Image

ตู้โทรศัพท์เหลาดินสอ

Souvenir & History

เรื่องและภาพ : สุเจน กรรพฤทธิ์
ภาพประกอบ : ไพลิน จิตรสวัสดิ์

ประสบการณ์จากการเดินทางที่คนจำนวนมากไม่อยากเจอคือการโดนขโมยของ

ผมโชคร้าย ไปยุโรปสองครั้ง ประสบเหตุทั้งสองครั้ง

ครั้งแรกเกิดขึ้นบนรถไฟระหว่างเนเธอร์แลนด์-เยอรมนี มารู้ภายหลังว่าโจรทำงานกันเป็นขบวนการ กระเป๋าที่วางไว้บนชั้นเก็บของเหนือศีรษะหายไร้ร่องรอย ตัวกระเป๋าสนนราคาไม่มากอะไร แต่ข้างในคือฮาร์ดดิสก์ที่หายไปพร้อมกับข้อมูลสำคัญในการทำงานจำนวนมาก

ครั้งที่ ๒ เกิดขึ้นในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ในร้านเคเอฟซี 

โทรศัพท์มือถือหายไปหลังจากชายท่าทางมีพิรุธเอากระดาษมาวางบนโต๊ะทับข้าวของแล้วแกล้งทำตัวเสียสติ ผมไล่เขาไปก่อนจะมารู้ตัวอีกทีว่าโทรศัพท์มือถือที่บรรจุทุกอย่างของชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ ไว้หายไปแล้ว ตำรวจลอนดอนช่วยอะไรผมไม่ได้ เพราะมองว่าเป็น “เหตุการณ์ประจำวัน” ที่เกิดกับนักท่องเที่ยวบ่อยครั้ง

อย่าแปลกใจ ในยุโรปรัฐบาลหลายประเทศปล่อยปละละเลยแบบนี้ จนตามเมืองต่าง ๆ มีแต่โจร

จำได้ว่าพอโทรศัพท์หาย ทำให้ผมนึกถึงระบบโทรศัพท์ดั้งเดิมขึ้นมา ก่อนจะนึกออกว่าอย่าเลย เพราะมันคงทำงานไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

ด้วยความเป็นคนยุค 90s ทันเห็นโลกก่อนยุคโทรศัพท์มือถือ จะติดต่อใครก็ต้องไปใช้โทรศัพท์สาธารณะที่ติดตั้งไว้ตามจุดต่าง ๆ ของเมือง ดังนั้นสิ่งที่คุ้นเคยมากที่สุดคือ “ตู้โทรศัพท์”

Image

ประสบการณ์ร่วมของคนจำนวนมากคือ ทุกคนล้วนต้องเคยต่อแถวรอคิวที่ตู้โทรศัพท์ รอจนคนในตู้คุยจบถึงเข้าไปใช้ได้ จนเป็นแก๊กมาตรฐานในหนังสือการ์ตูนไทยว่าเหตุหลายอย่างเกิดใกล้ตู้โทรศัพท์สาธารณะ

แน่นอนว่าหนึ่งใน “ต้นแบบ” ของตู้โทรศัพท์ทั่วโลกอยู่ที่ลอนดอน เอกลักษณ์คือเป็นตู้สีแดงทรงสี่เหลี่ยม เจาะช่องกรุกระจกโดยรอบ มีหลังคากันแดดกันฝน มีป้าย Telephone ติดไฟสว่างเป็นเอกลักษณ์

กรุงลอนดอนในศตวรรษที่ ๒๑ ก็ไม่ต่างจากเมืองใหญ่อื่น ๆ ทั่วโลก ที่รื้อตู้พวกนี้ไปจนเหลือเป็นที่ระลึกไม่กี่แห่ง เพราะผู้คนต่างมีโทรศัพท์มือถือของตัวเอง และเลิกใช้งานโทรศัพท์สาธารณะไปโดยปริยาย

หน้าที่เดียวที่เหลืออยู่คือเป็นฉากถ่ายภาพให้นักท่องเที่ยวที่ “ว้าว” ว่าครั้งหนึ่ง คนรุ่นก่อนต้องมาต่อแถวยาวเหยียด ส่งสายตาพร้อม “รังสีอำมหิต” ถึงคนในตู้ เพื่อเร่งให้ถึงคิวของเราที่จะโทร. หาใครสักคน ยังไม่นับว่าต้องลุ้นว่าปลายสายจะว่างหรือไม่ หรือใครจะเป็นคนรอรับอยู่

แน่นอน โลกยุคนั้นไม่มีใครถูกขโมยโทรศัพท์ ไม่มีการเจาะระบบ สแกมเมอร์ ฯลฯ

ผมเลยประชดชีวิตด้วยการหิ้ว “ตู้โทรศัพท์สาธารณะเหลาดินสอ” ราคา ๕ ปอนด์ กลับเมืองไทย

เป็น “ของที่ระลึก” ว่าครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อโดนโจรฉกมือถือที่ลอนดอนแล้วแค้นขนาดไหน