Image

มี เกษมสุวรรณ เจ้าของห้างขายยาชื่อดัง ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ ที่กลายมาเป็นต้นตำรับยาหมอมี

อุทัยหมอมี
ยาแผนไทย ดับร้อน
ชื่นใจแต่โบราณ

เมด อิน ไทยแลนด์

เรื่อง : ธัชชัย วงศ์กิจรุ่งเรือง
ภาพ : บริษัทหมอมี จำกัด, ประเวช ตันตราภิรมย์

เมื่อเอ่ยถึงยาแผนโบราณ หรือยาที่ผ่านการปรุงแปรสภาพตามตำรับดั้งเดิมที่สืบต่อกันมาโดยใช้สมุนไพร หลายคนอาจมองข้าม เพราะเน้นยาแผนปัจจุบันในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บเป็นหลัก

หากในโลกยุคปัจจุบันการสาธารณสุขและผู้คนหันมาใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติเพื่อการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยลดยาเคมีลง เห็นได้จากข้อมูลในปี ๒๕๖๖ ธุรกิจกลุ่มการแพทย์แผนโบราณและการแพทย์เสริมมีมูลค่าตลาดรวมทั่วโลกถึง ๕.๑๙ แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตลาดสมุนไพรไทยมีมูลค่าราว ๒ หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโต ๑๐ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งยาแผนโบราณก็อยู่ในธุรกิจกลุ่มนี้

“หมอมี” คือชื่อแบรนด์ผลิตภัณฑ์ยาแผนโบราณที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า ๑๐๐ ปีแล้ว

Image

แต่ก่อนไม่มีหรอกน้ำอัดลมหรือน้ำที่ทำให้รู้สึกว่าเย็นสดชื่น สมัยนั้นรองน้ำฝนมาดื่มซึ่งก็มีกลิ่นของมัน ตัวนี้นำมาผสมกับน้ำ เรียกว่าเป็นกิมมิกหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่าดื่มแล้วสดชื่น เย็นชื่นใจ

Image

โฆษณาห้างขายยาบุญมี สมัยตั้งอยู่ที่ถนนกรุงเกษม นอกจากขายยา ตำราแพทย์ และอุปกรณ์การแพทย์ต่าง ๆ แล้ว ยังขายเครื่องทำน้ำโซดา น้ำมะเน็ด น้ำมันหอม และสีทำน้ำหวานต่าง ๆ ด้วย

กว่า ๑๒๘ ปี
ยาแผนโบราณของหมอมี

ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ ๕ นายมี เกษมสุวรรณ ผู้รับราชการในตำแหน่งประจำห้องปรุงยา สังกัดกรมพยาบาล หรือ “โอสถศาลา” ลาออกจากราชการมาเปิดห้างขายยาบุญมีดิสเปนซารี เมื่อปี ๒๔๔๑ บริเวณถนนกรุงเกษม ย่านพระรามที่ ๑ โดยผลิตและจำหน่ายยาแผนโบราณรวมถึงนำเข้ายาจากต่างประเทศ 

ชื่อเสียงของ “หมอมี” เป็นที่รู้จักยาวนานมาจนปัจจุบัน (ปี ๒๕๖๙) รวมกว่า ๑๒๘ ปีแล้ว

กิจการสืบต่อตำรับยาจากรุ่นสู่รุ่นจนพัฒนามาเป็นบริษัทหมอมี จำกัด การบริหารกิจการของตระกูลเกษมสุวรรณให้ทายาทรุ่นที่ ๔ มีบทบาทมากขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักและขายดีที่สุดคงไม่พ้นยานัตถุ์ ยาแบบผงที่ใช้บรรเทาอาการหวัด คัดจมูก ปวดศีรษะ และอาการโรคริดสีดวงจมูก

นอกจากนี้ยังมีตำรับยาแผนโบราณอีกหลายขนาน ทั้งยาตรีนิสิงเห สำหรับสตรีแก้ประจำเดือนมาไม่ปรกติและช่วยให้มดลูกเข้าอู่  ยาปัถวี สำหรับบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย รวมถึงยาอุทัย

ภาพถ่ายนายมี เกษมสุวรรณ (แถวหน้า คนที่ ๓ จากฝั่งขวา) กับกลุ่มพ่อค้าและนักธุรกิจไทยยุคแรกที่ร่วมก่อตั้งหอการค้าไทย (ภาพราวปี ๒๔๗๖)

Image

บ้านหมอมีของตระกูลเกษมสุวรรณ ตัวอาคารผสมผสานสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์กับบ้านตึกปูนแบบฝรั่ง สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕

ยาอุทัย
ความสดชื่นแบบไทย ๆ

เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อน ดังที่มีคนช่างประชดประชันว่าเมืองไทยมีแค่สองฤดูคือฤดูร้อนมากกับฤดูร้อนน้อย จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีคนคิดค้นวิธีดับร้อนมาตั้งแต่อดีต ยาอุทัยก็เป็นหนึ่งในนั้น

ยาอุทัยเป็นตำรับยาโบราณ มีรากฐานจากตำรับยาหลวงในสมัยรัชกาลที่ ๕ พบในตำราแพทย์หลายเล่ม สรรพคุณคล้ายยาโบราณอย่างยาจักรทิพย์และยาทิพย์-สำราญ นิยมใช้หยดผสมในน้ำดื่มเพื่อบรรเทาอาการร้อนในและสร้างความรู้สึกสดชื่น ยานี้ห้างขายยาบุญมีดิสเปนซารีผลิตและจำหน่ายตั้งแต่ยุคแรก

“แต่ก่อนไม่มีหรอกน้ำอัดลมหรือน้ำที่ทำให้รู้สึกว่าเย็นสดชื่น สมัยนั้นรองน้ำฝนมาดื่มซึ่งก็มีกลิ่นของมัน ตัวนี้นำมาผสมกับน้ำ เรียกว่าเป็นกิมมิกหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่าดื่มแล้วสดชื่น เย็นชื่นใจ”

Image

ยานัตถุ์ สินค้าขายดีตั้งแต่
อดีตจนถึงปัจจุบันของหมอมี

กุลยา เกษมสุวรรณ CEO บริษัทหมอมี จำกัด เล่าเท้าความถึงสิ่งที่ทำให้ยาอุทัยได้รับความนิยมเมื่อครั้งที่น้ำแข็ง ตู้เย็น หรือเครื่องดื่มเย็น ๆ ยังมีไม่มากเท่าทุกวันนี้

ล่วงเลยมาในยุคนี้ยาอุทัยยังคงเป็นยาแผนโบราณที่ต้องรสนิยม หลายคนซื้อไว้ติดบ้านเพื่อผสมน้ำดื่ม

ย้อนไปในปลายทศวรรษ ๒๕๔๐ วัยรุ่นนิยมนำยาอุทัยมาทาปาก แก้ม เนื่องจากให้สีชมพูเข้ม-แดงที่เป็นธรรมชาติจากไม้ฝาง ส่วนปัจจุบันในสื่อโซเชียลมีเดียก็พบการนำยาอุทัยมาประยุกต์ใช้ผสมปรุงอาหารและเครื่องดื่มอีกด้วย

ทุกวันนี้ยาอุทัยหมอมีเป็นสูตร ๒ ปรับสูตรโดยใช้ดอกกุหลาบมอญและหญ้าฝรั่นแทนสมุนไพรเดิมบางชนิดอย่างแก่นจันทน์แดงและกระแจะหอม สูตรใหม่ยังคงความเป็นยาธาตุเย็นที่ให้สรรพคุณเช่นเดิม มีส่วนประกอบดั้งเดิมอย่างแก่นไม้ฝาง ดอกคำฝอย ดอกมะลิ จันทน์เทศ จันทน์ชะมด กระดังงา

ส่วนประกอบหลักของยาอุทัยหมอมี (จากดอกมะลิเวียนตามเข็มนาฬิกา) ดอกมะลิ แก่นฝาง ดอกคำฝอย กระดังงา กุหลาบมอญ แก่นจันทน์เทศ และหญ้าฝรั่น (ตรงกลาง)

สมุนไพรแต่ละชนิดช่วยเสริมฤทธิ์กัน ได้แก่
- แก่นไม้ฝาง ให้สีแดง รสหวานขม บำรุงหัวใจ
- กระดังงา มีน้ำมันหอมระเหย ให้กลิ่นหอม แก้ร้อนใน บำรุงโลหิต
- แก่นจันทน์เทศ มีน้ำมันหอมระเหย ให้กลิ่นหอมสดชื่น แก้ร้อนในกระหายน้ำ บำรุงโลหิต
- ดอกมะลิ มีน้ำมันหอมระเหย ให้ความสดชื่น บำรุงหัวใจ
- ดอกคำฝอย แก้ร้อนในกระหายน้ำ บำรุงโลหิตและหัวใจ
- ดอกกุหลาบมอญ ให้กลิ่นหอม บำรุงหัวใจ
- หญ้าฝรั่น ให้กลิ่นหอม บำรุงโลหิตและหัวใจ

วิธีใช้ เพียงผสมยาอุทัย ๓-๔ หยด (หรือขึ้นอยู่กับความพอใจ) กับน้ำดื่ม ทั้งนี้แนะนำว่าให้นำไปแช่เย็น นอกจากจะช่วยยืดอายุของยาอุทัย เมื่อนำไปผสมในน้ำเย็นก็จะได้ทั้งกลิ่นหอมและความสดชื่นเพิ่มขึ้น เมื่อเปิดขวดแล้วควรใช้ให้หมดใน ๒ เดือน เพราะหลังจากนั้นกลิ่นหอมดอกไม้และสมุนไพรจะจางลง

ด้วยสีแดงคล้ายน้ำหวานทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่ายาอุทัยมีรสหวาน แต่สูตรของหมอมีนั้นไม่หวาน รสอ่อน ๆ และรับประทานได้เรื่อย ๆ

“ต้องเข้าใจก่อนว่ามันไม่เหมือนยาแผนปัจจุบันที่กินแล้วหายทันที ยาสมุนไพรมีข้อกำหนดว่าต้องกินต่อเนื่องนะ เหมือนเราดูแลตัวเอง ก็ต้องทำเรื่อย ๆ สม่ำเสมอ”

ยาอุทัยหมอมีและยาแผนโบราณของหมอมียังคงวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมเพื่อคงสรรพคุณของสมุนไพรไว้

“เราพิถีพิถันในภูมิปัญญาชาวบ้านตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ยังลอยดอกไม้ ลนไฟกระดังงา ต้องบอกก่อนว่าจนถึงสมัยนี้เราก็ยังยึดมั่นในสิ่งที่เราเคยให้ลูกค้าอย่างไรก็จะให้ลูกค้าอย่างนั้น และยังปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์ให้ทันสมัย ควบคุมคุณภาพให้ปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากขึ้น”

Image

หญ้าฝรั่น (saffron) สมุนไพรจากเกสรตัวเมียของดอกแซฟฟรอน มีสรรพคุณทางยาหลากหลาย และใช้เป็นหนึ่งในวัตถุดิบของยาอุทัยหมอมี สูตร ๒

ปรับตัวรับ
GMP มาตรฐานสากล

เพื่อยกระดับสู่มาตรฐานสากลแบบ GMP แบรนด์หมอมีเริ่มปรับตัวจากอุตสาหกรรมในครัวเรือนมาก่อนหน้านั้น และนับตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ก็ขยายกิจการไปเปิดโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีกระบวนการผลิตและเครื่องจักรทันสมัย มีคุณภาพ สะอาด ถูกสุขอนามัย  ต่อมาในปี ๒๕๖๑ ได้ปรับปรุงเพิ่มเติมตามมาตรฐาน GMP 2559 

เมื่อ วาดี กันภัย ผู้จัดการโรงงานพาชมในโรงงานพบว่าอาคารถูกออกแบบเป็นระบบปิด มีทางเข้า-ออกทางเดียวเพื่อป้องกันมลพิษและสิ่งแปลกปลอมจากภายนอกคนทำงานต้องสวมชุดปฏิบัติงานเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากร่างกายสู่ผลิตภัณฑ์

ด้านในแบ่งโซนต่าง ๆ แยกเป็นสัดส่วนชัดเจน ทั้งการแยกพื้นที่ยาใช้ภายในกับภายนอก โดยยาใช้ภายในแต่ละชนิดจะแยกห้องย่อยของตนเอง ยาอุทัยมีห้องเตรียมวัตถุดิบ ห้องปรุงยา ห้องดองยา และห้องบรรจุ

ห้องเตรียมวัตถุดิบถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะวัตถุดิบอย่างหญ้าฝรั่นมีราคาต่างจากดอกคำฝอยถึง ๒๐ เท่า แม้คล้ายคลึงกันมาก การซื้อสินค้าจากเกษตรกรและซัปพลายเออร์ที่น่าเชื่อถือก็ต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบทุกครั้ง โดยใช้เทคนิค TLC (thin-layer chromatography) พิสูจน์เอกลักษณ์และตรวจสอบความบริสุทธิ์ของสาร

หลังจากนั้นส่วนผสมทั้งหมดจะนำไปที่ห้องดองซึ่งวัตถุดิบสมุนไพรหลายตัวในการผลิตยาจะดองในถัง ๔ เดือน

“เราดองตามเวลาจริง ไม่ใช้การต้ม  การดองคือเอาแอลกอฮอล์มา โยนสมุนไพรใส่ แล้วรอเวลา ปัจจุบันหลายบริษัทใช้วิธีต้มซึ่งเป็นการสกัดด้วยน้ำ แต่สารสำคัญในสมุนไพรแต่ละชนิดไม่ได้ละลายน้ำได้ทั้งหมด การดองของเราใส่ทั้งแอลกอฮอล์และน้ำ ดังนั้นจะมีตัวทำละลายสองตัวที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการได้สารจากสมุนไพรเยอะกว่า”

นอกจากเป็นตัวกระสายยาเสริมฤทธิ์ การดองโดยมีแอลกอฮอล์ยังกันบูดได้อีกด้วย

ทั้งนี้ เอกชัย เอกศิริภักดี ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายผลิตอธิบายว่า ถังดองขนาดใหญ่จะถูกล็อกกุญแจตลอดเวลาโดยจะมีใบพัดจากด้านล่างซึ่งจะปั่นน้ำดองด้วยเครื่องจักรตามกำหนดเวลา เลียนแบบการกวนยาแผนโบราณในอดีต

“เราปั่นโดยมีรอบกำหนด ไม่ได้จุ่มอุปกรณ์ลงไป แต่จะใช้กำลังขับจากด้านนอก ที่ต้องล็อกกุญแจเพื่อไม่ให้มีการปนเปื้อน”

GMP
(Good Manufacturing Practice) คือหลักเกณฑ์วิธีการในการผลิตที่ดี เพื่อให้โรงงานอุตสาหกรรมปฏิบัติเป็นมาตรฐานสากลที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และหน่วยงานสาธารณสุขเพื่อรับประกันว่าโรงงานมีคุณภาพ ปลอดภัย ประเทศไทยบังคับใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ต่อมามีการปรับเปลี่ยนมาตรฐาน GMP หลายครั้ง เช่น GMP 2548, GMP 2555 ในปี ๒๕๕๙ กระทรวงสาธารณสุขประกาศหลักเกณฑ์ของ GMP 420 โดยออกมาตรฐานการผลิตในชื่อ ASEAN GMP หรือการผลิตยาตามหลักเกณฑ์ GMP ที่ปรับใช้สำหรับภูมิภาคอาเซียน โดยอิงจากมาตรฐานการส่งออกในสหภาพยุโรปอย่าง PIC/S GMP

ห้องเตรียมวัตถุดิบน้ำยาอุทัยของโรงงานหมอมี

แม้ปีที่ผ่านมายาสมุนไพรไทยชื่อดังจะกลายเป็นข่าวพบการปนเปื้อนเกินมาตรฐาน แต่จากกระบวนการต่าง ๆ ในโรงงานแห่งนี้มีเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขจังหวัดมาตรวจคุณภาพเป็นประจำทุกปี เป็นเครื่องยืนยันได้ถึงความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์หมอมี

อย่างไรก็ตามมาตรฐานใหม่ที่เข้มงวดขึ้นก็ทำให้ยาแผนโบราณจำนวนไม่น้อยได้รับผลกระทบในเชิงธุรกิจรวมถึงหมอมีด้วย

นับตั้งแต่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดให้ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณในรูปแบบยาน้ำชนิดรับประทานต้องไม่มีแอลกอฮอล์ในยาสำเร็จรูป ส่งผลให้ยาอุทัยหมอมีที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ไม่สามารถขายที่ร้านค้า-ร้านสะดวกซื้อ รวมถึงช่องทางออนไลน์บางแพลตฟอร์ม ต้องจำหน่ายเฉพาะที่ร้านขายยาเป็นหลัก

เรื่องนี้สืบเนื่องมาจากปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่แฝงในรูปแบบของยาสมุนไพรซึ่งแพร่ในหมู่วัยรุ่น-เยาวชน โดยก่อนหน้านั้นพบสินค้าบางชนิดมีแอลกอฮอล์ผสมสูงถึง ๑๖ เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้กุลยาชี้แจงว่าปริมาณแอลกอฮอล์ในสูตรยาอุทัยและในผลิตภัณฑ์ของหมอมีอื่น ๆ มีเพียง ๔ เปอร์เซ็นต์​เท่านั้น เวลาดื่มใช้ผสมน้ำเพียง ๓-๔ หยดต่อแก้ว ซึ่งเทียบเป็นปริมาณแอลกอฮอล์แล้วน้อยมาก แต่เนื่องจากต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ อย. ยาอุทัยจึงจำหน่ายในร้านทั่วไปไม่ได้

Image

ผลิตภัณฑ์ยาแผนโบราณอื่น ๆ ของหมอมี

โฉมใหม่ของหมอมี

แม้บริษัทหมอมี จำกัด จะมีเจตนาคงการสืบทอดภูมิปัญญาและตำรับยาแผนโบราณแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะยานัตถุ์ซึ่งเป็นสินค้าขายดีที่สุดของบริษัท ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย หากบริษัทก็คำนึงถึงการปรับปรุงสูตร บรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ใหม่ และทำการตลาดยุคใหม่ด้วยเช่นกัน

อพิชญา เกษมสุวรรณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด เล่าถึงการเข้ามาดูแลการตลาดแบรนด์หมอมี จากที่เคยเน้นกลุ่มลูกค้าเดิมทำการตลาดผ่านสื่อดั้งเดิมอย่างวิทยุหรือรถโดยสารประจำทางเป็นหลัก ก็เน้นการขายทางออนไลน์อย่างจริงจังมากขึ้น และพยายามออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ให้เป็นที่รู้จักมากกว่าก่อน 

“อาจคุ้นชื่อหมอมี แต่ไม่รู้ว่าขายอะไร ขวดหน้าตาเป็นยังไง ใช้แล้วทำอะไรได้ หรือไม่รู้ว่าช่วยอะไรบ้าง”

หมอมีจึงออกผลิตภัณฑ์เจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างยาดมน้ำมีเฮิร์บ ที่มีส้ม-มารี เออเจนี เลอเลย์ ศิลปินเพลงและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังเป็นพรีเซนเตอร์ และเฟมินี่ ยาสตรีสมุนไพรช่วยปรับฮอร์โมนและดูแลสมดุลภายในที่ปรับปรุงจากยาตรีนิสิงเหให้ดูทันสมัย มีรสมิกซ์เบอร์รีรับประทานง่ายขึ้น 

Image

อพิชญา และ กุลยา เกษมสุวรรณ 
ทายาทรุ่นที่ ๔ ของบริษัทหมอมี จำกัด

ส่วนยาอุทัยหมอมี จากขวดแก้ว ลวดลายและชื่อตัวยาที่มีความเป็นไทย ก็เปลี่ยนเป็นขวดพลาสติก ปรับโฉมให้ร่วมสมัย แต่ไม่ถึงกับฉีกไปมากนักเพื่อรักษากลุ่มลูกค้าเดิมไว้ รวมถึงการเปลี่ยนขนาดบรรจุให้เหลือ ๖๐ มิลลิลิตร เพื่อคงคุณภาพของกลิ่นและเหมาะกับการใช้

ยาแผนโบราณของหมอมีได้รับความนิยมจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวที่ข้ามฝั่งมาซื้อ และในอนาคตบริษัทหมอมีก็ตั้งใจทำมาตรฐานให้ได้ถึงเกณฑ์ส่งออกต่างประเทศได้ แม้ตลาดสมุนไพรในปัจจุบันจะเป็นระดับ Red Ocean (ตลาดแข่งขันสูง) แล้วก็ตาม แต่กุลยาก็มั่นใจในแบรนด์เก่าแก่ที่คนรู้จักดี

“เทรนด์สุขภาพและสมุนไพรยังโตได้ แม้จะเป็นตลาดที่แข่งขันกันมาก แต่ก็ต้องคู่กับการประชาสัมพันธ์และการตลาดที่เราพยายามต่อยอดให้ลูกค้าได้ลองใช้เพิ่มขึ้นอีกขั้น  ข้อหนึ่งเรามีชื่อเป็นกำไรอยู่แล้วด้วย ลูกค้าเห็นว่าเป็นของหมอมี ก็รู้แล้วว่าเชื่อถือได้้”

ข้อมูลอ้างอิง
กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค. (๒๕๖๓). ย้ำ !! ห้ามยาแผนโบราณมีแอลกอฮอล์จำหน่ายตามร้านสะดวกซื้อ ฝ่าฝืนมีความผิด. สืบค้นเมื่อ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๘, จาก http://dis.fda.moph.go.th/detail-newsUpdate?id=1873

กรุงเทพธุรกิจ. (๒๕๖๖). สมุนไพร-แพทย์แผนไทย ‘Soft Power’ ตลาดศักยภาพสูง. สืบค้นเมื่อ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๘, จาก https://www.bangkokbiznews.com/health/well-being/1104170

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. (๒๕๖๗). ฐานข้อมูลพรรณไม้แห้งอ้างอิง. สืบค้นเมื่อ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๘, จาก https://phar.ubu.ac.th/herb-DetailThaicrudedrug

ฆนัท ครุธกูล. (๒๕๖๘). สมุนไพรไทย : ทางเลือกที่ยั่งยืนในระบบสุขภาพของชาติ. สืบค้นเมื่อ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๘, จาก https://www.hfocus.org/content/2025/05/34069

บริษัท หมอมี จำกัด. (๒๕๖๘). หมอมี เภสัชกรสมัยรัชกาลที่ ๕. สืบค้นเมื่อ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๘, จาก https://mohmee.co.th/เกี่ยวกับเรา