Image

ประชาชนติดอยู่ในบ้านเรือนและอาคารสูง เนื่องจากระดับน้ำท่วมสูงหลายพื้นที่ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และพื้นที่ใกล้เคียง ขณะที่กระแสน้ำแรง จนทำให้การช่วยเหลือทำได้ยาก
(วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๘)
(ภาพ : อานันท์ ชนมหาตระกูล/Thai News Pix)

บันทึกน้ำท่วมหาดใหญ่
พฤศจิกายน ๒๕๖๘

สารคดีบันทึก

เรื่อง : มนตรี ศรียงค์
ภาพ : อานันท์ ชนมหาตระกูล, สาโรช เมฆโสภาวรรณกุล
Thai News Pix


น่าจะเป็นวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ผมไม่ค่อยแน่ใจนักด้วยไม่อาจรู้วันเวลาได้เลย น้ำท่วมระดับสูงสุดที่ ๒ เมตร โลกมืดหม่นตั้งแต่ฟ้ายันดิน เมฆก้อนมหึมาดำเข้มแผ่วงกว้าง ด้วยน้ำหนักน้ำที่อุ้มทำให้ลอยต่ำแทบแตะถึง ไฟฟ้าดับมา ๒ วันแล้ว แบตเตอรี่โทรศัพท์หมดเกลี้ยง  นี่เป็นภาวะหวนคืนสู่ยุคแอนะล็อก สโลว์ไลฟ์ และความวังเวงอันแปลกตาของปัจจุบัน  ยอดเขาคอหงส์ยังมืดเมฆคล้ำทะมึน ผมจัดมื้อเช้าและยาให้แม่ ภริยาที่ช่วยขนของหนีน้ำมีอาการปวดล้าทั้งตัว เรารับประทานมื้อเช้าเงียบ ๆ ฟังเสียงฝนพลางจิบกาแฟ ข้าวของหนีน้ำมีไม่มากนัก แต่ก็ยังขนไม่หมด ส่วนเครื่องทำเส้นบะหมี่สี่เครื่องนั้นไม่พักพูดถึง นอนจมนิ่งใต้น้ำระดับคอในวันแรก ตู้เย็นสองตู้ล้มโครม

สะพานข้ามคลอง ร. ๑ ถนนศรีภูวนารถตัดใหม่ ภาพมุมสูงสถานการณ์น้ำท่วมในตัวเมืองหาดใหญ่ ประชาชนบางส่วนติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน ไม่มีอาหาร น้ำดื่ม ไฟฟ้า 
(วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๘)
(ภาพ : อานันท์ ชนมหาตระกูล/Thai News Pix)

Image

สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่เขตเศรษฐกิจ วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ หลายพื้นที่ระดับน้ำลดต่ำลง ทำให้ประชาชนบางส่วนสามารถกลับเข้าไปสำรวจความเสียหายและตรวจสอบทรัพย์สินได้
(ภาพ : สาโรช เมฆโสภาวรรณกุล/Thai News Pix)

Image

(ภาพ : อานันท์ ชนมหาตระกูล/Thai News Pix)

ผมย้ายมาอยู่คลองเรียน ๑ ร่วม ๑๐ ปี โดยอยู่รอดปลอดภัยมาตลอด เมื่อมีประกาศแจ้งเตือนให้ระวังน้ำท่วมจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รอบแรกผมจึงชะล่าใจด้วยตรงนี้เป็นที่เนินซึ่งลาดเอียงขึ้นเขาคอหงส์ เชื่อมั่นว่าน้ำไม่สามารถท่วมได้อย่างเด็ดขาด แต่กระนั้นผมก็ยังวิตกถึงผู้อยู่ในที่ลุ่มต่ำ ด้วยประสบวิกฤตน้ำท่วมใหญ่หลายครั้ง รู้ดีว่าหากหาดใหญ่จะท่วมนั้นน้ำสูง ๒-๓ เมตรแน่นอน น้ำที่มาพร้อมความเชี่ยวกรากซึ่งทำลายทุกสรรพสิ่งในพริบตานั้นน่ากลัวที่สุด เดชะบุญที่รอบแรกนี้น้ำมาไม่ถึงบ้านผม

Image

สภาพน้ำท่วมรถบรรทุกบริเวณสะพานข้ามแยกควนลัง 
(วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๘)
(ภาพ : อานันท์ ชนมหาตระกูล/Thai News Pix)

หาดใหญ่เป็นเมืองลุ่ม มีทิวเขาโอบล้อมสามทิศ ทิศเดียวที่เหลือจะลาดลงสู่ทะเล หาดใหญ่จึงไม่ใช่แอ่งกระทะ หาก
น้ำท่วมจึงไม่ใช่ “ท่วมขัง” แต่เป็นภาวะ “ท่วมผ่าน” มาตลอด คนหาดใหญ่เติบโตอยู่ร่วมกับน้ำท่วมมาแต่อดีต ใช้การแจ้งเตือนบอกกล่าวต่อ ๆ กัน  ในปี ๒๕๔๓ และ ๒๕๕๓ เทศบาลมีธงแจ้งเตือนที่คลองอู่ตะเภาและจุดเสี่ยงต่าง ๆ  เขียวคือปลอดภัยวางใจได้ เหลืองให้เตรียมตัว และแดงเร่งอพยพ ใช้วิ่งรถป่าวประกาศทั่วเมืองโดยเฉพาะจุดรับน้ำ เป็นวิธีที่ได้ผลสื่อสารกันเป็นเครือข่ายในเวลาไม่นาน

ปลายปีของภาคใต้คือฤดูฝน การอยู่ใกล้ทะเลจึงทำให้เป็นฝนหนักน้ำเยอะ ฤดูกาลทำนาของคนใต้จึงเคลื่อนคล้อยจากภูมิภาคอื่น ฝนหนักเกิดน้ำหลากจากทิวเขาทั้งสามทิศไหลลงตามลำคลองใหญ่น้อยถาโถมลงที่ลุ่มต่ำ บางครั้งนำหายนะมาสู่เมือง แต่ก็นำสารตะกอนธาตุอาหารมายังพืชพรรณทั้งหลายด้วย

สินค้าและข้าวของลอยไปตามน้ำ ภาพมุมสูงสถานการณ์น้ำท่วมในตัวเมืองหาดใหญ่ 
(วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๘)
(ภาพ : อานันท์ ชนมหาตระกูล/Thai News Pix)

Image

การเข้าช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชนวัดควนลัง 
(วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๘)
(ภาพ : อานันท์ ชนมหาตระกูล/Thai News Pix)

Image

ประชาชนที่กลับเข้าไปสำรวจความเสียหายและตรวจสอบทรัพย์สินเมื่อน้ำลดระดับลง 
(วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๘)
(ภาพ : อานันท์ ชนมหาตระกูล/Thai News Pix)


ย้อนกลับไป ๒ วันก่อน น้ำเต็มคลอง ๓๐ เมตรและไหลเชี่ยว คลองนี้รับน้ำจากเขาคอหงส์ได้ดี เพื่อถ่ายเทลงคลองเตยไปคลองใหญ่เชื่อมทะเลอีกทอดหนึ่ง ที่ผ่านมาน้ำจากเขาคอหงส์ไม่ใช่ตัวชี้วัดหลักว่าหาดใหญ่จะท่วมหรือไม่ หากเป็นคลองอู่ตะเภาที่จะบ่งชี้ว่าเราควรอพยพหนีน้ำได้หรือยัง

ผมกางร่มเดินดูน้ำในคลอง ๓๐ เมตร พบน้ำยังไหลแรงแต่ไม่ถึงตลิ่ง พออีกวันน้ำเริ่มมาถึงถนนในซอยบ้านผมเดินลุยน้ำระดับแข้งออกไปดูถนนใหญ่ที่ห่างเพียง ๔๐ เมตร มีน้ำเลยเข่าและเชี่ยวกราก ผมยังคิดไม่ตกว่าควรเก็บของหนีน้ำดีหรือไม่ ด้วยบ้านผมถมดินสูงขึ้นมาแล้วจนไม่น่ากังวล มีไฟใช้แต่น้ำประปาหยุดจ่าย อินเทอร์เน็ตยังใช้ได้ ผมนำรถยนต์ไปจอดที่สูงกว่าตรงนี้ ส่วนมอเตอร์ไซค์นั้นใช้ถุงพลาสติกปิดฝาน้ำมันและท่อไอเสีย ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะรอดปลอดภัย รวบรวมสิ่งของจำเป็นเพื่อหยิบฉวยง่ายในกรณีน้ำท่วมมาถึง ผมกังวลเรื่องยาโรคหัวใจที่ใกล้จะหมดในอีก ๔ วันข้างหน้า

ผู้อพยพจำนวนมากพักค้างที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
(วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๘)
(ภาพ : อานันท์ ชนมหาตระกูล/Thai News Pix)

เย็นนั้นน้ำเข้าบ้านและสูงขึ้นรวดเร็ว ฝนกระหน่ำไม่หยุด  ปภ. แจ้งเตือนภัยทางโทรศัพท์เป็นระยะจนเสียขวัญ ผมกับภริยาช่วยกันขนของหนีน้ำจ้าละหวั่น มองเครื่องทำเส้นบะหมี่สี่เครื่องอย่างใจหาย สถานการณ์ในเมืองจะขนาดไหน ? น้ำขึ้นสูงจนผมไม่กล้าลงมาอีกแล้ว ได้แต่ปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไป ผมได้รับแจ้งเตือนจาก ปภ. อีกครั้งให้ระวังมวลน้ำมหาศาลจากสะเดา และเห็นคำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัดให้รีบอพยพหนีน้ำโดยด่วน แล้วแบตเตอรี่โทรศัพท์ก็หมดลง ได้แต่งวยงงว่าจะอพยพอย่างไร ? ไปไหน ? ใครมารับ ? แม่อายุ ๙๓ ปีจะขึ้นเรือด้วยวิธีไหน ? โชคดีที่เรามีไข่ไก่จำนวนมาก มีไก่สดและหมูแช่ช่องฟรีซในตู้เย็นที่ล้มตะแคง ก่อนหน้านี้ผมติดต่อเพื่อนคนหนึ่งให้ส่งคนมารับวัตถุดิบเหล่านี้ไปประกอบอาหารแจกผู้ประสบภัย แต่ไม่ทันการณ์

ผมมีอาชีพขายก๋วยเตี๋ยว น้ำรอบแรกมาไม่ถึงตรงนี้ก็จริง แต่ก็ต้องหยุดร้านเนื่องจากเส้นทางไปตลาดจมน้ำมีสายเข้ามาขอให้ผมช่วยทำก๋วยเตี๋ยว ด้วย ๓๕ คนในหอพักไม่ได้กินอะไรมาแล้ว ๒ วัน ผมรีบตั้งน้ำลวกทำของ มีคนซื้อจำนวนมากจนหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว ผมขายราคาปรกติ และทำห่อใหญ่ขึ้นเพื่อให้อิ่มท้องนานที่สุด ต้มไข่ ๓๐ ฟอง แก่คนในหอพักเผื่ออีกสักมื้อ โดยไม่คาดคิดว่าเราจะเป็นผู้ประสบภัยเช่นกัน

Image

เจ้าหน้าที่อาสาของกรมการปกครองทำการช่วยเหลือเก็บกวาดเศษขยะออกจากถนนนิพัทธ์อุทิศ ๓
(วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๘)
(ภาพ : สาโรช เมฆโสภาวรรณกุล/Thai News Pix)

Image

ประชาชนย่านถนนรัถการกลับเข้าไปทำความสะอาดบ้านเรือนและร้านค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม 
(วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๘)
(ภาพ : สาโรช เมฆโสภาวรรณกุล/Thai News Pix)

Image

เจ้าหน้าที่ของกองทัพเรือแจกผ้าห่มประชาชนย่านถนนรัถการ 
(วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๘)
(ภาพ : สาโรช เมฆโสภาวรรณกุล/Thai News Pix)

ปีนี้น้ำมาสองรอบ รอบแรกจากเขาคอหงส์และอำเภอนาหม่อม มีคลอง ๓๐ เมตรรับเป็นด่านหน้า ฝั่งคลอง ๓๐ เมตรฟากนี้เป็นเนินสูง น้ำจึงล้นเข้าตรงแยกโนราที่ลาดต่ำเข้าหาเมือง สร้างความมึนงงแก่คนหาดใหญ่ ด้วยน้ำในคลองอู่ตะเภายังไม่เต็ม อีกทั้งคลองระบายที่ขุดสร้างรองรับน้ำตามพระราชดำริยังรับน้ำได้อีกมาก รอบแรกนี้น้ำลดลงเร็ว ความเสียหายของเมืองมีเพียงเล็กน้อย  ไม่มีใครคาดคิดว่าหายนะกำลังเงื้อมมือรอ กระทั่ง ปภ. แจ้งเตือนให้ระวังมวลน้ำมหาศาลจากสะเดาและฝนที่บ้าคลั่งเป็น rain bomb แต่ไม่ทันการณ์

รอบ ๒ น้ำในบ้านผมถึงระดับคอ บนถนนมิดหัวคนสูง ๑๗๕ เซนติเมตร ฝนหนักอากาศหนาว ยาของแม่ยังมีเยอะ โชคดีที่ผมไปรับยาต่อเนื่องมาก่อน ส่วนยาของผมใกล้หมด เป็นยาโรคหัวใจ-ความดัน และยาละลายลิ่มเลือด ส่วนยาไทรอยด์ของภริยาจมน้ำไปแล้ว  ช่วงเที่ยงโดยประมาณมีเรือกู้ภัยของป่อเต็กตึ๊งเข้ามาในซอยเพื่อแจกอาหารและอพยพคน ผมมอบไข่ไก่สดจำนวนมากให้เขานำไปทำอาหารแจก พร้อมบอกมีไก่และหมูในตู้เย็น ไม่แน่ใจยังใช้ได้ไหม เขาลุยน้ำไปดูพบว่าไก่กับหมูยังแข็งอยู่และน้ำไม่เข้าภายใน 

เราเครียด นึกถึงคนบ้านชั้นเดียวแล้วสงสาร มีเฮลิคอปเตอร์บินเหนือหัวตลอด ผมทราบดีว่าคนหาดใหญ่ไม่ได้ถูกทอดทิ้ง ทุกภาคส่วนกำลังเร่งรีบช่วยเหลือสุดความสามารถ คนทั้งประเทศต่างเอาใจช่วยให้เราเสียหายน้อยสุด และปลอดภัยมากสุด ผมขอขอบคุณแทนคนหาดใหญ่มา ณ ที่นี้

ประชาชนเข้าทำความสะอาดร้านค้าบนถนนนิพัทธ์อุทิศ ๓
(วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๘) 
(ภาพ : สาโรช เมฆโสภาวรรณกุล/Thai News Pix)

Image

สภาพความเสียหายที่เกิดกับรถยนต์จำนวนมากในย่านถนนรัถการหลังน้ำลด
(วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๘)
(ภาพ : สาโรช เมฆโสภาวรรณกุล/Thai News Pix)


เป็นวันที่เท่าไรนะ ? อาจจะ ๒๗ ? ตื่นเช้ามาดูนาฬิกาปลุกของแม่เป็นเวลา ๗ โมง ระดับน้ำลดลงเกือบเมตรแล้วก็ใจชื้น วางแผนว่าเมื่อน้ำลดลงถึงเข่าผมจะลุยน้ำไปโรงพยาบาล เพื่อขอยาโรคหัวใจพร้อมชาร์จโทรศัพท์

ผู้คนที่ประสบภัยไม่อาจรู้เลยว่าสถานการณ์โดยรวมเป็นอย่างไร เราถูกตัดขาดจากทุกสิ่งที่คุ้นเคย มองเห็นแต่ความเงียบอันหนาวเหน็บ หลังน้ำลดคือเรื่องใหญ่มโหฬารที่ต้องจัดการ ข้าวของเครื่องมือที่จมน้ำเสียหาย ระบบไฟฟ้าที่ต้องตรวจซ่อม รถที่รอลากเข้าอู่ อาหารการกิน นี่คือภัยพิบัติ คือหายนะขนาดมหึมาของเมือง คือความฉิบหายถ้วนหน้าอันขมขื่นที่มิอาจหลีกพ้น ตราบที่เรายังไม่เข้าใจภูมิศาสตร์ของแผ่นดินที่เรายืน

(แบตเตอรี่เครื่องโน้ตบุ๊กใกล้หมดแล้ว ค่อยมาแต่งเติมในวันที่มีไฟฟ้าใช้ครับ)

ผมไม่ทราบแน่ชัดว่าน้ำทั้งสองรอบตรงกับวันที่เท่าไรด้วยจดจ่อเอาตัวรอดขนของหนีน้ำ อีกทั้งต้องมองหาของกินเตรียมไว้  แม้จะมีประสบการณ์โชกโชนรับมือน้ำท่วมใหญ่ แต่ก็รู้ดีว่าเป็นเรื่องสาหัส เมื่อถึงเวลาผมได้แต่เงอะงะ ด้วยเรี่ยวแรงช้าลงตามวัยที่เพิ่งประสบโรคหัวใจไม่กี่เดือนก่อน
ไฟถูกตัดดับทั้งเมือง สัญญาณการสื่อสารล่ม มีแต่ความมืดและเงียบท่ามกลางเสียงฝนกระหน่ำ

เจ้าของร้านค้าใช้ไฟสว่างหน้ารถมอเตอร์ไซค์ทดแทนไฟฟ้าที่ยังไม่กลับคืนมา
(วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๘)
(ภาพ : สาโรช เมฆโสภาวรรณกุล/Thai News Pix)


วันนี้ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ น้ำลดลงหมด ผู้คนรีบกวาดโกยขยะโคลนสิ่งชำรุดต่าง ๆ ออกจากบ้าน กลิ่นเหม็นบูดคลุ้ง น้ำประปายังไม่จ่าย ไฟฟ้ามาแล้ว สัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตมาแบบกะปริบกะปรอย เราจึงได้รับรู้ว่ามีคนห่วงใยพวกเรามากมายจริง ๆ ผมเคยพูดว่าในยามวิกฤตนั้น เราทั้งหลายจะช่วยเหลือกันสุดชีวิต ขอกล่าวขอบคุณทุกท่านอีกครั้ง

สิ่งที่เราต้องทำต่อไปคือทำความสะอาดและฟื้นฟูเมือง คนหาดใหญ่มีศักยภาพมากล้นในการฟื้นฟูตัวเอง หลังน้ำท่วมทุกครั้งเราสำแดงให้เห็นแล้วว่าเราเข้มแข็งเพียงพอ ความห่วงใยจากผู้คนคือหยาดน้ำชโลมหัวใจให้ชุ่มชื่น ครั้งนี้อาจ
ใช้เวลานานหน่อย แต่ไม่เกินมือเรา  

มนตรี ศรียงค์
กวีซีไรต์ ปี ๒๕๕๐
๒ ธันวาคม ๒๕๖๘

ภาพมุมสูงความเสียหายที่ถูกทิ้งไว้หลังจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จนห้องเก็บศพของโรงพยาบาลไม่เพียงพอ ต้องเก็บร่างผู้เสียชีวิตในตู้คอนเทนเนอร์ก่อนเพื่อรอตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล
(ภาพ : สาโรช เมฆโสภาวรรณกุล/Thai News Pix)