Image

วิเศษนิยม
ยาสีฟันเจ้าแรกที่คนไทยคิดผสม
สำหรับคนไทย

เมด อิน ไทยแลนด์

เรื่อง : นนท์พิเชษฐ์ชาญ ชัยหา
ภาพ : วิเศษนิยม

“ฟันดีคือฟันสีดำ” เป็นความเชื่อแต่โบราณที่ชาวสยามยึดถือ  เมื่อค่านิยม “ฟันขาวแวววาวประดุจไข่มุก” จากโลกตะวันตกเข้ามาในสังคมไทย ความเชื่อดังกล่าวจึงลดลง แทนที่ด้วยความใส่ใจฟันนับแต่นั้น

หากไม่ใช้เกลือขาว เยื่อข่อย หรือผงถ่าน ชาวไทยในยุคนั้นก็มักซื้อยาสีฟันที่นำเข้าจากต่างประเทศสำหรับดูแลฟันและช่องปาก กระทั่งปี ๒๔๖๔ ได้มียาสีฟันสัญชาติไทยถือกำเนิดขึ้นเป็นเจ้าแรกในชื่อ “วิเศษนิยม”

ซองแบนสีเหลืองทรงสี่เหลี่ยม แค่ฉีกซองก็เผยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ก่อนจะเห็นตัวยาผงสีขาวอ่อน ใช้นิ้วหรือแปรงสีฟันแตะผงนั้นมาขัดฟันหรือถูนวดบริเวณเหงือก แม้ไร้ฟองแต่หลากสรรพคุณ

ยาสีฟันดังกล่าวเราคุ้นตาตามบ้านปู่ย่าตายาย ทั้งเห็นขายในร้านค้าทั่วประเทศ นี่คือสินค้าที่คนไทยคิดผสม ซึ่งอยู่คู่ไทยมาถึง ๑๐๕ ปี

Image

Image

เป็นเวลากว่า ๑๐๕ ปี นับแต่ ผิน นิยมเหตุ ก่อตั้งวิเศษนิยม จนปัจจุบัน ใหญ่-พจนีย์ อินทรครรชิต (ขวา) และกิ่ง-พิมพ์พร ตรีวรรณ (ซ้าย) เป็นผู้สืบทอดกิจการในฐานะทายาทรุ่นที่ ๓ และ ๔

เริ่มวิเศษ

ผิน นิยมเหตุ หญิงสาวชาวคลองสาน ย่านธนบุรีถือกำเนิดสมัยรัชกาลที่ ๕ เติบโตมาในตระกูลนิงสานนท์ ต่อมาสมัยรัชกาลที่ ๖ รู้จักอย่างเป็นทางการว่า ผิน แจ่ม-วิชาสอน ซึ่งเรียกตามบรรดาศักดิ์ของสามี คืออำมาตย์ตรี หลวงแจ่มวิชาสอน (แจ่ม นิยมเหตุ)

ครั้งหนึ่งคุณหลวงแจ่มฯ เป็นโรคลักปิดลักเปิด มีอาการเหงือกบวมและเลือดออกตามไรฟัน คุณผินพยายามหาทางรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ ทว่าอาการไม่ดีขึ้น ท้ายที่สุดจมื่นสิทธิแสนยารักษ์ แพทย์แผนโบราณประจำโรงเรียนบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งรู้จักมักจี่กับคุณหลวงแจ่มฯ ครูผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่และอาจารย์ผู้ปกครองที่โรงเรียนเดียวกันจึงใช้ตำรับแพทย์แผนไทยรักษาให้จนหายเป็นปรกติ

ด้วยความใส่ใจที่มีต่อสามีผสานกับคุณความดีที่สั่งสม จมื่นสิทธิแสนยารักษ์ได้มอบตำรายาต่าง ๆ ให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่คุณผินเพื่อนำไปสร้างประโยชน์ หนึ่งในนั้นคือตำรายาสีฟันผง สูตรเดียวกับที่ใช้รักษาคุณหลวงแจ่มฯ

หลังจากนั้นคุณผินจึงเริ่มปรุงยาสีฟันแจกจ่ายแก่นักเรียนในโรงเรียนบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ผู้ปกครอง และคนรู้จัก ลองใช้เป็นกลุ่มแรก

ด้วยสรรพคุณที่รักษาปัญหาทางช่องปากได้จริง ทั้งยังนำมาประทินผิวลดปัญหาสิวและผดผื่น จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว มีการขอให้คุณผินปรุงยาสีฟันออกจำหน่ายในโรงเรียน

Image

เรือนไม้สักหลังใหญ่ริมคลองบางหลวงของ ผิน นิยมเหตุ ผู้ก่อตั้งวิเศษนิยม กับหลวงแจ่มวิชาสอน ผู้เป็นสามี ด้านหลังเรือนเป็นสถานที่ผลิตยาสีฟันในช่วงแรก

เมื่อได้รับคำอนุญาตจากพระยาประมวญวิชาพูล (วงศ์ บุญหลง) อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนบ้านสมเด็จฯ คนไทยจึงมียาสีฟันผงเจ้าแรกที่ผลิตในประเทศเมื่อปี ๒๔๖๔ ชื่อ “วิเศษนิยม”

เรือนไม้สักหลังใหญ่สองชั้นทาสีเขียวทางฟากเหนือของคลองบางหลวงหรือคลองบางกอกใหญ่ ฝั่งธนบุรี ซึ่งด้านหนึ่งติดเขตวัดสังข์กระจาย เป็นที่อยู่ของคุณหลวง แจ่มวิชาสอน คุณผิน และครอบครัว ส่วนด้านหลังเรือนเป็นสถานที่ผลิตยาสีฟันวิเศษนิยม

ดินสอพองที่ถูกหยอดและตากบริเวณลานบ้าน พร้อมด้วยเกลือจืด พิมเสน เมนทอลหรือเกล็ดสะระแหน่ ผสมกับสมุนไพรไทยตามสูตรเฉพาะได้รับการปรุงเริ่มต้นโดยคุณผิน ก่อนจะนำไปบดในครกจนได้เป็นผงหยาบ แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางสะอาดเพื่อให้ได้ผงยาสีฟันละเอียดสีขาวนุ่มคละคลุ้งด้วยกลิ่นเครื่องหอมไทย

ผงยาสีฟันบรรจุในซองกระดาษไขอย่างบรรจง ห่อชั้นนอกด้วยซองกระดาษสีเหลือง ด้านหน้าซองปั๊มตรา ผ ไขว้ จ
เป็นตัวย่อนามผู้ก่อตั้ง คือคุณผินและคุณหลวงแจ่มฯ ด้านล่างเป็นภาพกระต่าย หมายถึงนักษัตรปีเกิดของคุณผิน กำลังเหลียวมองจันทร์ ซึ่งแทนวันเกิดของคุณหลวงแจ่มฯ ช่วงเดือนหงาย ด้านบนมีรัศมีเปล่งประกาย หมายถึงกิจการเจริญรุ่งเรือง พร้อมตัวหนังสือขนาดใหญ่ว่า “วิเศษนิยม” อันเป็นรูปแบบผลิตภัณฑ์ยาสีฟันในยุคแรก จนต่อมาเพิ่มบรรจุภัณฑ์แบบตลับกับขวด สินค้าทั้งหลายส่งกระจายขายทั่วพระนคร ตีตลาดกับยาสีฟันที่นำเข้าจากต่างประเทศ

Image

“ช่วงที่วิเศษนิยมเป็นที่รู้จักกว้างขึ้นน่าจะหลังสงครามโลก เพราะสินค้าจากต่างประเทศเข้ามายาก ราคาสูงมาก และขาดตลาด คนจึงหันมารู้จักของที่ผลิตในประเทศ”

Image

ภาพโฆษณาเก่าบ่งบอกว่านอกจากวิเศษนิยมจะมียาสีฟันผงเป็นพระเอกแล้ว ยังผลิตยาขนานอื่นจำหน่ายด้วย 

นอกจากนี้วิเศษนิยมยังมียาขนานอื่น ๆ อีก เช่น ยาทาและยาดับพิษที่ผลิตในนาม “วิเศษนิยมโอสถ”

วิเศษนิยมพาตัวเองให้เป็นที่รู้จักโดยลงโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ไทย ด้วยภาพคุ้นตาคือสตรีผมลอนสั้นยิ้มเห็นฟันขาวสะอาด ข้าง ๆ มีข้อความกำกับ เช่น “จงใช้ยาสีฟันวิเศษนิยม”, “วิเศษนิยมเป็นยาสีฟันไทยที่มีคุณภาพเป็นที่นิยมของประชาชนทั้งหลาย” และ “ประชาชนทั่วประเทศสยามชอบใช้ยาสีฟันวิเศษนิยม เพราะวิเศษนิยมได้ทำขึ้นก่อนยาสีฟันอื่น ๆ” พร้อมติดราคาห่อละ ๗ สตางค์

ต่อมาช่วงต้นทศวรรษ ๒๔๘๐ รัฐบาลไทยภายใต้การนำของจอมพล ป. พิบูลสงคราม (แปลก ขีตตะสังคะ) ได้ออกประกาศใช้นโยบายรัฐนิยม ซึ่งในฉบับที่ ๕ มีใจความหลักชักชวนคนไทยให้ใช้สินค้าที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย เพื่อช่วย “ผดุงเศรษฐกิจของชาติ” และหวัง “ประชาชนเฟื่องฟู” เพื่อ “ความวัฒนาถาวรของประเทศชาติ” ระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ 

Image

ช่วงหนึ่งวิเศษนิยมเคยมียาสีฟันผงบรรจุในตลับ เพื่อความสะดวกต่อผู้ใช้งาน

วิเศษนิยมในฐานะยาสีฟันที่ผลิตและทำขายในประเทศไทยจึงตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลและตรงความต้องการของท่านผู้นำตามคำขวัญ “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ”

“ช่วงที่วิเศษนิยมเป็นที่รู้จักกว้างขึ้นน่าจะหลังสงครามโลก เพราะสินค้าจากต่างประเทศเข้ามายาก ราคาสูงมาก และขาดตลาด คนจึงหันมารู้จักของที่ผลิตในประเทศ จากนั้นก็มีคนรับไปขายตามที่ต่าง ๆ” กิ่ง-พิมพ์พร ตรีวรรณ หลานทวดของคุณผินเล่าเรื่องราวสินค้าซึ่งสอดคล้องกับบริบทสังคมไทยในเวลานั้น

โดยเฉพาะในปี ๒๔๘๒ รัฐบาลประกาศชักชวนให้ประชาชนไทยเลิกกินหมากด้วย “เห็นว่าการรับประทานหมากทำให้ฟันดำ ดูไม่เจริญตาและแก่เกินอายุ แล้วการบ้วนน้ำหมากลงตามพื้นถนนก็ดูไม่มีระเบียบ”

นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้วิเศษนิยมได้รับความนิยมนับแต่ช่วงทศวรรษนี้

วิเศษนิยมมีระบบกระจายสินค้าโดยส่งให้ยี่ปั๊วเป็นคนกลางเรียกว่าเอเจนต์ ก่อนขายต่อแก่ซาปั๊วเพื่อขายปลีกให้ร้านค้าทั่วประเทศ

แต่ความนิยมในยาสีฟันที่มากขึ้นมาพร้อมการปลอมแปลงผลิตภัณฑ์ คุณผินจึงผลิตแสตมป์เป็นภาพถ่ายใบหน้าตัวเองติดบนซองเพื่อป้องกันการเลียนแบบ ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงมีภาพนี้อยู่

Image

ภาพโฆษณาของวิเศษนิยมที่เผยแพร่ในแต่ละยุค ทั้งในหน้าหนังสือพิมพ์ หนังสือ และช่องโทรทัศน์

ส่วนใหญ่วัตถุดิบหลักอยู่ในประเทศ...เราเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพดีที่สุด แม้จะต้องแบกรับต้นทุนที่ปรับเพิ่ม”

Image

วิเศษจากคลองบางหลวง 
นิยมถึงถนนสุขุมวิท

หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ จนก้าวสู่ทศวรรษ ๒๔๙๐ วิเศษนิยมเติบโตและขยายกิจการขึ้นมากในปี ๒๔๙๘ คุณผินและคุณหลวงแจ่มฯ จึงย้ายบ้านและโรงงานไปอยู่ชานพระนคร ใกล้ซอยสุขุมวิท ๗๙ ย่านพระโขนง สร้างบ้านหลังใหม่พร้อมโรงงานใหญ่สองชั้น พร้อมซื้อเครื่องจักรที่ช่วยบดอัดส่วนผสม ผลิตเป็นผงยาสีฟันที่รวดเร็วและจำนวนมากขึ้น 

โดยอุทิศบ้านเดิมริมคลองบางหลวง ที่ดินร่วม ๒ งานเศษ ถวายเป็นเขตธรณีสงฆ์แก่วัดสังข์กระจาย รวมถึงเรือนไม้สักหลังใหญ่ให้กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งเป็นโรงเรียนแจ่มวิชาสอนหรือปัจจุบันคือโรงเรียนวัดสังข์กระจาย (แจ่มวิชาสอน)

คุณผินในวัยกว่า ๖๐ ปี มี กฐิน กุยยกานนท์ ลูกสาวคนเล็กวัย ๔๐ ปี ผู้คลุกคลีกับโรงงานและเรียนรู้สูตรการปรุงยาสีฟันตามต้นตำรับเข้ามาช่วยมารดาดูแลโรงงานและการผลิตยาสีฟันด้วย 

“เมื่อบดส่วนผสมยาสีฟันด้วยเครื่องเสร็จ จะใส่ในกระป๋องทรงคล้ายปี๊บ เพื่อนำไปผสมที่ชั้นบนของโรงงาน สมัยก่อนยังไม่มีลิฟต์ ต้องใช้วิธีโยนหรือเหวี่ยงเป็นจังหวะส่งต่อกันขึ้นไป เวลานั้นคุณทวดผินยังแข็งแรงขนาดสามารถเหวี่ยงปี๊บส่งให้คนที่รอรับชั้น ๒ ได้” คุณกิ่งเล่าเรื่องที่รับรู้จากความทรงจำของมารดา ใหญ่-พจนีย์ อินทรครรชิต บุตรสาวคนที่ ๕ ของคุณกฐิน

ในยุคที่วิเศษนิยมประสบปัญหาการเลียนแบบผลิตภัณฑ์ขึ้นอีกครั้ง จึงใส่ภาพเด็กน้อยฝาแฝดมัดจุกไว้ตรงกลาง ซึ่งก็คือคุณพจนีย์และเล็ก-ศรีประไพ พรหมประไพ ที่คนยุคนั้นรู้จักในชื่อ “แฝดวิเศษนิยม” บนหลังซองยาสีฟันผงด้วย

โรงงานวิเศษนิยมยุคที่ ๒ ริมถนนสุขุมวิท ย่านพระโขนง ถ่ายเมื่อประมาณปี ๒๕๒๘ ซึ่งเป็นช่วงที่วิเศษนิยมดำเนินกิจการมากว่า ๕ ทศวรรษ

แล้วในปี ๒๕๐๙ ซึ่งวิเศษนิยมดำเนินกิจการมาได้ ๔๕ ปี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งห้างหรือตราครุฑพ่าห์ ให้โรงงานยาสีฟันวิเศษนิยมเป็นโรงงานอุตสาหกรรมในพระองค์ บนหน้าผลิตภัณฑ์ของวิเศษนิยมจึงสามารถประดับตราตั้งครุฑสีแดงได้นับแต่นั้น

ต้นเดือนเมษายน ๒๕๑๒ คุณผิน ผู้เป็นหัวเรือหลักที่พาวิเศษนิยมมาถึงปีที่ ๔๘ ได้เสียชีวิตลงในวัย ๗๒ ปี หลังการเสียชีวิตของคุณหลวงแจ่มวิชาสอนราว ๔ ปี คุณกฐินจึงรับสืบสานกิจการอย่างเต็มตัว เมื่อบุตรสาวคือคุณพจนีย์ แฝดวิเศษนิยมคนพี่จบการศึกษา จึงเข้ามาทำหน้าที่ดูแลฝ่ายการผลิต โดยนำเครื่องจักรเข้ามาช่วยทำงานอย่างเต็มระบบเพื่อให้ได้สินค้าที่รวดเร็วรองรับความต้องการในตลาดและเพิ่มความสะอาดของวัตถุดิบมากยิ่งขึ้น ตลอดจนรูปแบบและหน้าตาบรรจุภัณฑ์ที่ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนมาเรื่อย ๆ

วิเศษจนวันนี้

ปัจจุบันวิเศษนิยมดำเนินกิจการผ่านทายาทรุ่นที่ ๔ โดยมีกิ่ง-พิมพ์พร ตรีวรรณ บุตรสาวของคุณพจนีย์เข้ามาสานต่อในหน้าที่ผู้จัดการฝ่ายผลิต โดยคุณพจนีย์ขึ้นตำแหน่งเป็นผู้บริหาร

สิ่งที่เป็นหัวใจหลักคือคุณภาพ ที่ยังคงสูตรเดิมและเป็นสูตรลับที่รู้เฉพาะในครอบครัว  คุณกิ่งจะเป็นคนปรุงยาสีฟันในขั้นต้น ก่อนส่งเข้าสู่การผลิตในโรงงาน ส่วนวัตถุดิบหลักในการผลิตก็ยังคงจัดซื้อจากคู่ค้าเดิมตั้งแต่ยุคคุณผินและคุณกฐิน

“ส่วนใหญ่วัตถุดิบหลักอยู่ในประเทศ ซึ่งเราไม่ได้รับวัตถุดิบสำเร็จรูป แต่เราจะเตรียม คัดกรอง และล้างวัตถุดิบ ก่อนนำไปผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เราเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพดีที่สุด แม้จะต้องแบกรับต้นทุนที่ปรับเพิ่ม” คุณกิ่งเล่า

ปัจจุบันวิเศษนิยมมียาสีฟันผงที่มียอดขายมากที่สุดในไทยเป็นพระเอกของแบรนด์ 

“ที่เรายังคงยาสีฟันผงไว้ เพราะมันใช้งานได้หลากหลาย”

ส่วนรูปแบบผลิตภัณฑ์ยังคงรูปลักษณ์คุ้นตาในซองสีเหลือง แต่พัฒนาให้ซองเก็บรักษากลิ่นและคุณภาพของตัวยาดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งตอนนี้ขายราคา ๑๙ บาท

แท่นพิมพ์ไม้สำหรับประทับเครื่องหมายลงบนสินค้า ใช้เป็นภาพโฆษณาของยาสีฟันวิเศษนิยม

“กิ่ง” ในวัยราว ๑๙ ปี ขณะช่วยคุณแม่แจกใบปลิวโฆษณาผลิตภัณฑ์ในงานออกร้านวิเศษนิยม

กระทั่งเมื่อ ๑๐ ปีก่อน คุณกิ่งได้ผลิตยาสีฟันสูตรใหม่บรรจุในบรรจุภัณฑ์แบบหลอด ซึ่งยังคงส่วนผสมของสมุนไพรไทย แต่มีรายละเอียดส่วนผสมที่ต่างจากแบบผง

“พอดีเราได้สูตรยาสีฟันที่เหมาะสมและดี เลยผลิตเป็นยาสีฟันหลอด เพื่อเป็นตัวเลือกแก่ลูกค้า ซึ่งก็ได้ผลตอบรับดี” คุณกิ่งเล่า

สินค้าของวิเศษนิยมในยุคของคุณกิ่งมีการทำตลาดกว้างขึ้น สามารถพบได้ในห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อทั่วไป

“มีลูกค้าบอกหาซื้อยาก เราเลยต้องนำสินค้าเข้าร้านสะดวกซื้อด้วย”

คุณกิ่งยังพาวิเศษนิยมเข้าสู่ตลาดออนไลน์ และพัฒนาการโฆษณาในโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram ในชื่อวิเศษนิยม และเน้นขายในประเทศเป็นหลัก

เมื่อ ๓ ปีก่อนวิเศษนิยมตัดสินใจย้ายโรงงานเป็น ครั้งที่ ๒ โดยเลือกที่ดินที่คุณกฐินซื้อในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางและสภาพแวดล้อมดีกว่าเป็นสถานที่ตั้ง ส่วนที่ย่านพระโขนงเหลือไว้เพียงบ้านสำหรับอยู่อาศัย

“เรายังคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ พร้อมกับรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นทำให้เป็นโรงงานแบบ zero waste ซึ่งปัจจุบันเราแทบไม่มีการปล่อยของเสียออกสู่สิ่งแวดล้อมเลย ทั้งพยายามลดใช้ทรัพยากรโลก อย่างยาสีฟันผงมีน้ำหนักเบา ช่วยลดพลังงานการขนส่งได้มาก” คุณกิ่งสะท้อนมุมมองของเธอ

คุณกิ่งยังต้องการจะต่อยอดและ “ลองทำอะไรใหม่ ๆ” ที่ทำให้วิเศษนิยมพัฒนาไปมากกว่าแบรนด์ยาสีฟัน ซึ่งในอนาคตอันใกล้เธอกำลังวางแผนสร้างพื้นที่ส่วนหนึ่งของโรงงานเป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวของวิเศษนิยมที่ยืนยงมากว่า ๑๐๐ ปี รวมถึงเปิดร้านอาหารและคาเฟ่ที่ยังคงหัวใจเรื่องสมุนไพรไทย

“วิเศษนิยมเหมือนน้ำซึมบ่อทราย มาเรื่อย ๆ ทีละน้อย ๆ เลี้ยงครอบครัวได้ไม่มีหมด”

Image

วิเศษกว่าศตวรรษ

“เราไม่ได้คิดว่าเราเป็นบริษัทใหญ่ แค่บริษัทเล็ก ๆ ทำในครอบครัว แต่อยู่มานานเพราะลูกค้าให้การสนับสนุน” คุณกิ่งเล่าเหตุผลประการแรกที่ทำให้วิเศษนิยมอยู่ได้จนปัจจุบัน

“เดือนที่แล้วมีลูกค้าโทรศัพท์มาที่โรงงานบอกว่า ตอนนี้อายุ ๗๐ แล้ว ใช้วิเศษนิยมมาตลอด ยาสีฟันดีมาก อย่าเลิกทำนะ บางทีลูกค้าก็เขียนจดหมายมา ถือเป็นกำลังใจให้เราอย่างมาก”

รวมถึงมีลูกค้าใหม่ที่ลองเปิดใจให้ยาสีฟันไทยที่ดูโบราณซึ่งพวกเขาเห็นมานานจนต้องลองใช้

ส่วนเหตุผลประการต่อมาคือการประมาณตัว ดังคำสอนของคุณผินที่ถ่ายทอดผ่านคุณพจนีย์ ก่อนส่งต่อมาถึงเธอ

“วิเศษนิยมเหมือนน้ำซึมบ่อทราย มาเรื่อย ๆ ทีละน้อย ๆ เลี้ยงครอบครัวได้ไม่มีหมด” เคียงคู่กับเรื่อง “ความซื่อสัตย์ ความพอดี ที่คุณทวด คุณยาย และคุณแม่ทำมาตลอด” คือสิ่งที่คุณกิ่งยึดถือ

คุณภาพสูตรยาสีฟันจากตำรับโบราณ จิตวิญญาณ และคำสอน เสมือนหัวใจหลักที่ถูกส่งต่อผ่านรุ่นสู่รุ่น โดยมีผงยาสีฟันเป็นตัวเชื่อมประสานให้วิเศษนิยมยืนยงคงคู่ไทยมาตราบทุกวันนี้  

อ้างอิง
คำชักชวนของรัฐบาล ขอให้พี่น้องชาวไทยร่วมใจกันพยายามปฏิบัติตามรัฐนิยมฉบับที่ ๕ ด้วยดี. (๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๒). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม ๕๖ : ๓๔๓๔-๓๔๓๖.

ท. เลียงพิบูลย์. (๒๕๑๓). สารคดี ๕ นาที กฎแห่งกรรม, [หรือ], ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว. พิมพ์แจกเป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบ ๑ ปีที่นางผิน แจ่มวิชาสอน อดีตเจ้าของยาสีฟันวิเศษนิยม ถึงแก่อนิจกรรม. กรุงเทพฯ : โรงเรียนช่างพิมพ์เพชรรัตน์.

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยรัฐนิยม ฉบับที่ ๕ เรื่องให้ชาวไทยพยายามใช้เครื่องอุปโภคบริโภคที่มีกำเนิดหรือทำขึ้นในประเทศไทย. (๖ พฤศจิกายน ๒๔๘๒). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม ๕๖ : ๒๓๕๙-๒๓๖๐.

ปรีดาภรณ์ เอี่ยมแจ๋. (๒๕๖๐). “จากฟันดำสู่ฟันขาว : ฟันและทันตกรรมในสังคมกรุงเทพ ทศวรรษ ๒๔๓๐-๒๔๙๐”. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

เอนก นาวิกมูล. (๒๕๕๙). พ่อค้าไทยยุค ๒๔๘๐-๒๔๙๐. กรุงเทพฯ : แสงดาว. 

ออนไลน์
https://www.viset-niyom.com

ขอขอบคุณ
คุณภริมา ชนกพัฒนกุล และคุณมานพ เอี่ยมสอาด ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสังข์กระจาย (แจ่มวิชาสอน)
คุณพิมพ์พร ตรีวรรณ และคุณเรวัต สุรเดช