียว และม่วง ซึ่งสีแดงจะค่อนข้าง
โดดจนอาจรู้สึกใช้งานยากจึงตั้งชื่อให้ดูน่าสนใจว่า ‘สีชบา’ ได้ผลตอบรับดีมาก เลยออกสีสันใหม่อีกคอลเลกชันชื่อ ‘Kalm Kram’ ในโทนอินดิโกให้ความรู้สึกสุขุม ทั้งสีฟ้า น้ำเงิน และดำ ตอบโจทย์ลูกค้าที่ชอบสีคลาสสิก และตั้งชื่อเสริมความเป็นไทยให้สีดำว่า ‘สีนิลกาฬ’”
สาริศาชี้ชมผลิตภัณฑ์ เล่าการถ่ายภาพสำหรับสื่อประชาสัมพันธ์ นอกจากจับคู่โทนสีเข้าชุด บางทีอาจเล่นคู่สีแปลกอย่างโทนร้อนคู่โทนเย็น จุดประกายให้ลูกค้านำสีที่ชอบไปต่อยอด
“รวมถึงไซซ์ ตอนออกบูทเห็นลูกค้าลังเล เพราะแต่ละไซซ์ต่างกันนิดเดียว พอเลือกไม่ถูกก็ไม่ซื้อ เราเลยจัดกลุ่มสีและไซซ์ให้ ในกลุ่มเดียวกันถ้ามีขันขนาด ๘ เซนติเมตรก็จัด ๑๐ เซนติเมตรมารวมกลุ่มด้วย ช่วยให้ขายง่ายขึ้นและขายเป็นเซตก็ได้ราคาดีกว่า”
แทนที่จะจัดวางผลิตภัณฑ์เฉย ๆ ก็สาธิตการใช้งานรูปแบบใหม่
“เพราะเราอยากเปิดกว้างการใช้งานนอกเทศกาลสงกรานต์งานบุญด้วย หรือแทนที่จะเอาขันไปตักน้ำก็ใส่เครื่องดื่มแทนแก้วเวลามีปาร์ตี้สิ ขันใบใหญ่ใช้แช่เบียร์ ไวน์ ร้านอาหารอาจใช้เสิร์ฟค็อกเทลให้ลูกค้า โรงแรมก็ใช้เสิร์ฟเวลคัมดริงก์ กระบวนการอะโนไดซ์และสีที่เราใช้เป็นฟู้ดเกรดใส่อาหารและเครื่องดื่มได้ปลอดภัย ลูกค้ากลุ่มนี้ละที่จะตอบโจทย์สินค้าเราที่สุด”
ธนัชชาช่วยเสริม ๔ ปีที่ออกบูทในไทย-ต่างประเทศ ถือเป็นก้าวสำคัญของครอบครัว
“ที่ผ่านมาการขายของรุ่นอากงจะผ่านพ่อค้าคนกลางจึงไม่มีโอกาสคุยกับผู้ใช้งานจริง แต่การออกบูท เฝ้าบูทเอง ทำให้ผู้ขายได้เรียนรู้ตลาดจากผู้ซื้อ อธิบายความพิเศษของสินค้าแก่ผู้บริโภคโดยตรง และรู้ว่าคนที่มาเดินเที่ยวงานรู้สึกอย่างไรกับสินค้าแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำขาย ได้รับเสียงสะท้อนต่อราคาที่เราตั้ง สินค้าเราต่างจากสินค้าอากงตรงที่ตรากระเช้าเป็นตลาดแมสเน้นขายส่งให้ยี่ปั๊วไปกระจายต่อ ส่วนสุชัยคราฟต์จะขายปลีก ซึ่งนอกจากขึ้นอยู่กับสถานที่ที่จำหน่าย เราก็พัฒนาคุณภาพด้วยนวัตกรรมใหม่และนำความเป็นไทยมาผสมผสานแล้วปรับให้ป็อปขึ้น เกิดการใช้งานที่แตกต่าง ราคาจึงสูงขึ้น คนที่เข้าใจงาน art Thai ให้ค่ากับ contemporary style จะมองสมเหตุสมผล หรือชาวต่างชาติที่มีประสบการณ์เที่ยวไทยแล้วได้เห็นได้ใช้ขันสีเงินพอเจอขันสีสันก็สนใจ ซื้อทีละหลายชิ้น เป็นของฝากของที่ระลึก”
เมื่อมียอดขายต่อเนื่อง เห็นสินค้าขึ้นห้างหรูอย่างศูนย์การค้าไอคอนสยามหรือเกษรอัมรินทร์ และได้ภาพลักษณ์จากการออกสื่อโซเชียลมีเดีย ญาติผู้ใหญ่รุ่นพ่อก็ให้การยอมรับตลาด Gen ใหม่ของสุชัยคราฟต์
“หลักการขายสินค้าเป็นไปตามยุคสมัย เราต้องหากลุ่มลูกค้าของเราให้เจอ”
กลุ่มสินค้าที่ศิลปินคอลแลบกับสุชัยคราฟต์ จับคาแรกเตอร์ของขันอะลูมิเนียมลายไทยมาตีความใหม่ ขยับรูปทรง ปรับลวดลาย สร้างแรงจูงใจให้เกิดการใช้งานที่ต่างจากเคย
Transform
สู่ “สุชัยสตูดิโอ”
คะเนว่าปลายปี ๒๕๖๙ กระเช้าและสุชัยคราฟต์จะได้ต้อนรับน้องใหม่
“สุชัยสตูดิโอ” จะกำเนิดบนที่ดินซึ่งเคยเป็นอาคาร-บ้านเก่าในรั้วเดียวกับโรงหลอมอะลูมิเนียมแห่งเดิมในยุคอากง ซึ่งเมื่อธุรกิจขยายตัวอาม่าซื้อที่ดินเพิ่มในซอยเดียวกันเพื่อตั้งโรงงานแห่งใหม่ที่ใหญ่และครบวงจรผู้บริหารรุ่นหลานเห็นคุณค่าสิ่งที่จะเป็นประวัติศาสตร์ในวันหน้าจึงรีโนเวตอาคารปรับฟังก์ชันใช้งานจากบ้านเก่าเป็นจุดเริ่มต้นในการเล่าเรื่องราวและพื้นที่เล่นสนุก ทดลอง อวดงานไปในตัว
อย่างสาริศามีความสามารถด้านการทำอาหาร เธออาจจัดปาร์ตี้มีกิจกรรม Chef’s Table ที่คัดสรรอาหาร-เครื่องดื่มมาเสิร์ฟบนภาชนะกระเช้าและสุชัยคราฟต์ เพื่ออรรถรสที่ยอดเยี่ยมแก่นักชิม
หรือธนัชชาอาจผุดอีเวนต์เท่ให้สมฐานะผู้ผลิตขันแฟชั่น ชวนศิลปินที่เคยคอลแลบมาจัดเวิร์กช็อปบ้าง เปิดประสบการณ์ให้คนรักขันอะลูมิเนียมสัมผัสศิลปะอีกแขนงผ่านวัสดุ-ลวดลายที่ผูกพัน
“หลักการขายสินค้าเป็นไปตามยุคสมัย เราต้องหากลุ่มลูกค้าของเราให้เจอ”
“ลวดลายเรามีเปลี่ยนบ้าง ที่โรงงานมีช่างฝีมือที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่รุ่นอากง เวลาเราไปเที่ยวไหนเจอลายน่าสนใจจะถ่ายรูปส่งให้ช่างช่วยครีเอตงานต่อ แต่ไม่ได้ตั้งชื่อลายใหม่ ยังเรียกเหมาว่าลายไทย อาจเอาลายกระหนก ใบไม้ กระจัง มานิดหน่อยแล้วเชื่อมกับไอเดียใหม่ มีลายหนึ่งทำออกมาคล้ายรูปหัวใจ ดูโมเดิร์นขึ้นแต่ก็มองเป็นลายไทยได้ด้วย เพราะอะไรก็ตามที่เป็นคัลเจอร์แล้วแค่ดึงมาใช้นิดเดียวคนก็เข้าใจ รูปแบบขันดั้งเดิมสีเงินของรุ่นอากงเราไม่ทิ้ง มีพี่ชายหาตลาดส่งออกแถบตะวันออกกลางคนที่นั่นคุ้นกับสินค้าและใช้ในชีวิตประจำวัน เราแค่อยากให้ขันได้ทำหน้าที่ในหมวดอินทีเรียร์ด้วย จึงพัฒนาต่อโดยอาศัยศิลปะอะแดปต์จากของใช้เป็นอาร์ตพีซที่มีความป็อปคัลเจอร์นิด คอนเทมฯ หน่อย”
ตัวอย่างของสิ่งที่มีความหมายทางศิลปะที่สุชัยคราฟต์ร่วมคอลแลบ เช่น โคมไฟแชนเดอเลียร์, แก้วกาแฟชงลาเต้ที่คอลแลบกับ Thailand Coffee Fest 2025 ในวาระครบรอบ ๑๐ ปี, ขันเงินใส่ไอศกรีมกลิ่นน้ำอบไทยที่คอลแลบกับสเวนเซ่นส์ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ๒๕๖๘ ฯลฯ
น่าภาคภูมิสุดคือรางวัลประเภทกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์จากการประกวดการออกแบบยอดเยี่ยม ปี ๒๕๖๘ “DEmark (Design Excellence Award)” จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเพื่อส่งเสริมงานออกแบบที่เด่นด้านการสร้างพลังบวกต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต บริษัทสุชัยโลหะการ จำกัด ส่งผลงาน “สุชัยแม่ลูกดก” ที่แฝงความขี้เล่นของขันอะลูมิเนียมลายไทยในเวอร์ชันมีฝาไม้ปิดปากขันแล้วเรียงซ้อนขันขนาดเล็กกว่าไล่ระดับขึ้นบนดั่งสัดส่วนตุ๊กตามนุษย์ ซึ่งถ้าเก็บซ้อนใบเล็กไว้ในใบใหญ่จะดูคล้ายตุ๊กตารัสเซีย เป็นของใช้งานที่สะดุดตาและให้ความสนุกใจยามตั้งโชว์
เป็นได้ว่าเมื่อสุชัยสตูดิโอเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ จะเห็นสุชัยแม่ลูกดกอวดสายตา
ไม่เพียงแสดงเกียรติยศสุชัยคราฟต์ ยังแทนความสำเร็จการปรับตัวของกระเช้าด้วย